ทีมวิเคราะห์ไทยออยล์ประเมินราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ยังปรับลดลงอีก

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน)ประเมินแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบสัปดาห์นี้ (9 – 13 มี.ค. 63)ยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลงอีก ในขณะที่ผู้ค้าน้ำมันปรับราคากลุ่มดีเซลและเบนซินลดลง60สตางค์ต่อลิตร ด้านซีอีโอปตท.แนะรัฐใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยอุดหนุนราคาไบโอดีเซลที่แพงกว่าราคาเนื้อน้ำมัน พร้อมอนุมัติวงเงิน 30-60 ล้านบาท ช่วยเหลือราคาก๊าซหุงต้ม(LPG)ประชาชน ให้กระทรวงการคลังนำไปใช้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) รายงานแนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ในสัปดาห์นี้(9 – 13 มี.ค. 2563)โดยราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง เนื่องจากกลุ่มโอเปกและพันธมิตรไม่มีข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมจากการประชุมของกลุ่ม เมื่อวันที่ 5-6 มี.ค. แม้ทางโอเปกต้องการให้ปรับลดกำลังการผลิตลงอีก 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันไว้ก็ตาม นอกจากนี้ ตลาดยังคงกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 หลังตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกประเทศจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศเกาหลีใต้ อิตาลีและอิหร่าน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความต้องการใช้น้ำมันในวงกว้าง

สำหรับสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (2 – 6 มี.ค. 63) ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 3.48 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 41.28 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 5.25 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 45.27 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 48.68 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่ปรับร่วงลงอย่างมาก ทำให้ผู้ค้าน้ำมันในไทยทั้ง ปตท. และบางจาก ประกาศปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันกลุ่มดีเซลและเบนซิน ลงทุกชนิด 60สตางค์ต่อลิตร ยกเว้นE85 ที่ปรับลดลง 40สตางค์ต่อลิตร และเป็นที่คาดหมายว่าภายในสัปดาห์นี้ ผู้ค้าจะลดราคาน้ำมันขายปลีกลงอีก

ด้านนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ราคาน้ำมันโลกที่ลดต่ำในขณะนี้ส่งผลดีต่อราคาจำหน่ายในประเทศไทย  แต่ขณะเดียวกันก็ส่งผลให้ราคาน้ำมันไบโอดีเซล หรือ น้ำมันที่มีส่วนผสมจากพืชพลังงาน มีราคาสูงกว่าราคาน้ำมันฟอสซิล ซึ่งในส่วนนี้หากภาครัฐจะช่วยเหลือประชาชนให้ได้ใช้น้ำมันไบโอดีเซลในราคาที่ไม่แพงเกินไป ก็ควรใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาอุดหนุนแทนการให้ ปตท.ลดราคาน้ำมัน เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันถูกอยู่แล้วและ ปตท.ก็ปรับราคาน้ำมันตามราคาตลาดโลกทุกครั้งเช่นกัน

อย่างไรก็ตามคาดว่าราคาน้ำมันที่เหมาะสมและเฉลี่ยทั้งปี 2563 จะยังอยู่ที่ระดับ 50-70 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันโลกเวสต์เท็กซัส(WTI)ที่ลดลงมามากเหลือประมาณ 28 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรลนั้น เนื่องจากการเจรจาลดการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปกยังตกลงกันไม่ได้  คาดว่าราคาน้ำมันที่ลดต่ำครั้งนี้เป็นสถานการณ์ระยะสั้นประมาณแค่ไตรมาสแรกของปี 2563 เท่านั้น จากนั้นราคาจะปรับขึ้นมาได้
นายชาญศิลป์ กล่าวด้วยว่า ปตท.ได้อนุมัติให้เงินช่วยเหลือราคาก๊าซหุงต้ม(LPG)ให้กับประชาชน 30-60 ล้านบาท เป็นเวลา 3-6 เดือน  ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างให้กระทรวงการคลังอนุมัตินำไปบรรจุในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ประมาณเดือนเม.ย. 2563 นี้