กกพ. กฟผ. และ พพ. นัดถกกำหนดพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน สัปดาห์หน้า

dav

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) นัดหารือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดพื้นที่ ที่เหมาะสม ในการตั้งโรงไฟฟ้าชุมชน  คาดประกาศเปิดรับซื้อไฟฟ้าได้ช่วงเดือน ก.พ. 2563 

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)จะประชุมร่วมกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.),กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อกำหนดพื้นที่ ที่เหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าชุมชน โดยต้องคำนึงถึงจุดที่สามารถเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าเป็นหลัก  จากนั้นจะเตรียมสรุปผลเสนอต่อคณะกรรมการบริหารการรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ที่มีปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เพื่อพิจารณา กำหนดหลักเกณฑ์ ก่อนที่ กกพ.จะออกประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ ในช่วงเดือน ก.พ. 2563 นี้ โดยเบื้องต้นจะให้เวลาการสมัครร่วมโครงการประมาณ 1-2 เดือน  เพื่อให้ผู้ที่สนใจมีเวลาเพียงพอในการเตรียมตัว

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) รายงานว่า มติ กพช. เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2562 กำหนดให้เปิดรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ในปี 2563 จำนวน 700 เมกะวัตต์ โดยกำหนดการจ่ายไฟเข้าระบบ หรือ SCOD แบ่งเป็น 2 โครงการ คือ (1) โครงการ Quick Win ซึ่งเปิดโอกาสให้กับโรงไฟฟ้าที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว หรือใกล้จะแล้วเสร็จ เข้าร่วมโครงการและมีกำหนดให้จ่ายไฟเข้าระบบภายในปี 2563 และ (2) โครงการทั่วไป ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้มีความประสงค์เข้าร่วมโครงการทั่วไป

โดยกำหนดให้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ในปี 2564 เป็นต้นไป ปริมาณเสนอขายไฟฟ้าไม่เกิน 10 MW ใช้วิธีคัดกรองโดยคณะกรรมการบริหารการรับซื้อไฟฟ้าฯ จะพิจารณาตามหลักเกณฑ์ และคัดเลือกเรียงลำดับตามการยื่นผลประโยชน์คืนสู่ชุมชนสูงสุดไปสู่ผลประประโยชน์ต่ำสุด

ส่วนรูปแบบการร่วมทุนโรงไฟฟ้าชุมชน ประกอบด้วย 2 กลุ่ม คือ (1) กลุ่มผู้เสนอโครงการ (ภาคเอกชนอาจร่วมกับองค์กรของรัฐ) สัดส่วนประมาณร้อยละ 60 – 90 และ (2) กลุ่มวิสาหกิจชุมชน (มีสมาชิกไม่น้อยกว่า 200 ครัวเรือน) สัดส่วนประมาณ ร้อยละ 10 – 40 (เป็นหุ้นบุริมสิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 และเปิดโอกาสให้ซื้อหุ้นเพิ่มได้อีก รวมแล้วไม่เกินร้อยละ 40)