กองทุนน้ำมันติดลบหนัก ดิ้นหาเงินเติมสภาพคล่องอุ้มราคา LPG และดีเซล

- Advertisment-

กองทุนน้ำมันติดลบหนัก หมดสภาพคล่องอุ้มราคา LPG ได้จนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2565 ตามมติ คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ในขณะที่แบงก์ไม่ยอมปล่อยกู้ 2หมื่นล้านเพราะไม่มีรัฐค้ำประกัน โดยยังค้างจ่ายหนี้ชดเชยผู้ค้าน้ำมันสะสมกว่า 4.6 หมื่นล้านบาท

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในวันที่ 1 มิ.ย. 2565 ก๊าซหุงต้ม(LPG) ได้ปรับราคาขึ้นเป็นรอบที่ 3 มาอยู่ที่ 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม ซึ่งเป็นไปตามมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่ผ่านมา ซึ่งกำหนดให้ตรึงราคา LPG ไปถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2565 นี้ ภายใต้เงื่อนไขให้ปรับราคาจำหน่ายขึ้นเดือนละ 1 บาทต่อกิโลกรัม ระหว่างเดือน เม.ย.-มิ.ย. 2565  จาก 318 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม  เพิ่มขึ้นเป็น 333 บาทในเดือน เม.ย. จากนั้นขึ้นเป็น 348 บาทในเดือน พ.ค. และจนถึงวันนี้  1 มิ.ย. 2565 นี้ได้ปรับขึ้นราคาครั้งสุดท้ายเป็น 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตามกองทุนฯ กำหนดกรอบวงเงินสำหรับชดเชยราคา LPG ได้ไม่เกิน 36,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันใช้ไปแล้วถึง 35,429 ล้านบาท (ณ วันที่ 29 พ.ค. 2565) ซึ่งคาดว่าจะไม่เพียงพอต่อการดูแลราคา LPG ไปจนถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2565 แน่นอน และจำเป็นต้องขยายกรอบวงเงินชดเชย LPG เพิ่ม แต่กองทุนฯ ก็ประสบปัญหาสถานะติดลบถึง 81,395 ล้านบาท 

- Advertisment -

- Advertisment -.

ดังนั้นในวันที่ 1 มิ.ย. 2565  คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) จึงได้เปิดประชุม เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการหาเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อใช้สำหรับชดเชยราคา LPG ให้ถึงสิ้นเดือน มิ.ย. 2565 ตามมติ กบง. ที่ผ่านมา ว่าจะมีแนวทางอื่นๆในการเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนฯ ได้อย่างไร หรือจะต้องมีการปรับขึ้นราคาLPG ต่อเนื่องเพื่อลดภาระการชดเชยของกองทุนน้ำมันลงจาก ณ วันที่ 1 มิ.ย. มีการชดเชยอยู่ที่ 13.86 บาทต่อกิโลกรัม

สำหรับราคา LPG ปัจจุบันอยู่ที่ 363 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม โดยหากกองทุนฯ ไม่เข้าไปชดเชยราคาเลย ราคาจริงจะอยู่ที่ประมาณ 571 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัม โดยราคา LPG ตลาดโลกลดลงเหลือ 750 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน จากเดือน เม.ย. 2565 อยู่ที่ 855 เหรียญสหรัฐฯต่อตัน

ส่วนการชดเชยราคาดีเซลนั้นในวันที่ 1 มิ.ย. 2565 มีการปรับเพิ่มการชดเชยเป็น 7.04 บาทต่อลิตร จากก่อนหน้านี้ชดเชยอยู่ที่ 6.35 บาทต่อลิตรเนื่องจากราคาน้ำมันโลกปรับเพิ่มสูงขึ้นอีก ทำให้ค่าการตลาดดีเซลของผู้ค้าน้ำมันติดลบ 0.13 บาทต่อลิตร ในขณะที่ราคาดีเซลหน้าปั๊มยังจำหน่ายอยู่ที่ 32.94 บาทต่อลิตร

ส่วนสถานะกองทุนน้ำมันฯ ณ วันที่ 29 พ.ค. 2565 กองทุนฯ ติดลบรวม 81,395 ล้านบาท เป็นผลมาจากการติดลบของบัญชีน้ำมัน 45,968 ล้านบาท และบัญชี LPG ติดลบ 35,427 ล้านบาท  

 ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าว​พลังงาน ( Energy​ News​ Center-ENC​ ) รายงานว่า​ ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ติดลบหนัก และทำให้ขาดสภาพคล่อง จนมีการค้างจ่ายหนี้ชดเชยผู้ค้าน้ำมันอยู่ประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท ในขณะที่แบงก์ไม่ยอมปล่อยกู้เงินจำนวน 2 หมื่นล้านบาทให้กับสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือ สกนช.ที่ถือเป็นนิติบุคคลภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพลังงาน ซึ่งรัฐไม่สามารถเข้าไปค้ำประกันเงินกู้ได้ ทำให้กระทรวงพลังงานต้องไปหาแนวทางอื่นเพื่อเติมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันฯ

โดยฐานะกองทุนที่ติดลบหนักในขณะที่ยังต้องชดเชยราคาดีเซลและLPG ทำให้มีแนวโน้มที่การติดลบ จะทำลายสถิติที่รัฐบาลทักษิณทำติดลบไว้ 9.2 หมื่นล้านบาท ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้านี้

Advertisment