บทความที่เกี่ยวข้อง

“ไมโครกริด” บ้านผาด่าน ตอบโจทย์ ความมั่นคงพลังงานชุมชน

“ไมโครกริด” บ้านผาด่าน ตอบโจทย์ ความมั่นคงพลังงานชุมชน

ปัญหาความเหลื่อมล้ำจากการขาดโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเขา พื้นที่ป่าสงวน และพื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า เนื่องจากระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานโดยเฉพาะไฟฟ้าไม่สามารถส่งไปถึงด้วยข้อจำกัดด้านพื้นที่และกฎระเบียบต่างๆ กำลังจะคลี่คลายให้หมดไป หลังจากภาครัฐได้เริ่มทดลองนำ “ไมโครกริด” (Micro Grid) เข้าไปช่วยตอบโจทย์ การผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาระบบสายส่งจำหน่ายจากการไฟฟ้า ซึ่งสามารถช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ตามหลักการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs ในข้อที่ ว่า พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้

“ไมโครกริด” คือ ระบบไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่มีการรวมระบบผลิตไฟฟ้า ส่งจ่ายไฟฟ้า และควบคุมสั่งการเข้าไว้ด้วยกัน สามารถทำงานประสานเชื่อมกับระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลัก หรือโครงข่ายอื่นๆ และยังทำงานแยกตัวเป็นอิสระได้ แหล่งผลิตไฟฟ้าภายในระบบไมโครกริดสามารถเป็นได้ทั้งโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หรือพลังงานอื่น ๆ ที่ไม่ใช่พลังงานหมุนเวียน

สำหรับประเทศไทย ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ได้เริ่มศึกษาโครงการระบบไมโครกริด ที่เกาะกูด เกาะหมาก จ.ตราด และที่ อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ระหว่างติดตามและประเมินผล

และล่าสุด เมื่อปี 2560 สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) โดย กองทุนเพื่อการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ได้สนับสนุนงบประมาณราว 90 ล้านบาท ให้กับสมาคมพลังงานทดแทนเพื่อความยั่งยืน (สพย.) เพื่อดำเนินโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตชุมชนทุรกันดาร ขยายผลตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง นำร่องติดตั้งระบบต้นแบบไมโครกริด และวางระบบสายส่งไฟฟ้าชุมชนตามศักยภาพการใช้งานในแต่ละพื้นที่ โดยเริ่มดำเนินการใน 3 ชุมชน อ.แม่ทา จ.ลำพูน คือ ชุมชนบ้านผาด่าน ชุมชนบ้านแม่สะแง๊ะ และชุมชนบ้านปงผาง  ซึ่งเป็นชุมชนที่ขาดแคลนระบบไฟฟ้าและประปา

<img alt="" data-cke-saved-src="/userfiles/images/microgrid4.jpg" src="/userfiles/images/microgrid4.jpg" 500px;="" height:="" 367px;"="">

นายดำรงค์ จินะกาศ นายกเทศมนตรีตำบลทากาศเหนือ อ.แม่ทา จ.ลำพูน กล่าวว่า ที่ผ่านมาชาวบ้านต้องจุดเทียนและจุดตะเกียงเพื่อให้แสงสว่างยามค่ำคืน การสัญจรค่อนข้างลำบาก เพราะไม่มีไฟถนน แต่โครงการฯนี้ ช่วยให้ชาวชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทอผ้าในช่วงกลางคืน จากเดิมที่ทอผ้าได้ในช่วงเวลากลางวันเท่านั้น

นายสุชัจจ์ ศรีแก้ว นายกสมาคมพลังงานทดแทนเพื่อความยั่งยื่น กล่าวว่า ระบบไมโครกริดจะมีความยั่งยืนนั้นควรเป็นการร่วมทุนระหว่างรัฐ และเอกชน แล้วให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วม โดยผ่านการทำประชาคมร่วมกันในแต่ละพื้นที่ 

ระบบไมโครกริด ในอนาคตจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้น เพราะสนพ.อยู่ระหว่างการศึกษารูปแบบการลงทุนระบบไมโครกริด ที่เหมาะสมกับประเทศไทย ซึ่งจะเปิดกว้างในหลายรูปแบบทั้งภาครัฐเป็นผู้ลงทุนเอง เอกชนเป็นผู้ลงทุน หรือรัฐลงทุนร่วมกับภาคเอกชน รวมไปถึงการให้ชาวบ้านพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้วย และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งในการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (พีดีพี 2018) ที่เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงานไฟฟ้าชุมชน   

 

 

 

กลับสู่บทความทั้งหมด