กองทุนอนุรักษ์พลังงาน เปิดยอดเงินเหลือ 2.7 หมื่นล้าน เตรียมเก็บเงินผู้ใช้น้ำมันเข้ากองทุนฯเพิ่มเป็น 5 สต./ลิตรในปี 2566

- Advertisment-

กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน สรุปยอดเงินเหลือล่าสุด ก.ค. 2565 กว่า 27,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2564 หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประชาชนเดินทางมากขึ้น ส่งผลให้กองทุนฯเก็บเงิน 0.005 บาท จากทุกลิตรที่ประชาชนเติมน้ำมันได้เพิ่มขึ้น ส่วนปี 2566 กองทุนฯ เตรียมกลับมาเก็บเงินเพิ่มเป็น 5 สตางค์ต่อลิตร ตามมติ กพช.ที่ผ่านมา    

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center- ENC) รายงานว่า สำนักงานกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน(ส.กทอ.) ได้รายงานฐานะการเงินของกองทุนฯ สรุปเมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2565 โดยมีเงินเหลือรวม 27,125.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2564 ที่มีเงินเหลืออยู่ประมาณ 24,832 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ประชาชนกลับมาเดินทางเพิ่มขึ้นและทุกครั้งที่ประชาชนเติมน้ำมันจะถูกเก็บเงินส่งเข้ากองทุนฯ 0.005 บาทต่อลิตร  

สำหรับเฉพาะระหว่างวันที่ 1-31 ก.ค. 2565 กองทุนฯมีรายรับประมาณ 26 ล้านบาท จากเงินนำส่งเข้ากองทุนฯ และมีรายจ่ายประมาณ 66 ล้านบาท จากแผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน และแผนเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

- Advertisment -

โดยเงินดังกล่าวส่วนใหญ่จะถูกนำมาใช้สำหรับโครงการด้านการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งที่ผ่านมากองทุนฯ ได้กำหนดกรอบการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ ปี 2565-2567 ไว้โดยให้ใช้จ่ายเงินปีละ 4,000 ล้านบาท ภายในวงเงินรวม 12,000 ล้านบาท โดยให้คณะกรรมการกองทุนฯ มีอำนาจปรับปรุงแนวทาง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและลำดับความสำคัญของการใช้จ่ายเงินกองทุนฯ และการจัดสรรเงินตามแผนงานต่างๆ ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม ซึ่งในปี 2566 นี้ได้ให้เงินสนับสนุนโครงการต่างๆ เพียง 2,000 ล้านบาท ลดลงจากปี 2565 ที่กำหนดไว้ 3,850 ล้านบาท และย้อนไปในปี 2564 ให้เงินสนับสนุนโครงการฯ ถึง 6,500  ล้านบาท

ทั้งนี้เนื่องจากการจัดเก็บรายได้ของกองทุนฯ ลดลงตั้งแต่ปลายปี 2564 เมื่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้พิจารณามาตรการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนในช่วงวิกฤติราคาน้ำมันแพง โดยปรับลดอัตราการส่งเงินเข้ากองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานของน้ำมันเบนซิน น้ำมันแก๊สโซฮอล์ น้ำมันก๊าด น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว น้ำมันดีเซลหมุนช้า และน้ำมันเตา เหลือ 0.005 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 1 ปี และจากนั้นจะเหลือ 0.05 บาทต่อลิตร เป็นระยะเวลา 2 ปี  จากเดิมที่เคยเก็บอยู่ 10 สตางค์ต่อลิตร

อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา กระทรวงพลังงานระบุว่า การเก็บเงินเข้ากองทุน 10 สตางค์ต่อลิตร ทำให้กองทุนฯ มีรายได้จากประชาชนที่เติมน้ำมันชนิดต่างๆ  ประมาณ 3,500 ล้านบาทต่อปี  และเมื่อเก็บเหลือ 0.005 บาทต่อลิตร จะทำให้มีรายได้ลดลงเหลือเพียง 145-150 ล้านบาทต่อปี เป็นเวลา 1ปี และหลังจากนั้นปี 2566-2567 ก็จะเก็บจำนวน 5 สตางค์ต่อลิตร

สำหรับโครงการขอรับการสนับสนุนเงินกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ล่าสุดได้ประกาศเปิดรับข้อเสนอโครงการฯ ประจำปี 2566 แล้ว วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 2 แผนงาน ได้แก่ 1. แผนอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน วงเงินรวม 1,850 ล้านบาท และ 2. แผนงานบริหารจัดการสำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน(ส.กทอ.) วงเงิน 150 ล้านบาท

ทั้งนี้แผนงานอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน วงเงินรวม 1,850 ล้านบาท ได้แบ่งกลุ่มงานที่จะได้รับการสนับสนุน ดังนี้ 1). กลุ่มงานตามกฎหมาย 70 ล้านบาท 2).กลุ่มงานสนับสนุนนโยบายอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน 100 ล้านบาท 3).กลุ่มงานศึกษา ค้นคว้าวิจัย นวัตกรรม และสาธิตต้นแบบ 200 ล้านบาท 4). กลุ่มงานสื่อสาร และข้อมูล ข่าวสาร 35 ล้านบาท 5).กลุ่มงานพัฒนาบุคลากร 35 ล้านบาท 6). กลุ่มงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม อุตสาหกรรมขนาดเล็ก(SMEs) อาคาร บ้านอยู่อาศัย ภาคขนส่ง ธุรกิจฟาร์มเกษตรสมัยใหม่ และพื้นที่พิเศษ 650 ล้านบาท และ7). กลุ่มงานส่งเสริมอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก 760 ล้านบาท   

สำหรับกำหนดการเปิดรับคำขอรับการสนับสนุน ใน “แผนงานอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน” แบ่งเป็นดังนั้น  กลุ่มงานที่ 1-6 เปิดรับคำขอรับการสนับสนุนโครงการไปแล้วตั้งแต่วันที่ 1-30 กรกฎาคม 2565  และกลุ่มงานที่ 7 หรือ กลุ่มงานส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทนเศรษฐกิจฐานราก จะเปิดรับคำขอรับการสนับสนุนโครงการตั้งแต่ 1-30 กันยายน 2565 ภายในเวลา 16.30 น. โดยให้ยื่นขอรับการสนับสนุนเงินจากกองทุนฯ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่  https://project.enconfund.go.th

Advertisment
เพิ่มเพื่อน