กองทุนน้ำมันเริ่มฟื้นตัว ยอดเงินติดลบเหลือ 94,471 ล้านบาท กบน.เร่งดูดเงินผู้ใช้ดีเซลคืน 5.60 บาทต่อลิตร ลุ้นลดราคาดีเซลรอบ 4

- Advertisment-

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เริ่มฟื้นตัว บัญชีติดลบลดลงต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท อยู่ที่ลบ 94,471 ล้านบาท หลังคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) เร่งดูดเงินผู้ใช้ดีเซลกลับเข้ากองทุนฯ  5.60 บาทต่อลิตร ส่งผลให้กองทุนฯ มีเงินไหลเข้า 428.80 ล้านบาทต่อวัน ลุ้น กบน. ประกาศปรับลดราคาดีเซลรอบที่ 4  

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center -ENC) รายงานสถานการณ์กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงว่า นับตั้งแต่กลางเดือน มี.ค. 2566 ที่ผ่านมา สถานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ติดลบน้อยกว่า 1 แสนล้านบาทแล้ว โดยตั้งแต่วันที่ 12 มี.ค. 2566 กองทุนฯ ติดลบ 99,662 ล้านบาท และล่าสุดวันที่ 26 มี.ค. 2566 กองทุนฯ ติดลบ 94,471 ล้านบาท เนื่องจากกองทุนฯ ได้เร่งเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันดีเซลเข้ากองทุนฯ มากขึ้น จนปัจจุบันด้านบัญชีน้ำมันของกองทุนฯ ติดลบลดลงเหลือ 47,715 ล้านบาท ซึ่งกลับมาติดลบระดับใกล้เคียงกับบัญชี LPG ที่ติดลบอยู่ 46,756 ล้านบาทแล้ว   

ทั้งนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2566 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง(กบน.) ได้มีมติเรียกเก็บเงินจากผู้ใช้น้ำมันดีเซลเพื่อส่งเข้ากองทุนฯ เพิ่มจาก 5.46 บาทต่อลิตร เป็น 5.60 บาทต่อลิตร เพื่อเร่งลดภาระหนี้กองทุนฯ ลง ส่งผลให้กองทุนฯ มีเงินไหลเข้าวันละ 428.80 ล้านบาท ขณะที่มีเงินไหลออกจากการชดเชยราคา LPG อยู่ที่ 9.23 ล้านบาทต่อวัน

- Advertisment -

ส่วนการชำระหนี้ประจำวันให้ผู้ค้ามาตรา 7 นั้น กองทุนฯ ยังสามารถชำระได้ตามปกติและเตรียมการกู้เงินจากสถาบันการเงินอีกครั้งในเดือน เม.ย. 2566 นี้ ประมาณ 20,000 ล้านบาท จากกรอบวงเงิน 8 หมื่นล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติให้เป็นกรอบเงินกู้สาธารณะเพิ่มเติม   

สำหรับภาพรวมการกู้เงินนั้น ที่ผ่านมา ครม.อนุมัติให้กู้เงินได้ไม่เกิน 1.5 แสนล้านบาท และต้องกู้ภายในวันที่ 5 ต.ค. 2566 นี้เท่านั้น ซึ่งการที่กองทุนฯ จะเริ่มกู้เงินกับสถาบันการเงินได้ จะต้องรอให้สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ(สบน.) ทยอยบรรจุเป็นกรอบวงเงินหนี้สาธารณะก่อน ซึ่งที่ผ่านมา สบน.ได้บรรจุวงเงินหนี้สาธารณะไป 30,000 ล้านบาท และกองทุนฯ ได้ทยอยกู้เงินและใช้ชำระหนี้ผู้ค้ามาตรา 7 ไปหมดแล้ว โดยล่าสุด สบน. ได้บรรจุเป็นหนี้สาธารณะเพิ่มให้อีก 80,000 ล้านบาท ซึ่งกองทุนฯ จะทยอยกู้เช่นเดิม โดยจะเริ่มกู้จาก 20,000 ล้านบาท ในเดือน เม.ย. 2566 นี้ก่อน  ซึ่งรวมแล้ว สบน. บรรจุหนี้สาธารณะไปแล้ว 1.1 แสนล้านบาท จากวงเงิน 1.5 แสนล้านบาท ดังนั้นยังเหลือวงเงินอีก 4 หมื่นล้านบาท ที่ยังมีสิทธิ์ใช้ได้ถึง 5 ต.ค. 2566 นี้

ด้านสถานการณ์ราคาน้ำมันโลก ณ วันที่ 29 มี.ค. 2566 เวลาประมาณ 13.00 น. ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ระดับ 78.40 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.54 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) อยู่ที่ 73.64 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.43 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล  และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) อยู่ที่ 78.86 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 0.21 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล

ขณะที่ค่าการตลาด ซึ่งรายงานโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ในวันที่ 29 มี.ค. 2566 พบว่าค่าการตลาดดีเซลอยู่ที่ 1.44 บาทต่อลิตร ส่วนค่าการตลาดกลุ่มเบนซินอยู่ที่ประมาณ 2-3 บาทต่อลิตร โดยค่าการตลาดเฉลี่ยระหว่าง 1-29 มี.ค. 2566 ค่าการตลาดอยู่ที่ 2.26 บาทต่อลิตร โดยยังอยู่ในเกณฑ์ค่าการตลาดปกติ ตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 14 ก.พ.2566 ได้มีมติคืนค่าการตลาดผู้ค้าน้ำมันให้กลับมาอยู่ในอัตราปกติประมาณ 2 บาทต่อลิตร หลังจากก่อนหน้านี้ได้ขอความร่วมมือให้คงค่าการตลาดไว้ที่ 1.40 บาทต่อลิตร ในช่วงราคาพลังงานแพง

ด้านราคาน้ำมันดีเซล ณ วันที่ 29 มี.ค. 2566 อยู่ที่ 33.44 บาทต่อลิตร ปัจจุบัน กบน. ยังไม่ได้พิจารณาปรับลดราคาดีเซลในสัปดาห์นี้ แต่หากราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มปรับลดลงอีก ทาง กบน.อาจพิจารณาปรับลดราคาดีเซลเป็นรอบที่ 4 ก็ได้ หลังจากปรับลดราคาดีเซลรอบที่ 3 ไป 50 สตางค์ต่อลิตร เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2566 ที่ผ่านมา

Advertisment