บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาม ENC ลงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ (1) : ไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ

ตาม ENC ลงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ (1) : ไทยเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ

เมื่อเร็วๆนี้ ศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) ได้มีโอกาสลงพื้นที่แท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ พร้อมกับผู้บริหารระดับสูงของผู้ดำเนินการในแหล่งเอราวัณ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด คือ คุณไพโรจน์    กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร ทำให้ได้รับข้อมูลที่น่าสนใจในภาพรวมของการผลิตปิโตรเลียมในประเทศ ที่เราอยากจะมาถ่ายทอดให้ผู้อ่านของ ENC ทราบกัน

ไทยมีปริมาณสำรองปิโตรเลียมน้อย

ถึงแม้ว่า "เอราวัณ" จะเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ผลิตอย่างต่อเนื่องมาตลอด 36 ปีจนทำให้ใครหลายคนคิดไปว่าไทยเป็นประเทศที่ร่ำรวยพลังงาน แต่ในข้อเท็จจริงแล้วปริมาณสำรองปิโตรเลียมที่พิสูจน์แล้วของไทยเมื่อเทียบกับปริมาณสำรองของทั้งโลกนั้นถือว่าน้อยมาก จากข้อมูลในรายงาน BP Statistical Review of World Energy Outlook 2015 ไทยมีปริมาณสำรองก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบคิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 0.13% และ 0.03% ของปริมาณสำรองทั่วโลก ตามลำดับ

นอกจากนั้น ข้อมูลจากบริษัทชั้นนำอย่าง Wood Mackenzie ที่ทางผู้บริหารเชฟรอนนำมาแสดง ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า ปริมาณสำรองปิโตรเลียมของไทยมีจำกัด และน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่าง มาเลเซีย เวียดนาม บรูไน เมียนมาร์ และอินโดนีเซีย ทั้งยังมีแนวโน้มที่ลดลงเรื่อยๆ นอกจากนั้น ทรัพยากรปิโตรเลียมของไทย ยังถูกนำขึ้นมาใช้ในเชิงพาณิชย์ในสัดส่วนที่สูงเกือบ 60% ของปริมาณสำรองที่มีอยู่ (ดูกราฟ - แท่งสีส้ม) ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าการนำทรัพยากรปิโตรเลียมมาใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ของหลายประเทศในอาเซียน ทั้งมาเลเซีย เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม โดยมีเพียงบรูไนและอินโดนีเซียเท่านั้น ที่มีสัดส่วนการนำมาใช้ สูงกว่าไทย

 

ข้อเท็จจริงเหล่านี้จึงเป็นคำตอบไปในตัวว่าไทยไม่ได้เป็นประเทศที่ร่ำรวยพลังงาน เหมือนซาอุดิอาระเบีย และอีกหลายประเทศในตะวันออกกลางที่เป็นเจ้าของบ่อน้ำมันขนาดใหญ่  อย่างที่มีคนพูดๆและแชร์กันอยู่ในโลกโซเชียลมีเดีย แต่ในทางกลับกันเราต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันดิบจากตะวันออกกลาง ก๊าซธรรมชาติจากเมียนมาร์ (ผ่านทางท่อส่งก๊าซ) การนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) และถ่านหินจากต่างประเทศ รวมทั้งนำเข้าไฟฟ้าจาก สปป. ลาว เป็นต้น

จึงเป็นข้อสรุปว่า ทำไมรัฐจึงให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของประเทศ และการกำหนดโครงสร้างราคาพลังงาน ที่ต้องสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงให้มากที่สุด ทั้งในส่วนของราคาก๊าซและราคาน้ำมัน อีกทั้งยังจำเป็นต้องสร้างความต่อเนื่องของการผลิตปิโตรเลียมในแหล่งผลิตปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้จากการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าอย่างแหล่งเอราวัณและบงกช ก็เพื่อให้การผลิตก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยไม่สะดุดหรือหยุดชะงัก จนอาจทำให้ต้องนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานในประเทศได้

 

(โปรดติดตามตอนต่อไป)

กลับสู่บทความทั้งหมด