รัฐมนตรีพลังงานลั่น พร้อมหาทางช่วยผู้ใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินลดภาระค่าครองชีพ

- Advertisment-

รัฐมนตรีพลังงานเตรียมออกมาตรการดูแลราคาน้ำมันสำหรับกลุ่มผู้ใช้เบนซิน เร็วๆนี้ ครอบคลุม 40 ล้านคนทั่วประเทศ หวังช่วยลดภาระค่าครองชีพ โดยชี้แจงในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีที่เสนอโดยฝ่ายค้าน มั่นใจราคาน้ำมันไทยไม่ได้แพงไปกว่าหลายๆประเทศในอาเซียน

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวชี้แจงในญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อซักถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรีที่เสนอโดยฝ่ายค้าน ในวันที่ 17 ก.พ.2565 ว่า กระทรวงพลังงานพร้อมรับข้อเสนอแนะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปดำเนินการในส่วนของมาตรการบรรเทาผลกระทบราคาน้ำมันแพง สำหรับกลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซิน โดยกระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างศึกษาว่าจะออกมารูปแบบไหน และจะออกมาตรการมาในเร็วๆ นี้ โดยครอบคลุมผู้ใช้น้ำมัน 40 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์ และส่งผลถึงการดูแลลดค่าใช้จ่ายสินค้าอุปโภค บริโภค และกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป

สำหรับราคาพลังงานที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ โดยน้ำมัน 90% ก็ยังเป็นการนำเข้าอยู่ มีการขยับขึ้นจริงตามราคาตลาดโลก แต่รัฐบาลไม่เคยทอดทิ้งประชาชน อยากให้เข้าใจสถานการณ์วิกฤติโลกด้วย

- Advertisment -

และที่ผ่านมาได้ใช้เงินช่วยเหลือด้านพลังงานตั้งแต่ปี 2563-2565 แล้วกว่า 1.6 แสนล้านบาท แบ่งเป็นก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือน 2.7 หมื่นล้านบาท น้ำมันดีเซล 3.3 หมื่นล้านบาท ค่าไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (NGV) ให้อยู่ในระดับราคาที่เหมาะสม

ล่าสุดรัฐบาลได้ประกาศลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 3 บาทต่อลิตร และตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร จึงนำเงิน 2 บาทต่อลิตรมาลดราคาขายปลีกดีเซลให้ประชาชน และอีก 1 บาทต่อลิตรส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อไว้ดูแลราคาดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตร จากเดิมจะสิ้นสุดมาตรการ 31 มี.ค. 2565 ก็จะขยายเป็นสิ้นสุด 31 พ.ค. 2565 แทน

ส่วนกรณีมีผู้สอบถามว่า ในช่วงปี 2563 ที่ราคาน้ำมันดีเซลต่ำมากที่ 14 บาทต่อลิตร ทำไมไม่ปรับเพิ่มราคาขายปลีกเป็น 25 บาท เพื่อให้มีเงินเก็บเข้ากองทุนฯ 11 บาท จะได้ไม่มีปัญหาราคาน้ำมันแพงอย่างทุกวันนี้ เหตุผลประการแรก คือ ณ เวลาที่ราคาน้ำมันต่ำคือปี 2563 ไม่มีใครคาดคิดว่าปี 2564 – 2565 จะเกิดวิกฤติน้ำมันราคาแพง ประการที่สอง เมื่อไปดูข้อมูลแล้วไม่พบน้ำมันราคา 14 บาทต่อลิตร แต่พบว่ามีราคาต่ำสุด 18 บาทต่อลิตรอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการขึ้นราคา นอกจากนี้การจะปรับราคาขายปลีก 11 บาทต่อลิตร เชื่อว่าจะเป็นภาระต่อพี่น้องประชาชน ภาระต่อการขนส่ง และเป็นภาระต่อค่าครองชีพ ณ เวลานั้นด้วย

“ทั้งหมดทั้งปวงราคาพลังงานทั้งดีเซลและเบนซินต่อจากนี้จะพยายามประคับประคองไม่น่าแพงกว่า 8 ปีที่แล้ว หากเปรียบเทียบประเทศเพื่อนบ้าน เราอยู่อันดับกลางๆ เทียบกับเขาราคาขายปลีกเราไม่แพง รัฐพยายามดูแลคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของประเทศ บางประเทศมีคุณภาพน้ำมันแตกต่างกับเรา คุณภาพด้อยกว่า ราคาอาจถูกและแตกต่างกัน เราติดตามใกล้ชิดทุกสถานการณ์ให้เกิดความมั่นใจว่าเรารักษาความสามารถในการแข่งขันได้” นายสุพัฒนพงษ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน ( Energy​ News​ Center-ENC )​ รายงานว่าโครงสร้างราคาน้ำมันในวันที่ 18 ก.พ.2565 ภายหลังจากที่ ครม. มีมติปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลลง จาก 5.99บาทต่อลิตร เหลือ 3.20 บาทต่อลิตร นั้น ส่งผลให้ราคาขายปลีกดีเซลปรับลดลง 2 บาทต่อลิตร จาก 29.94 บาทต่อลิตรเหลือ 27.94 บาทต่อลิตร และกองทุนลดภาระการชดเชยลง จาก 3.79 บาทต่อลิตรเหลือ 3.05 บาทต่อลิตร

ในขณะที่ผู้ค้าน้ำมันได้รับค่าการตลาดดีเซล เพิ่มขึ้น จาก 0.97 บาทต่อลิตร เป็น 1.71 บาทต่อลิตร หรือเพิ่มขึ้น 0.74 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตามค่าการตลาดของเบนซินและแก๊สโซฮอล์ก็ยังอยู่ในระดับสูง ที่ 3.71-4.31 บาทต่อลิตร จากปกติที่ควรอยู่ในระดับ 2 บาทต่อลิตร

อย่างไรก็ตามในวันที่ 18 ก.พ.2565 ผู้ค้าน้ำมันโดยโออาร์และ บางจาก ได้ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอล์ทุกชนิดลง 0.40 บาทต่อลิตร มีผล 19 ก.พ.65 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป โดยราคาขายปลีกจะเป็นดังนี้ เบนซิน95 ลิตรละ 43.16 บาท แก๊สโซฮอล์95 ลิตรละ 35.75 บาท E20 ลิตรละ 34.64 บาท แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 35.48 บาท โดยราคาขายปลีกข้างต้นยังไม่รวมภาษีบำรุงกรุงเทพมหานคร

Advertisment