“สนธิรัตน์”เร่ง ปตท. และกฟผ. ลงทุนและชำระหนี้ระยะสั้นช่วงเงินบาทแข็งค่า

รัฐมนตรีพลังงาน เร่ง ปตท. และกฟผ.ลงทุนและชำระหนี้ระยะสั้น ในช่วงเงินบาทแข็งค่า รวมวงเงินในแผนลงทุนของทั้งสองหน่วยงานปี2563 ประมาณ 136,000ล้านบาท

นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้รัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน ทั้ง ปตท.และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)เร่งลงทุนและชำระหนี้ระยะสั้นในช่วงนี้ เพื่อให้ได้ประโยชน์จากสถานการณ์เงินบาทแข็งค่าขึ้น (30.110 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ณ วันที่ 2 ม.ค. 2563) โดยในปี 2563 ปตท.มีแผนลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท ขณะที่ กฟผ.มีแผนลงทุนประมาณ 36,000 ล้านบาท ทั้งนี้การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นยังส่งผลดีต่อการนำเข้าน้ำมันเพื่อจำหน่ายในไทยด้วย ทำให้ใช้เงินซื้อน้ำมันน้อยลงด้วย

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศในปี 2563 โดยมีหลายนโยบายที่จะก่อให้เกิดการลงทุนรวมมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท เช่น นโยบายโรงไฟฟ้าชุมชน 700 เมกะวัตต์ มูลค่ารวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท, การส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลB20 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์ม 20%ในทุกลิตร) ,โครงการส่งเสริมน้ำมันดีเซลB10 (น้ำมันดีเซลที่ผสมน้ำมันปาล์ม 10%ในทุกลิตร) ,โครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์จากเอทานอล ที่จะก่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกับสินค้าเกษตรทั้งอ้อยและมันสำปะหลัง และโครงการช่วยภัยแล้งที่จะนำเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มาดำเนินการช่วยเหลือประชาชน เป็นต้น
สำหรับเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2563 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท จะเปิดให้ยื่นเสนอโครงการได้ภายใน ม.ค. 2563 และคาดว่าจะเบิกใช้งบดังกล่าวได้ช่วงเดือนมี.ค. 2563 โดยการใช้เงินในครั้งนี้จะมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือประชาชนเกี่ยวกับภัยแล้งและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้มากที่สุด