ค้นหาด้วย ' แม่เมาะ ' ทั้งหมด 5 รายการ
กฟผ.แจงโรงไฟฟ้าแม่เมาะชุดใหม่4-7ควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อมดีขึ้น

กฟผ. ชี้แจงโครงการโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะเครื่องที่ 4-7 ต้องทำ EHIA ใหม่ตามขั้นตอนของกฎหมายประมูลได้เนื่องจากขนาดกำลังผลิตตามสเปคของโรงไฟฟ้ามากกว่าโรงไฟฟ้าชุดเดิม  55 เมกะวัตต์โดยมั่นใจสามารถควบคุมผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้นทั้งปริมาณการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ และก๊าซออกไซด์ของไนไตรเจน รวมทั้งฝุ่นละออง

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการประจำสำนักผู้ว่าการ และโฆษกการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า ตามที่โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 -7 จ.ลำปาง ได้มีการจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ใหม่ เนื่องจากผลการประกวดราคาได้โรงไฟฟ้าขนาดกำลังผลิต 655 เมกะวัตต์ สูงกว่ากำลังผลิตเดิมในการจัดทำรายงาน EHIA ครั้งแรก ซึ่งมีกำลังผลิต 600 เมกะวัตต์ เนื่องจากเป็นเครื่องที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กำลังผลิตติดตั้งที่เปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะต้องมีการจัดทำรายงาน EHIA ใหม่ด้วย

สำหรับโครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 มีค่าควบคุมการระบายมลสารที่ปากปล่องโรงไฟฟ้าที่ดีกว่าเกณฑ์มาตรฐาน โดยการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) 236 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐาน 471 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ก๊าซออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx) 169 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐาน 376 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และฝุ่นละออง 30 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จากค่ามาตรฐาน 80 มิลลิกรัมต่อลูกบาศก์เมตร จะเห็นได้ว่าโครงการฯ ใหม่มีการควบคุมการระบายมลสารอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชน และดีกว่าค่าที่ระบุใช้ใน EHIA เดิมขนาด 600 เมกะวัตต์

โดยการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.1)  ได้จัดขึ้นแล้วในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2559 ที่ผ่านมา ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ จ.ลำปาง และได้มีประชาชนจำนวนหนึ่งรวมตัวกันชุมนุมอภิปรายในประเด็นความกังวลเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตชุมชน กฟผ. จึงเลื่อนการรับฟังความคิดเห็นออกไปก่อนเพื่อทำความเข้าใจกับชุมชน และประชาสัมพันธ์การดำเนินการดังกล่าวอีกครั้ง โดย กฟผ. จะเชิญกลุ่มผู้นำชุมชนทุกกลุ่มมาหารือกันถึงแนวทางในการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในครั้งต่อไป

 

 

เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น ค.3 โรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ 23 ก.ย. นี้

กฟผ. พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียในขั้นตอนการทบทวนร่างรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและด้านสุขภาพ (EHIA) หรือ ค.3 โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทน โรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4 - 7 เพื่อจัดทำรายงาน EHIA  ให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกกลุ่มผู้มีส่วนได้เสีย ในวันเสาร์ที่ 23 กันยายน 2560 เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป  ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ. แม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง

ว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ได้เตรียมจัดประชุมรับฟังความคิดเห็น ค.3 ของโครงการดังกล่าว โดยบริษัทที่ปรึกษาจะนำเสนอผลการศึกษา EHIA  ของโครงการ ทั้งด้านผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น มาตรการป้องกันและแก้ไข รวมถึงมาตรการติดตามตรวจสอบ ซึ่งจะเปิดให้ประชาชนในพื้นที่ 5 ตำบลของ อ.แม่เมาะ ได้แก่ ตำบลสบป้าด จางเหนือ นาสัก บ้านดง และแม่เมาะ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากการการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในการกำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมิน EHIA (ค.1) เมื่อวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2560 และการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงาน EHIA (ค.2) ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา

เมื่อเวที ค.3 แล้วเสร็จ บริษัทที่ปรึกษาจะรวบรวมข้อคิดเห็นทั้งหมดจากทั้ง 3 เวที มาพิจารณาตามหลักวิชาการเพิ่มเติมให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนเพื่อนำไปจัดทำรายงาน EHIA ฉบับสมบูรณ์ ก่อนนำส่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนจัดเวที ค.3 ทางบริษัทที่ปรึกษา ได้จัดทำร่างรายงาน EHIA ที่ใช้สำหรับเวที ค.3 ทั้งฉบับเต็มและฉบับย่อ เผยแพร่กับกลุ่มเป้าหมายภาคประชาชน ผู้นำชุมชนในพื้นที่โครงการ หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณา EHIA หน่วยงานราชการระดับจังหวัด อำเภอ และตำบล หน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ กลุ่มองค์กรเอกชน ด้านสิ่งแวดล้อม องค์กรพัฒนาเอกชน สถานศึกษา ศาสนสถาน นักวิชาการอิสระ สื่อมวลชน และประชาชนทั่วไป  เพื่อศึกษาล่วงหน้าก่อนไปร่วมเวที นอกจากนี้ยังมีการสื่อสารให้ความรู้ในเบื้องต้นผ่านหลายช่อง เช่น แผ่นพับให้ความรู้ สถานีวิทยุชุมชน หนังสือพิมพ์ ป้ายประกาศ โครงการ กฟผ.แม่เมาะ เคาะประตูบ้าน และทางโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง

ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมเวทีรับฟังความคิดเห็น ค.3 และสามารถดาวน์โหลดข้อมูลก่อนเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่เว็บไซต์ www.egat.co.th นอกจากนั้น ยังสามารถแสดงความคิดเห็นต่อร่างฯ ฉบับนี้ได้ ด้วยการส่งข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะไปที่   อีเมล: weenittha_w@team.co.th และ rattiya_n@team.co.th หรือ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด 151 อาคารทีม ถนนนวลจันทร์ แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ 10230 และที่ โทรศัพท์ 0-2509-9000 กด 3201-5 ต่อ 104, 106 4. โทรสาร  0-2509-9109 ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 2560 จนถึง วันที่ 8 ต.ค. 2560

กฟผ. เปิดแม่เมาะ จัดใหญ่ประชุมวิชาการนานาชาติด้านเหมืองแร่

กฟผ. เปิดเหมืองแม่เมาะต้อนรับนักวิชาการด้านถ่านหินจากทั่วโลก ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ Coal Mining and Utilization for Sustainable Development International Conference (CM&USD 2017) ระบุเป็นเวทีแสดงศักยภาพด้านการทำเหมืองแร่ถ่านหินของไทย และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการทำเหมืองเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นเจ้าภาพจัดงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านการทำเหมืองถ่านหินและการใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Coal Mining and Utilization for Sustainable Development International Conference (CM&USD 2017) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 พฤศจิกายน 2560  ณ อาคารสมานฉันท์ธัชชวาล ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานกว่า 200 คน ทั้งนักวิชาการ นักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ตลอดจนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ของไทยและต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น อินเดียและเยอรมนี โดยจะมีนายถาวร  งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ. เป็นประธานเปิดงาน

การประชุมวิชาการนานาชาติด้านการทำเหมืองถ่านหินฯ ครั้งนี้  ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ของประเทศไทย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปีนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้นักวิชาการ นักวิจัยและนักศึกษาจากทั่วโลก ได้มาร่วมประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และถ่ายทอดประสบการณ์ด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมเหมืองถ่านหิน และการพัฒนาเทคโนโลยีการทำเหมืองที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ

สำหรับประชุมวิชาการนานาชาติครั้งนี้ มีหัวข้อสัมมนาด้านการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากการทำเหมืองถ่านหิน รวมถึงการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่  1) การทำเหมืองถ่านหินภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 โดยนายวิษณุ ทับเที่ยง รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)   2) พลังงานหมุนเวียนจะสามารถแทนที่พลังงานจากถ่านหินทั้งหมดในอุตสาหกรรมโลกได้หรือไม่ โดย รศ.ดร.ภิญโญ  มีชำนะ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ  3) โรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด หรือเทคโนโลยี HELE (High Efficiency, Low Emission) โดย Mr. Mikio Ando วิศวกรอาวุโส ฝ่ายวางแผนเชิงกลยุทธ์และสารสนเทศจากศูนย์พลังงานถ่านหิน ประเทศญี่ปุ่น  4) ความท้าทายของการเริ่มต้นการวิจัยและพัฒนา และความร่วมมือระหว่างประเทศของการทำเหมืองถ่านหินในประเทศอินเดีย โดย Prof. Dr. Khanindra Pathak กรรมการอิสระจาก Coal India Limited Department of Mining Engineering Indian Institute of Technology (IIT) เมืองฆารคปุระ ประเทศอินเดีย และ 5) ความสำคัญ ความท้าทายและแนวทางการแก้ไขปัญหาในการปิดเหมือง โดย Mr. Karl Kleineberg จากสถาบันเทคโนโลยี จอร์จ อกริโคลา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

ภายในงาน กฟผ. จะแสดงผลงานนวัตกรรมที่ได้รับรางวัลมาแล้ว อาทิ แผงประกอบอุปกรณ์พิเศษหม้อน้ำแรงดันสูง ด้วยระบบสูบน้ำแบบอนุกรมต่างระดับอัตโนมัติ 3-STAGE ซึ่งสามารถสูบน้ำออกจากบ่อเหมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และอุปกรณ์เคลียร์ถ่านติดสะสม (Distribution Bunker Cleaning Equipment) ที่ช่วยแก้ปัญหาถ่านติดสะสมที่อาคาร สามารถเพิ่มความปลอดภัยในการทำงาน และส่งถ่านหินไปยังโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้ทันเวลา

นอกจากนั้น ยังมีการนำเสนอผลงานวิชาการจำนวนกว่า 54 เรื่อง จากนักวิชาการ นักวิจัยชั้นนำของโลก และพนักงาน กฟผ. โดยแบ่งหัวข้อเป็น 8 ประเภท ได้แก่ การเจาะระเบิด  การวางแผนระบบการทำงานเหมือง  ธรณีเทคนิคในการทำเหมือง  สิ่งแวดล้อมในการทำเหมืองและมาตรการการติดตาม  อาชีวอนามัยและความปลอดภัยในการทำเหมือง  การฟื้นฟูสภาพเหมืองและการวางแผนการปิดเหมือง  การปรับปรุงคุณภาพถ่านและการนำไปใช้  และมุมมองด้านเศรษฐกิจและสังคมในการทำเหมือง

ทั้งนี้ เหมืองแม่เมาะ กฟผ. ได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทการทำเหมืองเปิดที่มีแนวทางปฏิบัติเป็นเลิศ หรือ Best Practice for Surface Coal Mining Category จากเวที ASEAN Coal Awards 2017 ณ กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี การนำถ่านหินมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และการให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจและเกิดการยอมรับของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

 

 

กฟผ.พร้อมจัดเวที ค.2โครงการโรงไฟฟ้าทดแทนแม่เมาะเครื่อง4-7วันที่13-16มิ.ย.นี้

กฟผ.เตรียมพร้อมจัดเวทีรับฟังความคิดเห็น (ค.2) โครงการขยายกำลังผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2560 นี้ เน้นลงพื้นที่กลุ่มย่อยรับฟังความคิดเห็นประชาชน 5 ตำบล เพื่อ กำหนดเป็นมาตรการด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในรายงาน EHIA ให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่

 ว่าที่ พ.ต.อนุชาต ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาดำเนินการศึกษาและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) โครงการขยายกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 ได้จัดรับฟังความคิดเห็นเพื่อ กำหนดขอบเขตและแนวทางการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (Public Scoping) หรือ ค.1 ไปแล้วเมื่อวันที่ 29 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา ดังนั้น ในระหว่างวันที่ 13-16 มิถุนายน 2560 นี้ บริษัทจะจัดรับฟังความคิดเห็นในขั้นตอนการประเมินและจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (ค.2) โดยลงพื้นที่พูดคุยเป็นกลุ่มย่อยในแต่ละตำบลและตามกลุ่มเป้าหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 7 เวที ครอบคลุมพื้นที่ 5 ตำบล ได้แก่ ตำบลสบป้าด จางเหนือ นาสัก บ้านดง และแม่เมาะ

สำหรับรายละเอียดการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นฯ (ค.2) ทั้ง 7 เวที ประกอบด้วย กลุ่มประชาชนตำบลจางเหนือ วันอังคารที่ 13 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม อบต.จางเหนือ กลุ่มประชาชนตำบลนาสัก เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ห้องประชุม อบต.นาสัก กลุ่มหน่วยงานสาธารณสุขจากทั้ง 5 ตำบล วันพุธที่ 14 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ (ห้องประชุมเล็ก) กลุ่มหน่วยงานราชการ องค์กรพัฒนาเอกชนและเครือข่ายสุขภาพจากทั้ง 5 ตำบล เวลา 13.00 - 16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอ
แม่เมาะ (ห้องประชุมเล็ก) กลุ่มประชาชนตำบลสบป้าด วันพฤหัสบดีที่ 15 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ทำการ อบต.สบป้าด กลุ่มประชาชนตำบลแม่เมาะ เวลา 13.00 – 16.30 น. ณ ที่ว่าการอำเภอแม่เมาะ (ห้องประชุมใหญ่) และกลุ่มประชาชนตำบลบ้านดง วันศุกร์ที่ 16 มิถุนายน 2560 เวลา 08.30 – 12.00 น. ณ ห้องประชุม อบต.บ้านดง

ทั้งนี้ การจัดรับฟังความคิดเห็น ค.1 ที่ผ่านมา ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการ กฟผ.แม่เมาะ อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง มีประชาชนอำเภอแม่เมาะทุกภาคส่วนเข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นในทุกมิติ จำนวน 2,696 คน มีผู้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจา จำนวน 48 คน และมีผู้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมหลังจากการประชุม ค.1 ทางจดหมาย อีเมล์ โทรศัพท์และโทรสาร จำนวน 39 คน โดยข้อคิดเห็นของประชาชนทั้งหมด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด ได้นำไปกำหนดขอบเขตการศึกษาและจัดทำรายงาน EHIA ให้ครอบคลุมข้อห่วงกังวลของประชาชนในพื้นที่ทั้ง 5 ตำบล และหลังจากการจัดรับฟังความคิดเห็น ค.2 ในครั้งนี้ จะเป็นขั้นตอนการทบทวนและรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างรายงาน EHIA หรือ ค.3 ต่อไป

กฟผ.ลุ้นสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ 650เมกะวัตต์ ทดแทนโรงเก่าหน่วยที่8และ9

กฟผ.ลุ้นให้กระทรวงพลังงาน อนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ โรงใหม่ขนาดกำลังการผลิต  650 เมกะวัตต์ เพื่อทดแทนโรงเก่าหน่วยที่ 8และ9 ที่จะปลดระวางในปี2563   โดยหากได้รับการอนุมัติคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3 ปี วงเงินลงทุนกว่า 35,000 ล้านบาท  ใน ขณะที่โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ  Replacement 1 (ทดแทนหน่วยที่4 หน่วยที่ 6 และหน่วยที่ 7) เตรียมเข้าระบบในเดือน พ.ย. 2561 นี้

นายธวัชชัย จักรไพศาล รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้ กฟผ.สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ภาคเหนือ เพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 8 และ 9 ที่จะหมดอายุในปี 2563 นี้ หรือไม่ ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว หรือ PDP ฉบับใหม่ที่กระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการจัดทำอยู่ในขณะนี้

ทั้งนี้หากได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างได้จะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปี โดยจะสร้างเพียง 1 โรง กำลังผลิตรวม 650 เมกะวัตต์​  แต่สามารถทดแทนกำลังการผลิตของโรงไฟฟ้าหน่วยที่ 8 และ9 นี้ได้ โดยจะเรียกโรงไฟฟ้าส่วนนี้ว่า โครงการ โรงไฟฟ้าแม่เมาะ Replacement 2 ซึ่งจะใช้เงินลงทุนใกล้เคียงกับโรงไฟฟ้า Replacement 1 (โรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทดแทนโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะหน่วยที่4 หน่วยที่ 6 และหน่วยที่ 7) ที่ 35,00 ล้านบาท

สำหรับโรงไฟฟ้าReplacement 1 ขณะนี้อยู่ระหว่างการทดสอบระบบ คาดว่าจะขายไฟฟ้าเข้าระบบ(COD)ได้ ประมาณ เดือน พ.ย. 2561 นี้ โดยโรงไฟฟ้าดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ใกล้กับโรงไฟฟ้าแม่เมาะเดิม อำเภอแม่เมาะ จังหวัดลำปาง กำลังการผลิตรวมประมาณ 650 เมกะวัตต์ อายุโรงไฟฟ้า 30 ปี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีใหม่แบบ Ultra Super Critical หรือ ( USC ) สามารถเผาถ่านหินด้วยอุณหภูมิสูง ลดการปล่อยซัลเฟอร์ไดออกไซด์ที่เป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะมีหน่วยการผลิตอยู่ 10 หน่วย (ตั้งแต่หน่วยที่ 4-13) กำลังการผลิตรวม 2,400 เมกะวัตต์

นอกจากนี้ในส่วนของโรงไฟฟ้าแม่เมาะหน่วยที่ 10-13  กำลังการผลิตรวม 1,200 เมกะวัตต์นั้น จะหมดอายุประมาณปี 2570 ซึ่งหากไม่สร้างโรงไฟฟ้าใหม่มาทดแทนจะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในส่วนนี้หายไปจากพื้นที่โซนภาคเหนือ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ กฟผ.กำลังพิจารณาว่าจะมีปริมาณสำรองถ่านหินลิกไนต์ในเหมืองว่าเพียงพอที่จะป้อนเป็นเชื้อเพลิงให้โรงไฟฟ้าถ่านหินทดแทนแห่งใหม่ได้หรือไม่   โดยมีการประเมินว่าเหมืองแม่เมาะจะมีปริมาณสำรองถ่านหิน 300-400 ล้านตัน ใช้ในปัจจุบันที่ 16 ล้านตันต่อปี คาดว่าจะใช้ไปได้อีกไม่ต่ำกว่า 30 ปี

ทั้งนี้เห็นว่าโรงไฟฟ้าแม่เมาะจัดเป็นโรงไฟฟ้าหลักที่ช่วยค้ำระบบให้เกิดความมั่นคงไฟฟ้าในภาคเหนือ ซึ่งจำเป็นต้องส่งเสริมให้เกิดการสร้างโรงใหม่ทดแทนหากโรงไฟฟ้าแม่เมาะหมดอายุลง แต่หากไม่สร้างอาจต้องซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ซึ่งทำให้ไฟฟ้าไทยไม่มั่นคงได้ และการส่งไฟฟ้าระยะไกลจะเกิดการสูญเสียกำลังไฟฟ้าด้วย

ด้านนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การจัดทำร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ ปี2561-2580 (PDP)ฉบับใหม่ เตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ ยืนยันว่า เชื้อเพลิงถ่านหินยังเป็นทางเลือกในแผน PDPที่จะช่วยกระจายความเสี่ยงสัดส่วนการใช้เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า และในอนาคตประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีการรับซื้อไฟฟ้าจากเอกชนรายใหญ่ (IPP) เพื่อความมั่นคงด้านพลังงาน