รัฐเตรียมพร้อมประชุมควักเงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาดีเซลเพิ่ม

- Advertisment-

กระทรวงพลังงานเตรียมเรียกประชุมควักเงินกองทุนน้ำมันอุดหนุนราคาดีเซลเพิ่มอีกไม่ให้ทะลุเพดาน 30 บาทต่อลิตรหลังราคาผันผวนขยับขึ้นมาอยู่ที่ 29.84 บาทต่อลิตร (มีผล 11 ม.ค.65)​ ในขณะที่กลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซิน​ แก๊สโซฮอล์ 91และ95 ยังเป็นคนที่จ่ายเข้ากองทุนเพื่อแบกรับภาระทั้งดีเซลและก๊าซหุงต้ม

แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันตลาดโลกที่ยังผันผวนในระดับสูง โดยน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 79.12 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล (ราคา ณ วันที่ 10 ม.ค. 2565 )​ ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล (ดีเซลB7)​ ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 29.84 บาทต่อลิตร(มีผล​ 11 ม.ค.​65)​ ซึ่งใกล้จะทะลุเพดาน 30 บาทต่อลิตรแล้ว ทำให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เตรียมพร้อมเรียกประชุมเพื่อพิจารณาเพิ่มวงเงินชดเชยราคาดีเซล เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันที่ชดเชยอยู่ที่ 1.99 บาทต่อลิตร

ผู้ค้าน้ำมันประกาศ​ปรับขึ้นราคาขาย​ปลีก​มีผล 11 ม.ค. 65

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ในฐานะที่ติดลบมากถึง 5,946 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีเงินสะสมอยู่ในระดับเกิน 3 หมื่นล้านบาท ซึ่งการที่ฐานะกองทุนน้ำมันร่อยหรอลงจนติดลบและต้องกู้เสริมสภาพคล่องอีกกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น มาจากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซึ่งเป็นทั้งประธาน กบน.และ กบง.ที่ต้องการอุดหนุนราคาน้ำมันดีเซลในช่วงที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและอุดหนุนราคาก๊าซหุงต้มที่ระดับ 318 บาทต่อถังขนาด 15 กิโลกรัมเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน ซึ่งได้ดำเนินการ
มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีภาระการชดเชย ณ ปัจจุบัน รวมประมาณ 5,700 ล้านบาทต่อเดือน (ชดเชยดีเซลประมาณ 4,000 ล้านบาท และ LPG 1,700 ล้านบาทต่อเดือน )​

ทั้งการตรึงราคาก๊าซหุงต้มหรือ LPG นั้นจะดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือน ม.ค. 2565 นี้และการตรึงราคาดีเซลจะดำเนินไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค. 2565 จากนั้น จึงจะมีการพิจารณาตัดสินใจในเชิงนโยบายต่อไปว่าจะขยายระยะเวลาหรือจะยอมให้มีการขยับราคาขึ้น เพื่อลดภาระการชดเชยโดยเฉพาะการชดเชยราคาก๊าซหุงต้มซึ่งที่ผ่านมาใช้เงินจากกองทุนน้ำมันไปแล้วรวม 23,178 ล้านบาท

- Advertisment -

โดยกองทุนน้ำมันยังมีสภาพคล่องจากเงินที่อยู่ระหว่างรอชำระหนี้ต่างๆอีกกว่า 20,000 ล้านบาท ที่สามารถนำมาหมุนใช้ได้ก่อน จนกว่าเงินกู้ จะเริ่มเข้ากองทุนฯได้ประมาณเดือน พ.ค.-มิ.ย. 2565 นี้

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าว​พลังงาน (Energy News​ Center-ENC​)​รายงานเพิ่มเติมว่า มติคณะรัฐมนตรี​เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 65 ที่ผ่านมา เห็นชอบตามคณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ (คณะกรรมการฯ) ในการปรับปรุงแผนการบริหารหนี้สาธารณะ (แผนฯ) ประจำปีงบประมาณ 2565 ครั้งที่ 1 โดยส่วนหนึ่งของแผนคือการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องให้กับกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 20,000 ล้านบาท เพื่อให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงสามารถรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่กระทบต่อภาระค่าครองชีพของประชาชน

อัตราการ​จัดเก็บ​เงิน​เข้า​กองทุนน้ำมัน

ผู้สื่อข่าวยังรายงาน โดยอ้างอิง ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.)​ซึ่งชี้ให้เห็นว่า กลุ่มผู้ใช้น้ำมันเบนซิน 95 เป็นผู้ที่จ่ายเงินเข้ากองทุนน้ำมันมากที่สุดในอัตราลิตรละ 6.58 บาท ส่วนผู้ใช้แก๊ส​โซฮอล์​ 91และ95 อยู่ที่ลิตรละ 0.62 บาทต่อลิตร ในขณะที่ ผู้ใช้แก๊ส​โซฮอล์ E20 ได้รับการชดเชยลิตรละ 2.28 บาทต่อลิตร E85 ลิตรละ 7.13 บาทต่อลิตร ผู้ใช้ดีเซล ได้รับชดเชยลิตรละ 1.99 บาทต่อลิตร และผู้ใช้LPG ได้รับการชดเชย 13.22 บาทต่อกิโลกรัม โดยหากไม่มีการปรับปรุงอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงใหม่ ก็หมายความว่า กลุ่มผู้ใช้เบนซิน 95 แก๊ส​โซฮอล์​ 91และ95 กลายจะเป็นผู้รับภาระการอุดหนุนราคาดีเซลและ LPG ที่เกิดขึ้นรวมทั้งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่จะเกิดขึ้นทั้งหมด

Advertisment