ปตท.รั้งอันดับสอง เทียบปันผลระหว่างกาลในกลุ่มทั้ง6 บริษัท

 6 บริษัทในกลุ่ม ปตท. พร้อมใจเลื่อนประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ทั้งหมด เพื่อ ป้องกันปัญหาการแพร่ระบาด ไวรัสCOVID-19  ตามการประกาศมาตรการของรัฐบาล แต่ยังมีการอนุมัติจ่ายปันผลระหว่างกาล สำหรับผลประกอบการปี 2562 โดย เปรียบเทียบในกลุ่ม ปตท.สผ. ปันผลสูงสุดที่ 3.75 บาทต่อหุ้น รองลงมาคือ ปตท. 1.10 บาทต่อหุ้น ส่วนไออาร์พีซีปันผลน้อยสุด 0.10 บาทต่อหุ้น

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC)  รายงานว่า กลุ่มปตท.6 บริษัทได้มีการประกาศเลื่อนเปิดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ออกไปจากกำหนดเดิมที่แต่ละบริษัทจะมีการจัดประชุมในช่วงปลายเดือนมี.ค.-เมย.นี้ ทั้งหมด ซึ่งเป็นความร่วมมือตามมาตรการภาครัฐในการป้องกันความเสี่ยงในการแพร่ระบาดไวรัส COVID-19 จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยจะมีการแจ้งความคืบหน้าให้ผู้ถือหุ้นทราบถึงวันประชุมในภายหลัง

อย่างไรก็ตามบอร์ดของแต่ละบริษัทยังคงมีการอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลของผลประกอบการปี 2562  ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบเฉพาะในกลุ่มของปตท. 6 บริษัท นั้น ปรากฏว่า  บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือPTTEP. จ่ายเงินปันผลมากที่สุด ที่ 3.75 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 10 เม.ย. 2563 ทั้งนี้ เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 2.25 บาท รวมเป็นการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานรวมในปี 2562 ในอัตราหุ้นละ 6 บาท

รองลงมาได้แก่  บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) หรือ PTT จ่ายปันผลที่ 1.10 บาทต่อหุ้น  รวมวงเงิน 31,419 ล้านบาท กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 30 เม.ย.63 เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2562 ที่จ่ายไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 ก.ย.62 ในอัตราหุ้นละ 0.90 บาท ทำให้การจ่ายเงินเงินปันผลทั้งหมด รวมอัตราหุ้นละ 2.00 บาท รวมวงเงินทั้งหมด 57,123 ล้านบาท

อันดับ3 คือ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ  PTTGC  จ่ายปันผล 1 บาทต่อหุ้น หรือคิดเป็นเงินประมาณ 4,487 ล้านบาท  กำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 28 เม.ย. 2563 ซึ่งการจ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 1 บาท เมื่อรวมกับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลงวดครึ่งปีแรกของปี 2562 ที่จ่ายไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2562 ในอัตรา 1 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินประมาณ 4,508 ล้านบาท รวมเป็นการจ่ายเงินปันผลในอัตรา 2 บาทต่อหุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้นประมาณ 8,995 ล้านบาท

อันดับ4 คือบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC จ่ายปันผล 0.80 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,255 ล้านบาท ซึ่งกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 17 เม.ย. 2563 เมื่อรวมกับการจ่ายปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งแรกของปี 2562 (ม.ค.- มิ.ย.2562)  ในอัตรา 0.50 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้บริษัทฯ มีการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานปี 2562 ทั้งสิ้นในอัตรา 1.30 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,004 ล้านบาท

อันดับ5 คือ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)หรือ TOP จ่ายปันผล 0.50 บาทต่อหุ้น ให้แก่ผู้ถือหุ้นตามกำหนดเดิมในวันที่ 21 เม.ย. 2563

และอันดับสุดท้ายคือ บริษัท ไออาร์พีซี จํากัด (มหาชน) หรือ IRPC จ่ายปันผล 0.10 บาทต่อหุ้น รวมเป็นเงินประมาณ 2,043 ล้านบาท กําหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 เม.ย. 2563