กกพ. ยกอุทธรณ์ GPSC ควบรวม Glow

- Advertisment-

กกพ. มีมติยกอุทธรณ์ของ GPSC ภายหลังใช้สิทธิอุทธรณ์ขอให้ทบทวนคำสั่งไม่เห็นชอบให้รวมกิจการกับ Glow โดยพิจารณาวินิจฉัยแล้ว ยืนคำชี้ขาด เหตุทำให้เกิดการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ 

นางสาวนฤภัทร อมรโฆษิต เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2561 ที่ผ่านมา กกพ. มีมติให้ยกอุทธรณ์ของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการพลังงาน ที่ใช้สิทธิอุทธรณ์คำสั่ง กกพ. ที่ไม่เห็นชอบให้รวมกิจการกับบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ Glow ผู้รับใบอนุญาตอีกราย โดย กกพ. วินิจฉัยแล้ว เห็นว่า แม้ในธุรกิจของการจำหน่ายไฟฟ้าจะเป็นการผูกขาดโดยธรรมชาติ และในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม โดยส่วนใหญ่จะมีผู้ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าเพียงรายเดียว แต่ตามข้อเท็จจริงปรากฏว่า ในพื้นที่ที่มีการอุทธรณ์มีผู้ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าจำนวน 2 รายในพื้นที่ การที่มีการรวมกิจการจนทำให้เหลือผู้ให้บริการจำหน่ายไฟฟ้าเพียงรายเดียว โดยสภาพจึงเป็นการลดการแข่งขันอย่างมีนัยสำคัญ

“ดังนั้น การไม่เห็นชอบให้กระทำการรวมกิจการตามที่ยื่นขออนุญาต เนื่องจากเป็นการลดการแข่งขัน จึงเป็นการพิจารณาที่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว” นางสาวนฤภัทรกล่าว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 กกพ. ได้มีมติไม่เห็นชอบให้ GPSC กระทำการรวมกิจการกับ Glow  เนื่องจากเป็นการลดการแข่งขันตามนัยของมาตรา 60 แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการพลังงานฯ และข้อ 8 ของระเบียบ กกพ. ว่าด้วยการกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อมิให้มีการรวมกิจการอันก่อให้เกิดการผูกขาด ลดการแข่งขัน หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการพลังงาน พ.ศ. 2552

- Advertisment -

ต่อมาเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 GPSC ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่ง กกพ. ที่มีมติไม่เห็นชอบ ซึ่งเมื่อวันที่           21 พฤศจิกายน 2561 ได้มีมติให้สำนักงาน กกพ. เสนอเรื่องอุทธรณ์ GPSC เข้าสู่การพิจารณาของ คณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์คำวินิจฉัยคำสั่ง ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หรือข้อกำหนดของ กกพ.

โดย กกพ. ได้เห็นชอบตามความเห็นของคณะอนุกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ฯ ที่ได้พิจารณาประเด็นข้อกฎหมายตามที่ GPSC โต้แย้งคำสั่ง กกพ. แล้ว เห็นว่า การที่ กกพ. ไม่เห็นชอบให้กระทำการรวมกิจการตามที่ยื่นขออนุญาตเนื่องจากเป็นการลดการแข่งขัน จึงเป็นการพิจารณาที่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว อุทธรณ์ของ GPSC ในประเด็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ได้ยื่นอุทธรณ์มาจึงฟังไม่ขึ้น แม้ในปัจจุบันอาจไม่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน แต่ในระยะยาวการที่ยังคงมีการแข่งขันในพื้นที่ย่อมดีกว่ามีผู้ประกอบกิจการเพียงรายเดียว กกพ. จึงควรส่งเสริมให้ยังคงมีการแข่งขันอยู่ต่อไป เพราะโดยพื้นฐานของธุรกิจลักษณะนี้ ผลประโยชน์สุดท้ายจะตกแก่ผู้รับบริการในพื้นที่

สำหรับขั้นตอนต่อไป ทางสำนักงาน กกพ. จะแจ้งผลการพิจารณาอุทธรณ์ให้ จีพีเอสซี รับทราบต่อไป

Advertisment