บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาม ENC ลงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ (2) : ประโยชน์จากการผลิตปิโตรเลียมได้เองในประเทศ

ตาม ENC ลงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ (2) : ประโยชน์จากการผลิตปิโตรเลียมได้เองในประเทศ

ในภาพรวมเราเข้าใจแล้วว่า ไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวยพลังงาน แต่เป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ หรือมีปริมาณการนำเข้าพลังงานทั้งก๊าซ น้ำมันดิบ และไฟฟ้า เพราะผลิตได้ไม่เพียงต่อความต้องการใช้ในประเทศ ทั้งยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการพึ่งพาพลังงานนำเข้านั้นส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ดังนั้นเราจึงเห็นความพยายามของภาครัฐในการหาแหล่งพลังงานในประเทศเพื่อทดแทนการนำเข้า ไม่ว่าจะมาจากพลังงานหมุนเวียน หรือจากการผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ซึ่งไม่เพียงเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน แต่ยังช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจอีกด้วย

การได้มาเห็นแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ ทำให้ทีมข่าว ศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) ได้รับทราบข้อมูลในเชิงประจักษ์ว่า การนำก๊าซธรรมชาติที่อยู่ใต้พื้นทะเลลึกลงไปเป็นระยะทาง 3-4 กิโลเมตร ขึ้นมาให้คนไทยได้ใช้ประโยชน์นั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ผู้ดำเนินการที่มีความพร้อมทั้งด้านเงินทุน ประสบการณ์  ใช้นักธรณีวิทยาที่มีความเชี่ยวชาญในการแปลข้อมูลให้แม่นยำ และต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการขุดเจาะแต่ละหลุม เพื่อให้ค้นพบหลุมที่มีปิโตรเลียมปริมาณมากพอในเชิงพาณิชย์ และวางแผนพัฒนาหลุมผลิตเพื่อนำก๊าซธรรมชาติออกมาให้ได้มากที่สุด ทั้งยังต้องวางแผนสำรวจและผลิตอย่างต่อเนื่อง เพื่อทดแทนหลุมเดิมที่มีปริมาณลดน้อยลง เพื่อรักษาระดับการผลิตให้เป็นไปตามสัญญาซื้อขายที่ทำกับรัฐ

ความสามารถในการรักษาระดับการผลิตเอาไว้ได้ตามสัญญาและมีความต่อเนื่องมาตลอดระยะเวลา 36 ปีของแหล่งเอราวัณนี่เอง ที่ช่วยส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ลดการพึ่งพิงการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศลงได้เป็นอันมาก

นอกจากนั้นการผลิตปิโตรเลียมในประเทศยังช่วยส่งเสริมการเติบโตและพัฒนาทางเศรษฐกิจของประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อม สัมปทานปิโตรเลียมช่วยให้รัฐมีรายได้จากการจัดเก็บค่าภาคหลวง ที่จะนำไปจัดสรรเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นผ่านเทศบาล หรือองค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนจังหวัด และภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ซึ่งจัดเก็บในอัตรา 50% ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าธุรกิจประเภทอื่น  นอกจากนั้นการผลิตปิโตรเลียมยังช่วยให้เกิดการลงทุนและจ้างงานทั้งโดยตรงและในอุตสาหกรรมเกี่ยวเนื่อง สร้างรายได้ให้กับรัฐผ่านภาษีรูปแบบต่างๆ ตลอดจนช่วยให้เกิดกิจกรรมการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจภายในประเทศอีกด้วย

ไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทเชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด

 

ประเด็นที่น่าคิดต่อ ก็คือเมื่อเราเข้าใจและยอมรับว่าการผลิตปิโตรเลียมในประเทศนั้นส่งผลดีต่อประเทศ มากกว่าการที่ต้องไปนำเข้าปิโตรเลียมจากต่างประเทศ แต่เราก็รู้ว่าแหล่งเอราวัณนั้นผลิตปิโตรเลียมต่อเนื่องมาตลอด 36 ปีแล้ว ปริมาณสำรองที่มีเหลืออยู่ก็คงร่อยหรอลง นำขึ้นมาใช้ได้ยากขึ้น การจะหาผู้มารับผิดชอบการผลิตหลังจากที่แหล่งปิโตรเลียมแห่งนี้สิ้นสุดอายุสัมปทานในปี 2565 ภายใต้ระบบใหม่ คือระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คงความต่อเนื่องในการผลิตเพื่อส่งเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก

ซึ่งในตอนต่อไป ทีมศูนย์ข่าวพลังงาน ตอนที่ 3 จะพาผู้อ่านไปรู้จักกับแหล่งเอราวัณ ให้ดียิ่งขึ้น

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

กลับสู่บทความทั้งหมด