ประกาศความสำเร็จ5 ปี Chevron Enjoy Science นำสะเต็มศึกษาพัฒนาเยาวชน

 เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ประกาศความสำเร็จ “โครงการ Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” ที่ดำเนินการมา5 ปี ซึ่งช่วยยกระดับการเรียนการสอนสะเต็มศึกษาทั้งในระดับสามัญศึกษาและอาชีวศึกษาทั่วประเทศ  ที่มีผู้ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ นี้แล้วกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ สอดคล้องกับความต้องการตลาดแรงงานในยุคแห่งศตวรรษที่ 21

งานประกาศความสำเร็จดังกล่าวมีผู้แทนจากหน่วยงานพันธมิตรร่วมแสดงความยินดี (ตามลำดับจากซ้าย) ได้แก่ นางสาวจิราภรณ์ ปุญญฤทธิ์ ผู้อำนวยการกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 นางปัทมา วีระวานิช  รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.วัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเลขาธิการคุรุสภา นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นายไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม ประธานกรรมการ มูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ ผู้อำนวยการ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ดร. ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) นายวรวรงค์ รักเรืองเดช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ณ โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท ห้องแกรนด์บอลรูม

ทั้งนี้ในยุคแห่งศตวรรษที่ 21 องค์ความรู้และทักษะด้านสะเต็มมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับแรงงานในอนาคต

Advertisment

โดย ตลาดแรงงานไทยในอนาคตข้างหน้าจะมีความต้องการบุคลากรในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี หรือ สะเต็ม (STEM) เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพเด็กไทยผ่านสะเต็มศึกษา จึงเป็นวาระสำคัญที่จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

ซึ่งตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมาโครงการ  Chevron Enjoy Science: สนุกวิทย์ พลังคิด เพื่ออนาคต” โดยบริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับองค์กรพันธมิตรภาครัฐและเอกชน ได้มีส่วนในการยกระดับการศึกษาไทยทั้งสายสามัญและอาชีพทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการพัฒนาให้ครูมีทักษะจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ตามแนวทางการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21

โครงการดังกล่าวกระตุ้นให้เด็กเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์ สามารถหาความรู้แบบสืบเสาะ ตลอดจนปรับหลักสูตรให้สอดคล้อง และจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เพื่อช่วยให้ครูสามารถถ่ายทอดองค์ความรู้ให้นักเรียน นักศึกษาเข้าใจกระบวนการ ผ่านการลงมือปฎิบัติจริง ไม่ใช่เรียนโดยการท่องจำ เพื่อปลูกฝังหัวใจรักในการเรียนรู้ด้านสะเต็ม และเตรียมความพร้อมการประกอบอาชีพในอนาคต อีกทั้งยังขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษาสายอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานโดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีผู้ที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ นี้แล้วกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศ

Advertisment