4 อบต.จากเชียงใหม่ อดได้ไฟฟ้าใช้ หลังรัฐไม่ผ่อนปรนกรณีส่งเอกสารล่าช้า 2 วัน ชวดงบกองทุนอนุรักษ์พลังงาน 106 ล้าน

- Advertisment-

รัฐไม่ยอมผ่อนปรนเกณฑ์จัดส่งเอกสารล่าช้า ทำให้ 4 อบต.จากเชียงใหม่ ได้แก่ อบต.ยางเปียง อบต.นาเกียน อบต.แม่ตื่น และ อบต.กื้ดช้าง อดได้งบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ปี 63 วงเงินรวม 106 ล้านบาท หลังจัดส่งเอกสารช้าไป 2 วันและทำให้ชาวบ้านกว่าพันครัวเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ต่อไป โดยปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดช่องให้ยื่นขอรับการสนับสนุนเข้ามาใหม่ในปี 64

ภายหลังจากที่ตัวแทนจาก 4 องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อบต.ยางเปียง อบต.นาเกียน อบต.แม่ตื่น และ อบต.กื้ดช้าง เดินทางไกลมายังกระทรวงพลังงาน ตึกเอ็นเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กรุงเทพฯ เพื่อยื่นหนังสือ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาวน์ และสำเนาถึงปลัดกระทรวงพลังงาน ผอ.สำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2563 เพื่อขอให้พิจารณาผ่อนปรนเกณฑ์การตัดสิทธิ์โครงการกรณีการยื่นเอกสารโครงการเพื่อขอใช้งบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน มีความล่าช้าเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดไป 2 วัน เพราะต้องมีการยื่นขอเอกสารเข้าใช้พื้นที่ป่าไม้ ก่อนนั้น

นายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2563 ถึงกรณีดังกล่าวว่า ได้นำเรื่องหารือกับที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งประชุมเมื่อวันที่ 30 ต.ค.2563 แล้ว โดยเห็นว่าไม่สามารถที่จะผ่อนปรนให้กับทาง อบต.ทั้ง 4 แห่งได้ เนื่องจากอาจจะทำให้มีกรณีร้องเรียนจาก อบต.แห่งอื่นๆเข้ามาอีก เพราะมีโครงการยื่นขอสนับสนุนงบจากกองทุนฯในปี 63 อีกจำนวนมากที่ไม่ได้ผ่านการพิจารณา

- Advertisment -

- Advertisment -.

อย่างไรก็ตามได้แจ้งให้ทางผู้แทน อบต.ทั้ง4 แห่งดำเนินการยื่นโครงการขอรับการสนับสนุนเข้ามาใหม่ ภายใต้งบปี 2564 เพื่อให้คณะกรรมการได้พิจารณาอนุมัติอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเปิดให้มีการยื่นขอโครงการได้ประมาณเดือน มี.ค.2564

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า ที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 2563 ได้มีมติอนุมัติให้จัดสรรเงินกองทุนฯ ปี 2563 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการพลังงานเพื่อเศรษฐกิจฐานราก จังหวัดเชียงใหม่ รวมเป็นเงิน 106,418,808 บาท ให้แก่ 4 อบต. ประกอบด้วย

1.อบต.ยางเปียง จำนวน 174 ครัวเรือน งบประมาณ 12,057,600 บาท

2.อบต.นาเกียน จำนวน 760 ครัวเรือน งบประมาณ 52,744,000 บาท

3.อบต.แม่ตื่น จำนวน 158 ครัวเรือน งบประมาณ10,570,000 บาท

และ4.อบต.กึ้ดช้าง จำนวน 184 ครัวเรือน งบประมาณ 12,309,600 บาท

โดยคณะกรรมการได้กำหนดเงื่อนไข 4 ข้อ ที่ให้ผู้ได้รับการสนับสนุนต้องจัดส่งรายละเอียดให้ทางจังหวัดเชียงใหม่ภายในวันที่ 28 ก.ย. 2563 แต่ปรากฏว่า อบต. ทั้ง 4 แห่งได้จัดเตรียมข้อมูลเสร็จเพียง 3 ข้อ  ยกเว้นข้อ 4 คือเรื่อง “เอกสารใบอนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในโครงการที่ได้รับการจัดสรรจากหน่วยงานเจ้าของพื้นที่”  ซึ่งต้องขออนุญาตโดยตรงจากกรมป่าไม้ ที่มีขั้นตอนการพิจารณาถึง 45 วัน

อย่างไรก็ตาม อบต.ทั้ง 4 แห่งได้พยายามดำเนินการจนได้รับหนังสืออนุญาตดังกล่าวใน วันที่ 30 ก.ย. 2563 แต่ก็เกินกำหนดเวลาในข้อกำหนดของทางสำนักงานกองทุนฯ ไป  2 วัน( ต้องจัดส่งภายใน 28 ก.ย.2563) จึงทำให้ตัวแทนจาก อบต.ทั้ง 4 แห่ง ต้องเดินทางมายื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พิจารณาผ่อนปรนเกณฑ์ ดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า หากไม่ได้รับงบประมาณกองทุนฯในครั้งนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากในเรื่องความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนในพื้นที่ เพราะประชาชนในพื้นที่ไม่มีไฟฟ้าใช้มามากกว่า 30 ปีแล้ว รวมทั้งจะช่วยลดความขัดแย้งในความไม่เข้าใจกันระหว่างภาคประชาชน กับภาครัฐ และยังตอบสนองนโยบายเศรษฐกิจฐานรากของกองทุนฯ อีกทั้งยังช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ลดการเผาป่าไม้ ไฟป่า หมอกควัน การตัดไม้ทำลายป่า เพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ลดมลภาวะเป็นพิษและมีสารเคมีตกค้างในพื้นที่ในการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงเผาไหม้อีกด้วย แต่เป็นอันว่าในที่สุด โครงการดังกล่าวก็ถูกตัดสิทธิ์ที่จะได้รับงบสนับสนุนในปี 2563

สำหรับงบในปี 2564 นั้นคณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน เมื่อวันที่ 30 ต.ค.2563 ได้มีมติ เห็นชอบจัดสรรวงเงิน จำนวน 6,500 ล้านบาท และเห็นชอบการปรับปรุงแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุน ในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก เพื่อสนับสนุนการสร้างงานและสร้างรายได้ รวมถึง ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนในภาคส่วนต่างๆ อาทิ กลุ่ม โรงงานอุตสาหกรรม อาคาร บ้านอยู่อาศัย เป็นต้น ตลอดจนการสร้างงานวิจัย สร้างนวัตกรรมใหม่ และการสร้างบุคลากร

Advertisment