ตั้งงบกองทุนอนุรักษ์พลังงานปี64 วงเงิน1 หมื่นล้านบาทเน้นจ้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

กระทรวงพลังงาน  เดินหน้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2564 วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท  กำหนดหลักเกณฑ์การอนุมัติใหม่เน้นจ้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ตามนโยบายรัฐบาล คาดเสร็จภายในเดือน ก.ย. 2563 นี้ ก่อนเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ในเดือนต.ค.2563 และเดินหน้าโครงการได้จริง ม.ค. 2564

ในขณะที่การอนุมัติงบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประจำปี 2563 วงเงิน 2,066 ล้านบาท ยังอยู่ในกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเน้นไปให้กับโครงการระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อการเกษตรแต่กระทรวงพลังงานยังคงเดินหน้าต่อในการจัดสรรงบกองทุนสำหรับปีงบประมาณ 2564  โดยนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน  ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เมื่อวันที่ 14 ก.ย.2563 ว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างจัดทำหลักเกณฑ์การขอใช้งบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานประจำปี 2564 ในกรอบวงเงิน 1 หมื่นล้านบาท โดยหลักเกณฑ์ในครั้งนี้จะพิเศษกว่าทุกปี โดยเน้นการจ้างงาน สร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน ซึ่งจะเร่งกำหนดหลักเกณฑ์ให้เสร็จภายในเดือน ก.ย.2563 นี้ และเสนอคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) พิจารณาในเดือนต.ค. 2563 ทั้งนี้คาดว่าในเดือนม.ค. 2564 จะเริ่มเดินหน้าโครงการได้ต่อไป

สำหรับหลักเกณฑ์การสร้างงานนั้น เบื้องต้นจะจัดสรรงบไว้สำหรับจ้างนักศึกษาที่จบใหม่หรือกำลังจะจบปริญญาตรีมาจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศพลังงาน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมเสนอนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พิจารณากรอบวงเงินและกำหนดคุณสมบัติผู้ที่จะได้รับการว่าจ้างดังกล่าว

Advertisment

ส่วนหลักเกณฑ์การสร้างรายได้ จะส่งเสริมพัฒนาสินค้าชุมชนในรูปแบบสถานีชุมชน โดยให้คณะกรรมการจังหวัดพิจารณาวัตถุประสงค์สร้างมูลค่าเพิ่มวิสาหกิจชุมชนร่วมกับกระทรวงมหาดไทยต่อไป

นอกจากนี้หลักเกณฑ์กองทุนฯยังมุ่งเน้นการวิจัยพัฒนาตามหัวข้อด้านพลังงานที่กำหนดไว้ เช่น การประหยัดพลังงาน การอนุรักษ์พลังงาน เป็นต้น โดยในวันที่ 14 ก.ย. 2563 กระทรวงพลังงานจะลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการกำหนดกรอบทิศทางและการบริหารจัดการงานวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงาน ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้เกิดการวิจัยพัฒนาด้านพลังงานตามหัวข้อที่กระทรวงพลังงานและกระทรวงการอุดมศึกษาฯ กำหนดร่วมกันต่อไป

Advertisment