ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. กลับมาเปิดแล้ว ชวนท่องโลกพลังงานไฟฟ้าแบบ New Normal

ภายหลังจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ในประเทศไทยเริ่มคลี่คลาย ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทั่วประเทศ จึงกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง ภายใต้วิถี New Normal เพื่อให้ผู้เข้าใช้บริการทุกคน สามารถเข้าท่องโลกพลังงานสุดล้ำได้อย่างปลอดภัย และไร้กังวล

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. เปิดให้บริการภายใต้แนวคิด Back to the New Normal : กลับมาเจอกันที่เดิม…ด้วยวิถีชีวิตแบบใหม่” โดยมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามแนวปฏิบัติของภาครัฐเพื่อความปลอดภัยคือ จัดตั้งจุดคัดกรองตรวจวัดไข้และให้บริการเจลแอลกอฮอลล์ สวมใส่หน้ากากอนามัยขณะเข้าเยี่ยมชมภายในศูนย์การเรียนรู้ ปรับรูปแบบการนำชมเป็นกลุ่มย่อยไม่เกิน 10 คนต่อกลุ่ม เพื่อรักษาระยะห่างและลดความแออัดภายในศูนย์การเรียนรู้ รวมถึงทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออุปกรณ์สื่อนิทรรศการที่มีการสัมผัสทุกครั้งหลังการเยี่ยมชมเสร็จสิ้นและบริเวณที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง เช่น ประตู ราวบันได สำหรับผู้ที่ประสงค์เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ทุกแห่งต้องจองรอบการเข้าชมล่วงหน้า ทางโทรศัพท์ของแต่ละศูนย์

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. 6 แห่งทั่วประเทศไทย สามารถเข้าชมได้ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งแต่ละแห่งต่างก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป เรามาทำความรู้จักศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทั้ง 6 แห่ง ไปพร้อมๆ กัน

#1 ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง จ.นนทบุรี

ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. สำนักงานกลาง ตั้งอยู่เชิงสะพานพระราม 7 ที่นี่จะมี Power และ Happy มาสคอตประจำศูนย์การเรียนรู้ จะพาทุกคนไปจุดประกายแสงแห่งความคิดสร้างสรรค์ เรียนรู้อย่างสนุกสนานไปกับการผจญภัยในโลกพลังงานไฟฟ้า โดยที่นี่ได้นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการจัดนิทรรศการ สื่อการเรียนรู้ ตลอดจนเกมที่มีความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ ศูนย์ฯ แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘นิทรรศการพลังงานไฟฟ้าที่ใหญ่ และทันสมัยที่สุดในประเทศไทย’

นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีการจัดกิจกรรม สนุกๆ ให้เข้าร่วมได้ตลอดทั้งปี ซึ่งสามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Fanpage Facebook ของทางศูนย์ฯ ได้ ในอนาคตอันใกล้จะมีการพัฒนาศูนย์ฯ แห่งนี้ให้กลายเป็น ‘EGAT Energy Excellence Center’ ซึ่งจะเป็นพื้นที่ที่สามารถบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าได้ในพื้นที่ของตัวเอง โดยใช้พลังงานหมุนเวียน ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงาน ควบคู่ไปกับการนำระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Microgrid) มาใช้ ที่จะช่วยยกระดับศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ที่ทันสมัยและครบเครื่องเรื่องพลังงาน

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ 09:00-16:00 น. หยุดวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • โทร. 02-436-8953
  • FB :https://bit.ly/2N58lCF
  • พิกัด :https://goo.gl/maps/KACn5hGzzfMQAf4j7
  • โทร. 0 2436 8953

#2 ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จ.นครราชสีมา

พื้นที่ลำตะคองเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านพลังงานสะอาด ทั้งโรงไฟฟ้าลำตะคองชลภาวัฒนา ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ โครงการกังหันลมผลิตไฟฟ้า และเทคโนโลยี Wind Hydrogen Hybrid ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง จึงมีจุดเด่นด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน รวมไปถึงนวัตกรรมทางด้านพลังงานต่างๆ และยังเติมเต็มความรู้ในเรื่องการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานประเภทอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศด้วย

มากกว่าความสนุก คือความรู้ที่ได้จากศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ลำตะคอง ต้องขอบอกว่า ที่นี่ถ่ายรูปลงโซเชียลแล้วสวยมากๆ เพราะจัดแสงสีเสียงภายในอาคารได้อลังการงามตา แถมที่นี่ยังใกล้สถานที่ท่องเที่ยวอย่าง อ่างเก็บน้ำลำตะคอง ที่สามารถไปปั่นจักรยานสุดชิว ชมวิวลำตะคองในมุมสูงพร้อมวิวกังหันลมยักษ์ที่เรียงรายเป็นแถว รับรองได้เลยว่าคุ้มค่ากับการมาอย่างแน่นอน

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ 09:00-17:00 น. หยุดวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • โทร. 044-984-007
  • FB :https://bit.ly/2Jo5iTY
  • พิกัด :https://goo.gl/maps/EJp4ym67qnv5rx8n7
  • โทร. 044 984 007

#3 พิพิธภัณฑ์ศูนย์ถ่านหินลิกไนต์ศึกษา (เหมืองแม่เมาะ) เฉลิมพระเกียรติฯ จ.ลำปาง

โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เป็นโรงไฟฟ้าที่อยู่คู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าคือ ‘ถ่านหิน’ จากเหมืองแม่เมาะ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงจะมุ่งการนำเสนอถึงความสําคัญของพลังงานจากถ่านหินที่มีต่อความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ เข้าใจถึงกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ และมาตรการในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนอย่างใส่ใจ รวมไปถึงการดูแลและพัฒนาชุมชน เพื่อสามารถอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน

ที่สำคัญที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงที่นี่ ก็จะต้องถ่ายรูปกับทีเร็กซ์ หรือรถยักษ์ที่ใช้ในการทำเหมือง ซึ่งตัวคนนั้นสูงแค่ครึ่งล้อของทีเร็กซ์เท่านั้น… มาแล้วก็จะได้รู้ว่า โรงไฟฟ้าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด แถมวิวและบรรยากาศสวยมากอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เปิดวันอังคาร – วันอาทิตย์ 09:00-16:00 น. หยุดวันจันทร์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • โทร. 054-254-930
  • FB :https://bit.ly/2N61cC9
  • พิกัด :https://goo.gl/maps/fqVdapsy7QbgS9Kz6
  • โทร. 054 254 930

#4 ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์

ขยับลงไปทางภาคใต้ที่ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงานหมุนเวียน กว่าจะเป็นไฟฟ้าให้เราได้มาใช้กันนั้นต้องผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งการพัฒนาพลังงานที่ยั่งยืนนั้นจะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากไม่มีการอยู่ร่วมกับชุมชน ซึ่งในศูนย์ฯ จะมีการเล่าถึงวิถีชีวิตชาวชุมชนทับสะแก และภาพในอนาคตที่ชาวทับสะแกอยากให้เกิดขึ้น

ใครที่มาที่นี่จะได้ทั้งความรู้ด้านพลังงานไฟฟ้า พร้อมๆ ไปกับการเรียนรู้วิถีชุมชนดั้งเดิมของชาวทับสะแกกันเลยทีเดียว แต่ก่อนจะจากที่นี่ไป ต้องอย่าพลาด! ขึ้นหอคอยจุดชมวิวไปชมโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทับสะแก ที่ได้รวบรวมเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ทั้งหมด 4 ชนิด มาไว้ที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์ 09:00-16:00 น. หยุดวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • โทร. 032-906-004
  • FB :https://bit.ly/33MpWp4
  • พิกัด :http://bit.ly/2Z82W05
  • โทร. 032 906 004

#5 ศูนย์การเรียนรู้ราชานุรักษ์ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี

ด้วยแรงบันดาลใจจากพระราชปณิธานงานอนุรักษ์ทรัพยากรของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี กฟผ. จึงได้เปิดศูนย์การเรียนรู้ราชานุรักษ์ กฟผ. เขื่อนศรีนครินทร์ขึ้น โดยมุ่งนำเสนอถึงความสำคัญของพื้นที่บริเวณเขื่อนศรีนครินทร์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผืนป่าตะวันตก อันเป็นป่าธรรมชาติผืนใหญ่แห่งสุดท้ายของประเทศ รวมไปถึงมุ่งตระหนักถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และพลังงานจากธรรมชาติด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

#6 ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. จะนะ จ.สงขลา

ที่นี่เป็นแหล่งการเรียนรู้ด้านพลังงานแห่งแรกของภาคใต้ ที่จะบอกเล่าประวัติและที่มาของพลังงานตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน ไปจนถึงในอนาคตว่า ไฟฟ้าที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เกิดขึ้นได้อย่างไร มาจากเชื้อเพลิงอะไรบ้าง และแต่ละแหล่งมีข้อดี ข้อจำกัดอย่างไร รวมไปถึงเรื่องราวของชุมชนท้องถิ่น และวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยเฉพาะของชาวอำเภอจะนะ จ.สงขลา โดยเทคโนโลยีที่ใช้ในการนำเสนอเรื่องราวและข้อมูลต่างๆ ของศูนย์ฯ แห่งนี้ นำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งสิงคโปร์ และเยอรมนี ซึ่งแน่นอนว่า เป็นศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. อีกแห่งที่ไม่ควรพลาด

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์ 08:00-16:00 น. หยุดทุกวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์
  • โทร. 074-536-600
  • FB :http://bit.ly/308Jq4K
  • พิกัด :https://goo.gl/maps/LZCq1sdUKJKb7dFA6
  • โทร. 074 536 600

นอกจากศูนย์การเรียนรู้ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศนี้แล้ว ในอนาคต กฟผ. ยังมีแผนที่จะก่อสร้างศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. เพิ่มขึ้นอีก 2 แห่ง ได้แก่ ศูนย์การเรียนรู้โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ กฟผ. แม่ฮ่องสอน จ.แม่ฮ่องสอน และศูนย์การเรียนรู้ กฟผ. แม่ออน จ.เชียงใหม่ เพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงความรู้ด้านพลังงานและร่วมเรียนรู้ว่า เรื่องพลังงานเป็นเรื่องใกล้ตัวและไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด

ถ้าวันหยุดนี้ ยังไม่รู้จะไปไหน อาจจะเบื่อเขา ก็แค่มาหาเราที่ ‘ศูนย์การเรียนรู้ กฟผ.’ ทั่วประเทศที่เปิดรอต้อนรับและร่วมแบ่งปันความรู้ด้านพลังงานและความสุขให้แก่คนไทยทุกคน

ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ประสงค์เข้าเยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ทุกแห่งต้องจองรอบการเข้าชมล่วงหน้าทางโทรศัพท์ พร้อมกรอกแบบฟอร์มแสดงรายชื่อ เบอร์โทร และลงทะเบียนการเข้า – ออก สถานที่ผ่านแพลตฟอร์มไทยชนะหรือเอกสารที่เจ้าหน้าที่จัดเตรียมไว้ให้ โดยภายหลังเข้าชมครบ 14 วัน เจ้าหน้าที่ศูนย์การเรียนรู้จะติดตามอาการของผู้เข้าชมอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถศึกษากฎระเบียบการเข้าชมอย่างละเอียดได้ทางเว็บไซต์ www.egat.co.th/learningcenter หรือเฟสบุ๊กแฟนเพจของศูนย์การเรียนรู้แต่ละแห่ง