บอร์ดปตท.อนุมัติงบลงทุน5ปี(2562-2566) กว่า167,114 ล้านบาท

ซีอีโอปตท.แจ้งมติบอร์ดปตท.อนุมัติแผนลงทุน5ปี(2562-2566)กว่า167,114 ล้านบาท ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยกว่าร้อยละ 61 หรือประมาณแสนล้านบาท  เน้นลงทุนในบริษัทที่ปตท.เข้าไปร่วมลงทุนและร่วมถือหุ้นร้อยละ100  พร้อมเตรียมงบลงทุนในอนาคต(Provision)อีก187,616 ล้านบาท สำหรับธุรกิจLNG และNew s-curve เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดและยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศ  

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า  นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) ได้มีหนังสือแจ้งต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 21ธ.ค.2561 นี้ถึงแผนการลงทุน5ปี(2562-2566) ของปตท.ที่คณะกรรมการปตท.ได้มีมติอนุมัติ  โดยมีวงเงินรวมประมาณ 167,114ล้านบาท  ซึ่งกว่าร้อยละ61 หรือประมาณ 101,205 ล้านบาทเป็นการลงทุนในส่วนที่ปตท.เข้าไปร่วมทุนและบริษัที่ปตท.ถือหุ้นร้อยละ100  รองลงมาคือธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติ ร้อยละ16 คิดเป็นวงเงินรวม27,527 ล้านบาท อีกร้อยละ9 หรือประมาณ 15,695 ล้านบาท เป็นการลงทุนในส่วนของสำนักงานใหญ่และอื่นๆ  ส่วนธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย นั้น มีสัดส่วนการลงทุนเท่ากันคือร้อยละ7 หรือประมาณ15,695 ล้านบาท และ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ลงทุนรวม 10,908 ล้านบาท

ทั้งนี้ในปี2562 ถือเป็นปีที่ปตท.ใช้เงินลงทุนมากที่สุด ในแผนลงทุน5ปี โดยใช้เงินลงทุนในทุกธุรกิจรวมกันประมาณ 46,181 ล้านบาทรองลงมาคือปี 2563 วงเงินลงทุน23,798 ล้านบาท

Advertisment

งบลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามกรอบการบริหารธุรกิจอย่างยั่งยืน สร้างสมดุล 3 มิติ ได้แก่ People การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ชุมชน และสังคมอย่างมีส่วนร่วม เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจที่ดีแก่คนในสังคม อันจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ Planet การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ Prosperity เป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคม ด้วยหลักธรรมาภิบาล ดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นรูปธรรม

โดยในด้านการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม (People และ Planet) ได้จัดสรรแผนงบประมาณจำนวน 6,095 ล้านบาท เน้นการทำงานผ่านสถาบันปลูกป่า ปตท. และร่วมจัดการพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) โดย ปตท. ได้จัดสรรงบประมาณจำนวน 2,900 ล้านบาท มุ่งเน้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ ให้เป็นศูนย์กลางงานวิจัยด้านเทคโนโลยี  วัสดุ พลังงานทดแทน และดิจิทัล เพื่อร่วมยกระดับขับเคลื่อนสังคมสู่อนาคต พร้อมสร้างความเข้มแข็งแก่ประเทศ สอดคล้องกับการพัฒนาระดับสากล

โดยนอกจากงบลงทุนดังกล่าวแล้ว ปตท. ยังสนับสนุนงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องในหลากหลายมิติ สำหรับด้าน People มุ่งเน้นพัฒนารูปแบบธุรกิจเพื่อสังคม Social Enterprise (SE) นำร่องผ่าน Café Amazon for Chance ภายใต้การดูแลของบริษัท สานพลัง วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด เพื่อพัฒนาความสามารถ สร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ปัจจุบันมีอยู่ 4 สาขา และมีแผนจะขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต

ขณะที่ยังดำเนินงานพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง ผ่าน PTT Model of People Development เป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดวัยเรียนในระดับต่างๆ โดยเฉพาะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี เพื่อให้เกิดนวัตกรรมในโครงการต่างๆ ที่สำคัญ ได้แก่ โรงเรียนกำเนิดวิทย์ (KVIS) และสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) จ.ระยอง และเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ รวมทั้งการสนับสนุนการศึกษาระดับอาชีวะเพื่อรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมใน EEC

ส่วน ด้าน Planet ปตท. มุ่งสร้างแรงจูงใจและจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านการบริหารจัดการโดย สถาบันปลูกป่าและระบบนิเวศ ปตท. พร้อมสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืนผ่านการทำเกษตรป่าไม้ (Agroforestry) พร้อมพัฒนาพื้นที่สีเขียวในเมืองอย่างต่อเนื่อง เช่น พื้นที่คุ้งบางกะเจ้า โดยใช้เทคโนโลยีสนับสนุนติดตามการดำเนินงาน รวมถึงขับเคลื่อนการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เน้นการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการดำเนินงาน ตามแนวทางที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP21) เพิ่มปริมาณผลิตภัณฑ์และแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เป็น Clean & Green

สำหรับด้าน Prosperity ซึ่งเป็นฐานความมั่นคงให้แก่ภาคเศรษฐกิจและสังคม ดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ 3D ต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ด้วยเป้าหมายสร้างความมั่นคงทางพลังงาน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถ สร้างการแข่งขันสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน ประกอบด้วย

1) Do now เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การเพิ่มผลผลิต (Productivity Improvement) และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน จำนวน 55,291 ล้านบาท โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุงกระบวนการทำงาน อาทิ โครงการ Predictive Maintenance ที่ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต การพัฒนาระบบโครงข่ายท่อส่งก๊าซ

2) Decide now ตัดสินใจการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ จำนวน 91,203 ล้านบาท มุ่งเน้นการใช้ความชำนาญในธุรกิจพลังงานปัจจุบันให้บรรลุผล อาทิ การขยายความสามารถในการรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว หรือ คลังแอลเอ็นจี เทอมินัล (LNG Terminal) การขยายธุรกิจในต่างประเทศ การพัฒนาระบบขนส่ง (Logistic) ของกลุ่มปิโตรเลียมขั้นปลาย และโอกาสในการลงทุนในพื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)

3) Design now เร่งแสวงหาโอกาสและพัฒนาธุรกิจรูปแบบใหม่ (New S-Curve) จำนวน 14,525ล้านบาท เพื่อการเติบโตระยะยาวควบคู่กับการตอบสนองนโยบาย Thailand 4.0 ที่เน้นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมและดิจิทัล อาทิ โครงข่ายธุรกิจไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า (Energy Storage System) รวมทั้งธุรกิจใหม่อื่นๆ เช่นด้าน Life Science, Material Science ที่เกี่ยวข้องกับการนำวิทยาศาสตร์มาพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านหุ่นยนต์ เครื่องจักรกล และปัญญาประดิษฐ์ (Robotics/AI) หรือการลงทุนในรูปแบบสตาร์ทอัพ (Startup) Corporate Venture Capital (CVC)

นอกจากนี้ปตท.ยังได้เตรียมงบลงทุนในอนาคตหรือProvision อีกจำนวน 187,616 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจหลัก(Core Business) เช่น LNG Value Chain และการลงทุนในธุรกิจใหม่ ที่จะเป็น new s –curve ของปตท.ที่จะตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค แนวโน้มการใช้พลังงานสะอาดและยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศ  โดยธุรกิจใหม่ๆเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้

 

Advertisment