คาดปลายเดือนเม.ย.ประกาศผลผู้ชนะประมูลจัดส่งLNGให้กฟผ.

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) คาด ประกาศรายชื่อผู้ชนะประมูลจัดส่งก๊าซธรรมชาติเหลว ( LNG) ให้ กฟผ. ได้ในช่วงปลายเดือนเม.ย. 2562 นี้ ระบุหากราคาประมูลสูงกว่าราคา LNG ที่นำเข้าตามสัญญาในปัจจุบัน ก็พร้อมยกเลิกและจัดประมูลใหม่ โดยปริมาณการนำเข้าในปี2562จะได้เพียง 2.8 แสนตัน  ส่วนปีต่อไปจะนำเข้าตามเป้าหมายไม่เกิน  1.5 ล้านตันต่อปี

นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยถึงการคัดเลือกผู้ผลิตหรือผู้ค้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) เพื่อเป็นผู้จัดส่ง LNG ให้กฟผ.ในปริมาณไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปีว่า คาดว่าจะสามารถประกาศผลผู้ชนะประมูลได้ในช่วงปลายเดือน เม.ย.2562 เพื่อเตรียมนำเข้า LNG ในช่วงเดือน ก.ย.2562 นี้

โดยที่ผ่านมาได้คัดเลือกผู้ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้น (Pre-Qualification) จำนวน 34 ราย จากที่มีผู้ยื่นแสดงความสนใจทั้งสิ้น 43 ราย และ กฟผ.ได้ส่งเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) ด้านราคาไปยังผู้ที่ผ่านคุณสมบัติเบื้องต้นแล้วเมื่อวันที่ 20 ก.พ.ที่ผ่านมา และจะเปิดให้ยื่นข้อเสนอกลับมาในวันที่ 18 เม.ย.2562

ทั้งนี้ ราคา LNG ที่ กฟผ.จัดหาจากการประมูลต้องไม่สูงกว่าราคา LNG ต่ำสุดตามสัญญาจัดหาระยะยาวของประเทศไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันในกิจการก๊าซธรรมชาติที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 31 ก.ค.2560 และได้มอบหมายให้ กฟผ.ทำหน้าที่เป็นผู้นำเข้า LNG รายใหม่ของประเทศ   โดยหากราคาLNGที่ประมูลได้สูงกว่าราคาตามสัญญาเดิม  กฟผ.ก็จะต้องยกเลิกเพื่อเปิดประมูลใหม่

อย่างไรก็ตามการนำเข้า LNG ของ กฟผ.ในปี 2562 ซึ่งเป็นปีแรก คาดว่าจะสามารถนำเข้าได้เพียง 2.8 แสนตันเท่านั้น เพราะมีเวลานำเข้าเพียงไม่กี่เดือน แต่ในปีต่อไปก็จะสามารถนำเข้าได้ตามเป้าหมายไม่เกิน 1.5 ล้านตันต่อปี เพื่อรองรับการเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า โดยการจัดส่ง LNG ครั้งนี้ จะทยอยจัดส่งเป็นรายเดือนขึ้นกับความจำเป็นในการใช้เชื้อเพลิงเพื่อผลิตไฟฟ้า

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center- ENC) รายงานว่า ที่ผ่านมา กฟผ. เคยระบุว่า กฟผ.จะนำ LNG 1.5 ล้านตันต่อปี  ไปใช้ในโรงไฟฟ้าวังน้อย ยูนิต 4 ขนาด 600-700 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นยูนิตใหม่ ที่มีความต้องการใช้ LNG เป็นเชื้อเพลิงประมาณ 7-8 แสนตันต่อปี หากสามารถจัดหา LNG ได้มากกว่าปริมาณดังกล่าวก็จะนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าบางปะกง ยูนิตใหม่ด้วย