ค้นหาด้วย ' ฺBGRIM ' ทั้งหมด 10 รายการ
บริษัทลูก BGRIM ออกหุ้นกู้ 6,700 ล้านบาท เรตติ้ง A- เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

2 บริษัทลูก BGRIM ออกหุ้นกู้จำนวน 6.7 พันล้านบาท เรตติ้ง “A-” ให้แก่นักลงทุนสถาบัน-รายใหญ่ จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ที่อัตรา 3.95% ซึ่งลดต้นทุนทางการเงินได้กว่า 350 ล้านบาท  และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารสภาพคล่องของบริษัท

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2561 บริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์1 จำกัด และ บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 2 จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BGRIM ได้ออกหุ้นกู้ 2 ชุด คือหุ้นกู้ชนิดทยอยชำระคืนเงินต้นของบริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 1 จำกัด ครั้งที่ 1/2561 และหุ้นกู้ชนิดทยอยชำระคืนเงินต้นของบริษัท บี.กริม บีไอพี เพาเวอร์ 2 จำกัด ครั้งที่ 1/2561 มูลค่า 6,700 ล้านบาท หรือชุดละ 3,350 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ 

โดยหุ้นกู้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ "A-" แนวโน้ม "Stable" จากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด ซึ่งหุ้นกู้ทั้ง 2 ชุด เป็นหุ้นกู้ชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีประกัน ทยอยชำระคืนเงินต้น และมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ มีอายุตราสาร 15 ปี จ่ายดอกเบี้ยทุก 6 เดือน ที่อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3.95% ต่อปี โดยธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย 

นางปรียนาถกล่าวว่า จากความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อ BGRIM และบริษัทในเครือในระยะยาว ส่งผลให้การออกหุ้นกู้ของ 2 บริษัทย่อยของ BGRIM ครั้งนี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ โดยบริษัทฯ  เตรียมนำเงินที่ได้ไปรีไฟแนนซ์เพื่อลดต้นทุนทางการเงินได้ประมาณ 1.2%-1.6% หรือเทียบเท่า 350 ล้านบาท ซึ่งจะสนับสนุนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนต่อไปในอนาคต

 

ABPR4 บริษัทย่อย ของBGRIM สามารถจ่ายไฟเชิงพาณิชย์ให้กฟผ.ได้ตามสัญญา 1มิ.ย.2561

ปรียนาถ สุนทรวาทะ" ยังยืนยันที่จะเดินหน้าขยายกำลังการผลิตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ สิ้นปีนี้มากกว่า 2,000 เมกะวัตต์

โดย ABPR4 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 133 เมกะวัตต์ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้จังหวัดระยองได้จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยตามสัญญาซื้อขายไฟประเภทผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) เป็นระยะเวลา 25 ปี ซึ่งวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้าดังกล่าวเป็นไปตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและต้นทุนการก่อสร้างเป็นไปตามที่กำหนดไว้กับธนาคารผู้ให้สินเชื่อ

ปัจจุบัน BGRIM มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,779 MW เมื่อรวมกับโครงการโรงไฟฟ้า ABPR4 จะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 1,912 MW และในปีนี้มีกำหนดที่จะทยอย COD ออกมาอย่างต่อเนื่อง ฉะนั้นจะทำให้ปี 2561 บริษัทฯ มีกำลังการผลิตรวมมากกว่า 2,000 MW ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้

นางปรียนาถ กล่าว

 

BGRIM ติดอันดับหุ้นยั่งยืน ESG100 ปี 61

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)  ‘BGRIM’ ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ในบริษัทกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 ที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental Social and Governance: ESG) จากการประเมินบริษัทจดทะเบียน ในปี พ.ศ.2561 จำนวนทั้งสิ้น 683 บริษัท

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์  (BGRIM) เปิดเผยว่า สถาบันไทยพัฒน์ ประกาศให้ บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ ติดอันดับ ESG 100 ประจำปี 2561 ด้วยการคัดเลือกจาก 683 บริษัทจดทะเบียน (ไม่รวมหลักทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการฟื้นฟู) ให้เป็นบริษัทที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และ ธรรมาภิบาล (ESG) ในกลุ่มทรัพยากร (Resources)

ทั้งนี้ การจัดอันดับพิจารณาข้อมูลจากการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) และผลประกอบการของบริษัทควบคู่ไปพร้อมกัน โดยใช้เรตติ้งโมเดลที่พัฒนาขึ้นจากหลักการแนวทางตามมาตรฐานการประเมินความยั่งยืนของ GISR (Global Initiative for Sustainability Ratings)

สำหรับสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้ริเริ่มพัฒนาข้อมูลด้านความยั่งยืนของธุรกิจ ได้เปิดเผยรายชื่อหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้าน ESG จำนวน 100 บริษัท หรือที่เรียกว่ากลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นครั้งแรกในปี 2558 และได้มีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียนมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน

ขณะที่การจัดอันดับบริษัทจดทะเบียนด้านการพัฒนาความยั่งยืนของธุรกิจนี้ ถือเป็นแหล่งข้อมูลด้านความยั่งยืนของบริษัทจดทะเบียน เพื่อรองรับความต้องการของผู้ลงทุนที่ให้น้ำหนักการลงทุนในบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ และเป็นทางเลือกให้ผู้ลงทุนที่ต้องการลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนที่มีคุณภาพและได้รับผลตอบแทนที่มิได้ด้อยไปกว่าการลงทุนในแบบทั่วไป

บี.กริม เพาเวอร์ จัดกิจกรรม “Coffee Talk with President” กระชับสัมพันธ์ผู้บริหาร-พนักงาน

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM โดยฝ่ายทรัพยากรบุคคล จัดงาน “Coffee Talk with President” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 ณ ห้องประชุมใหญ่ โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีนางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด และคณะผู้บริหาร ร่วมพบปะพูดคุย เพื่อเป็นการขอบคุณพนักงานทุกคนที่ทำงานร่วมกันด้วยความตั้งใจตลอดปีที่ผ่านมา พร้อมทั้งกล่าวถึงนโยบาย และทิศทางในการทำงาน ปี 2561 ซึ่งเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการสื่อสารระหว่างผู้บริหารระดับสูงและพนักงาน เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้บริหารและพนักงาน เน้นการสื่อสาร นโยบาย สถานการณ์ต่างๆ ของบริษัทฯ รวมทั้งเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อให้พนักงานทุกท่านได้มีส่วนร่วมในการนำพาบริษัทฯ ไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ร่วมกัน 

บี.กริม พาวเวอร์ ลงนามโครงการโซลาร์ฟาร์มในเวียดนามใหญ่สุดของอาเซียน นายกฯ สองประเทศเป็นสักขีพยาน

นายกรัฐมนตรี ไทย และเวียดนาม ร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือระหว่าง บมจ. บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) กับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อพัฒนาโครงการโซลาร์ฟาร์มในประเทศเวียดนามขนาดใหญ่ที่สุดของอาเซียน

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี (ที่ 4 จากซ้าย)  และ นายเหงียน ซวน ฟุก นายกรัฐมนตรี สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (ที่ 3 จากซ้าย)  ให้เกียรติร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือการพัฒนาโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 420 เมกะวัตต์ ขนาดกำลังการผลิตใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยมีกำหนดการจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ (COD) ในปี 2562 ระหว่าง บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) และ บริษัท ซวน เคา จำกัด (Xuan Cau Co.,Ltd.) โดยมี ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานคณะกรรมการบริษัท BGRIM (ที่ 5 จากซ้าย) และ นางปรียนาถ สุนทรวาทะ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGRIM และ มร.โต หยุง (Mr.To Dung) ประธานบริษัท ซวน เก่า (ที่ 2 จากซ้าย) และ มร.ด่าว จุง ขัน (Mr.Dao Trong Khanh) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซวน เก่า จำกัด พร้อมด้วย คณะผู้บริหารระดับสูงจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว ณ โรงแรมแชงกรี-ลา กรุงเทพมหานคร  เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2561

ฺBGRIM เผยผลประกอบการไตรมาส2/2561 มีกำไรสุทธิเพิ่ม 34% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

BGRIM เผยผลประกอบการไตรมาส 2/2561 รายได้แตะ 8,805 ล้านบาท มีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงาน 688 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 34% จากไตรมาสก่อน หลังจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบต่อเนื่องทั้ง โรงไฟฟ้า ABPR3-ABPR4 โดยผู้บริหารระดับสูง “ปรียนาถ สุนทรวาทะ “ประกาศพร้อมเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผน

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2561 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 8,805 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายไฟฟ้าจากโครงการโรงไฟฟ้า ABPR3 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 ทำให้ในช่วงไตรมาสที่ 2 เปิดดำเนินการเต็มจำนวน 3 เดือน อีกทั้งมีการจ่ายไฟฟ้าในโรงไฟฟ้า ABPR4 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2561 และจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าเดิม ทำให้ปัจจุบันบริษัทฯ มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเป็น 1,912 เมกะวัตต์ ขณะที่กำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานไตรมาส2/2561 อยู่ที่ 688 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 34 % จากไตรมาสก่อน แม้ว่ากำไรสุทธิตามงบการเงินไตรมาส2/2561 จะอยู่ที่ 215 ล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขตามมาตรฐานทางบัญชี จากการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นของเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและกระแสเงินสด ส่งผลให้ 6 เดือนแรกของปี 2561 บริษัทมีกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานอยู่ที่ 1,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 37.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทพิจารณาผลประกอบการและการจ่ายปันผลจากกำไรสุทธิจากผลการดำเนินงานที่ 1,200 ล้านบาท เป็นสำคัญ

โดยที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 15 สตางค์ โดยจะจ่ายให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผลตามที่ปรากฏรายชื่อ ณ วันกำหนดสิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) ในวันที่ 24 สิงหาคม 2561 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 กันยายน 2561

นอกจากนี้ บริษัทฯได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติลงนามในสัญญาซื้อขายหุ้นสามัญร้อยละ 80 ในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตตามสัญญา 214 เมกะวัตต์) กับกลุ่มบริษัท Truong Thanh Viet Nam Group Joint Stock Company (TTVN) ซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่มีชื่อเสียงในประเทศเวียดนาม

โครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างกระบวนการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะเวลา 20 ปี กับการไฟฟ้าเวียดนาม (EVN) โดยมีอัตราขายไฟฟ้า 9.35 ดอลลาร์เซนต์ต่อกิโลวัตต์-ชั่วโมง โดยจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนมิถุนายน 2562

อย่างไรก็ดีบริษัทฯ ยังเดินหน้าธุรกิจตามแผนในปี 2561 บริษัทฯ ตั้งเป้ากำลังการผลิตเติบโตไม่น้อยกว่า 25% จากปีก่อนที่ 1,646 เมกะวัตต์ มาที่ 2,091 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นไปตามการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้าเพิ่มอีก 445 เมกะวัตต์ โดยในช่วงครึ่งปีแรกเปิดดำเนินการไปแล้ว 2 แห่ง ส่วนช่วงที่เหลือของปีจะเปิดดำเนินการ โรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 5 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์ นอกจากนี้ยังมี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 7 โครงการ กำลังการผลิตรวม 31 เมกะวัตต์ และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ 1 โครงการในสปป. ลาว กำลังการผลิต 15 เมกะวัตต์

สำหรับโครงการลงทุนอื่นๆ นอกจากการซื้อหุ้นเพิ่มจาก 49% เป็น 100% ของโครงการ BGYSP ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ในประเทศไทย กำลังการผลิตรวม 60 เมกะวัตต์ ในไตรมาสที่ 3/2561 และการซื้อหุ้น 55% ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศเวียดนาม กำลังการผลิตรวม 420 เมกะวัตต์ ซึ่งโครงการเตรียมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในกลางปี 2562 แล้ว บริษัทยังเตรียมประกาศข่าวดีในการลงทุนเพิ่มเติมในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนในต่างประเทศอีก 2-3 โครงการเร็วๆ นี้

กองทัพเรือเลือก BGRIM สร้างโรงไฟฟ้า Hybrid ในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา

BGRIM ได้รับคัดเลือกให้เป็นผู้ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้า Hybrid สำหรับงานระบบไฟฟ้าและระบบน้ำเย็น พื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา เพื่อรองรับความต้องการใช้กระแสไฟฟ้าและระบบสาธารณูปโภคของสนามบินอู่ตะเภาและพื้นที่พัฒนาโดยรอบ

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับหนังสือจากกองทัพเรือแจ้งผลการคัดเลือกผู้ประกอบการเพื่อดำเนินโครงการงานระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น พื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา โดยข้อเสนอของบริษัทฯ ได้รับการพิจารณาเห็นชอบจากคณะกรรมการคัดเลือกผู้ประกอบการดำเนินโครงการฯ เพื่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid) ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวจะสามารถสร้างเสถียรภาพด้านการผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าในเขตพื้นที่พัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาได้อย่างชัดเจน

โดยแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าระยะที่ 1 บริษัทฯ จะได้ดำเนินการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 80 เมกะวัตต์ พร้อมกับการพิจารณาจัดหาพื้นที่ที่มีความเหมาะสมเพื่อการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 15 เมกะวัตต์ และ ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) 50 เมกะวัตต์ชั่วโมง ซึ่งการพัฒนาโครงการฯ ตามแผนงานระยะที่ 1 ดังกล่าว BGRIM มีความพร้อมที่จะจัดทำรายละเอียดการดำเนินโครงการฯ ตามข้อกำหนดและขอบเขตงาน (TOR) และข้อเสนอของบริษัทฯ เพื่อให้การพัฒนาโครงการฯ มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับกองทัพเรือ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

​นอกจากนั้น ในการดำเนินงานโรงไฟฟ้าในพื้นที่ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภาตามข้อเสนอของบริษัทฯ ยังประกอบด้วยแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้า ระยะที่ 2 ซึ่งจะประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม 80 เมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน และ/หรือติดตั้งบนหลังคา และ/หรือแบบลอยน้ำ ขนาด 55 เมกะวัตต์ ซึ่งบริษัทฯ จะได้ปฏิบัติงานตามนโยบายที่ได้รับจากกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในขั้นตอนต่อไป เพื่อให้การก่อสร้างโรงไฟฟ้าตามแผนงานดังกล่าวสามารถรองรับปริมาณความต้องการการใช้ไฟฟ้าในเขตพื้นที่การพัฒนาโครงการสนามบินนานาชาติอู่ตะเภาได้อย่างมั่นคง

ทั้งนี้ ตามกรอบระยะเวลาในการพัฒนาและดำเนินการก่อสร้างโครงการระยะที่ 1 จะสามารถดำเนินการได้ในทันที ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2564 ส่วนแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าระยะที่ 2 ตามข้อเสนอของ BGRIM นั้น กำหนดไว้ ระหว่างปี พ.ศ. 2564 – 2566 โดยคาดว่าจะสามารถดำเนินการก่อสร้างและเริ่มจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ภายใต้โครงการโรงไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid) ระยะที่ 1 ให้กับพื้นที่รับผิดชอบหลักบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา และพื้นที่รับผิดชอบรองในส่วนของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ พร้อมทั้งจำหน่ายน้ำเย็นให้กับท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ได้ภายในเดือนมกราคม 2564  

 

BGRIM เดินเครื่องโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 5 ขนาด 133 เมกะวัตต์

บมจ.บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เดินเครื่องโครงการโรงไฟฟ้าอมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 5 กำลังการผลิต 133 เมกะวัตต์แล้ว เริ่มจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ให้ กฟผ. วันนี้ (1 ตุลาคม 2561) โดยมีสัญญาเป็นระยะเวลา 25 ปี ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมของ BGRIM ในปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น  2,045  เมกะวัตต์

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน)  หรือ BGRIM เปิดเผยว่า ในวันนี้ (1 ตุลาคม 2561) บริษัท อมตะ บี.กริม เพาเวอร์ (ระยอง) 5 จำกัด (ABPR5) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ BGRIM ได้จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ตามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าประเภทผู้ผลิตไฟฟ้ารายเล็ก (SPP) เป็นระยะเวลา 25 ปี

โดย ABPR5 มีกำลังการผลิตติดตั้ง 133 เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ซึ่งวันเริ่มต้นซื้อขายไฟฟ้า (COD) ดังกล่าวเป็นไปตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุไว้ในสัญญาซื้อขายไฟฟ้าและมีต้นทุนการก่อสร้างเป็นไปตามที่กำหนดไว้กับธนาคารผู้ให้สินเชื่อ ทั้งนี้ ABPR5 เป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์โครงการที่ 3 จากโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมทั้งหมด 3 โครงการ กำลังการผลิตติดตั้งรวม 399 เมกะวัตต์ ที่จะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2561 หรือนับเป็นโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมโครงการที่ 5 ในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ระยอง 

จากการเปิดเดินเครื่อง ABPR5 ได้ตามสัญญา ส่งผลให้ BGRIM มีโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ทั้งหมด 33 แห่ง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 15 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 15 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 แห่ง ตั้งอยู่ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 2,045 เมกะวัตต์ และมีโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและพัฒนาอีกว่า 1,081 เมกะวัตต์ รวมเป็นจำนวนกำลังการผลิตติดตั้ง ที่มีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าทั้งในประเทศและต่างประเทศแล้วขณะนี้ 3,126 เมกะวัตต์

“การดำเนินธุรกิจของ BGRIM ยังดำเนินไปตามแผนงานที่วางไว้ทุกประการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะมีการทยอย COD อย่างต่อเนื่อง อันจะส่งผลไปถึงผลประกอบการของบริษัทฯ ทั้งรายได้และกำไรให้มีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง โดยล่าสุด BGRIM ได้จัดตั้งบริษัทย่อยในประเทศมาเลเซีย ได้แก่ B. Grimm Power (Malaysia) Sdn. Bhd. ด้วยทุนจดทะเบียน 1 ล้านริงกิตมาเลเซีย เพื่อรองรับการพัฒนาโอกาสทางธุรกิจของบริษัทในประเทศมาเลเซียซึ่งมีนโยบายในการสนับสนุนและผลักดันระบบด้านพลังงานของประเทศ”  นางปรียนาถ กล่าว 

BGRIM ส่งบริษัทย่อยลงนามโครงการโซลาร์ฟาร์มขนาด257เมกะวัตต์ที่เวียดนามแล้ว

BGRIM  ส่งบริษัทย่อย(บี.กริม รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ 2 ) ลงนามสัญญาซื้อขายหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 257 เมกะวัตต์  มูลค่าการลงทุนในหุ้นที่ตราไว้  32.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเป็นเจ้าของสัดส่วน 80% ในโครงการ แล้ว เมื่อวันที่16 สิงหาคม 2561   โดยมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในวันที่ 30 มิถุนายน 2562  มีระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้ากับ Electricity of Vietnam (EVN) ยาวถึง 20 ปี 

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM  เปิดเผยว่า ตามที่ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 9/2561 เกี่ยวกับการอนุมัติการเข้าลงทุนโดยบริษัทย่อย ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยน สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิตติดตั้งประมาณ 257 เมกะวัตต์ นั้น ล่าสุด วันที่ 16 สิงหาคม 2561 บริษัท บี.กริม รีนิวเอเบิล เพาเวอร์ 2 จำกัด บริษัทย่อยของบริษัท ได้เข้าลงนามใน สัญญาซื้อขายหุ้น ใน บริษัท ฟูเยี้ยน ทีทีพีจ็อยสต๊อก คอมพานี (Phu Yen TTP Joint Stock Company) จำนวน 80,000,000 หุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 80 โดยมีมูลค่าการลงทุนในหุ้นที่ตราไว้ เท่ากับ 32.5 ล้านเหรียญสหรัฐ 

ทั้งนี้โครงการดังกล่าวมีระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้า 20 ปี กับ Electricity of Vietnam (EVN) คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ได้ภายใน 30 มิถุนายน 2562 

นับถึงปัจจุบัน บี.กริม เพาเวอร์ มีโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มาแล้วทั้งสิ้น 32 แห่ง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 14 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 15 แห่ง  โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง และ โรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 แห่ง ตั้งอยู่ในประเทศไทยและ ต่างประเทศ โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 2,000 เมกะวัตต์ และ มีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างแผนการก่อสร้างอีกว่า 1,000 เมกะวัตต์ รวมเป็นจำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้ากว่า 3,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2565  

โดยการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน ที่จังหวัด ฟูเยี่ยน ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับการอนุมัติการลงทุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (MOIT) 

BGRIMลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม257เมกะวัตต์กับการไฟฟ้าเวียดนาม(EVN)แล้ว

BGRIM ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement - PPA) กับ Electricity of  Vietnam (EVN) ในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน (โซลาร์ฟาร์ม) กำลังการผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์  ที่จังหวัดฟูเยี้ยน เวียดนามแล้ว  พร้อมเพิ่มรายได้ปีหน้าร้อยละ 15-20 และผลักดันกำลังการผลิตปี 2565 ให้ได้ตามเป้า 3,100 เมกะวัตต์  

นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘BGRIM’  เปิดเผยว่า โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ กำลังผลิตติดตั้ง 257 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดฟูเยี้ยน (Phu Yen) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ซึ่ง BGRIM ถือหุ้นผ่านบริษัทย่อยในสัดส่วนร้อยละ 80 ได้เข้าลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement - PPA) กับ Electricity of Vietnam (EVN) แล้ว เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2561 ณ กรุงฮานอย สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม โดยมี ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานคณะกรรมการบริษัท นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ดร.สุรชัย สายบัว นายวีระพล ตั้งสุวรรณ และ นางสาวนิรมาณ ไหลสาธิต ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมในพิธีลงนาม PPA ดังกล่าว โดยมีอัตราการรับซื้อไฟฟ้าที่ 9.35 เซ็นดอลลาร์สหรัฐต่อกิโลวัตต์ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 20 ปี ปัจจุบันโครงการได้เริ่มดำเนินการงานก่อสร้างเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่ได้วางไว้ โดยคาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ภายใน 30 มิถุนายน 2562 ทั้งนี้โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ของ BGRIM ในปีหน้าให้เป็นไปตามเป้าหมายที่ร้อยละ 15-20 จากการลงทุนของ BGRIM ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ในสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในปัจจุบัน

สำหรับการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ถือเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ได้รับการอนุมัติการลงทุนจากกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า (MOIT) ตามแผนพัฒนาที่จะสามารถสร้างศักยภาพในโครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ที่เป็นพลังงานทดแทนที่สะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างมั่นคงถาวรให้กับประเทศ อย่างไรก็ดี BGRIM ยังเดินหน้าในการเจรจาเข้าลงทุนโครงการพลังงานทดแทนอื่นๆ ในประเทศเวียดนามอย่างต่อเนื่อง ซึ่งยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมากจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่สูงต่อเนื่อง จากที่ปัจจุบัน BGRIM มีการเข้าลงทุนโครงการพลังงานในเวียดนามแล้ว 677 เมกะวัตต์  

โดยก่อนหน้านี้  โครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ DAU TIENG 1 AND DAU TIENG 2 SOLAR PLANTS กำลังการผลิตติดตั้ง 420 เมกะวัตต์ ที่ประเทศเวียดนาม ซึ่ง BGRIM ถือหุ้นผ่านบริษัทย่อยในสัดส่วนร้อยละ 55 ร่วมกับพันธมิตร Xuan Cau Holdings ที่ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 45 ก็ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าแห่งเวียดนาม (Electricity of Vietnam:EVN) ไปเมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม

ปัจจุบัน BGRIM มีโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์แล้วทั้งสิ้น 33 แห่ง แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม 15 แห่ง โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ 15 แห่ง  โรงไฟฟ้าพลังน้ำ 2 แห่ง และ โรงไฟฟ้าพลังงานดีเซล 1 แห่ง ตั้งอยู่ในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยมีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมกว่า 2,220 เมกะวัตต์ และมีโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างแผนการก่อสร้างในระหว่างปี 2561-2565 อีกกว่า 900 เมกะวัตต์ ซึ่งทำให้ปี 2565 BGRIM จะมีจำนวนกำลังการผลิตไฟฟ้ากว่า 3,100 เมกะวัตต์