บทความที่เกี่ยวข้อง

บางเสียงสะท้อนของผู้บริโภค เมื่อไม่รู้ข่าวการปรับราคาน้ำมันล่วงหน้า

  • Date : 2018-05-17 21:47:03

ต้องบอกว่านโยบายของกระทรวงพลังงานที่ขอความร่วมมือบริษัทผู้ค้าน้ำมัน ไม่ให้มีการแจ้งการปรับราคาน้ำมันล่วงหน้าผ่านช่องทางสื่อ เหมือนที่เคยมีแจ้งมาตลอดทุกครั้งที่มีการปรับราคาขึ้นหรือลงก่อนหน้านี้ นั้นก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่ประชาชนผู้ใช้น้ำมันในวงกว้าง 

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center-ENC) ได้สอบถามความคิดเห็นผู้บริโภค ต่อนโยบายดังกล่าว หลังจากที่ภาครัฐโดยสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้ประชุมหารือกับบริษัทผู้ค้าน้ำมันทั้ง12ราย เมื่อวันที่4 พ.ค.2561ที่ผ่านมา และขอความร่วมมือบริษัทผู้ค้าน้ำมันไม่ให้มีการแจ้งปรับราคาน้ำมันล่วงหน้า ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากบริษัทผู้ค้าน้ำมันด้วยดี  ในการไม่ได้แจ้งข่าวการปรับราคาน้ำมันล่วงหน้ามาแล้ว 3ครั้ง โดยเป็นการปรับลดราคา1ครั้งเมื่อวันที่ 8.. และการปรับขึ้นราคา2ครั้ง ในวันที่ 11..และวันที่ 17. 

ผศ.ดร.รัก ชุณหกาญจน์ อาจารย์มหาวิทยาลัย แสดงความเห็นในฐานะผู้บริโภค ที่มีค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันประมาณเดือนละ 4,000-5,000บาท ว่าที่ผ่านมาเมื่อรู้ข่าวว่าจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันก็จะรีบไปเติมน้ำมันล่วงหน้าก่อน. โดยกรณีที่ราคาน้ำมันปรับขึ้น 3 ครั้งติด ก็จะต้องปรับพฤติกรรมการใช้ โดยอาจจะงดการเดินทางที่ไม่จำเป็น เช่นการขับรถออกไปเที่ยวต่างจังหวัด

การแจ้งล่วงหน้าไม่ได้ทำให้เกิดข้อเสียหายที่คนจะรีบไปเติมน้ำมันเอาไว้ก่อน เพราะอย่างมากก็ได้แค่เต็มถัง ครั้งต่อไปก็ต้องใช้ราคาใหม่อยู่ดี. แต่การไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะมีการปรับราคาน้ำมัน แล้วไปเติมน้ำมันเต็มถัง ในจังหวะที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นติดต่อกัน ก็รู้สึกเหมือนว่าปั๊มโกงหัวจ่ายหรือเปล่า เพราะต้องจ่ายเงินมากขึ้นกว่าเดิม ใครจะไปจำได้ว่าคราวที่แล้วเติมน้ำมันไปลิตรละเท่าใหร่ “ อาจารย์รัก กล่าว

อย่างไรก็ตามก็ไม่เห็นด้วยที่ภาครัฐจะห้ามไม่ให้ประกาศราคาน้ำมันล่วงหน้า เพราะเห็นว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค พนักงานของบริษัทที่มีรถส่วนตัวจะรีบไปเติมน้ำมันเมื่อมีการประกาศล่วงหน้าว่าพรุ่งนี้น้ำมันจะขึ้นราคา ถ้าไม่ประกาศก็จะไม่ทราบ

" ไม่เห็นด้วยกับนโยบายการขอความร่วมมือผู้ค้าในการไม่แจ้งปรับราคาน้ำมันล่วงหน้ากับประชาชนของกระทรวงพลังงาน เพราะถึงแม้บริษัทผู้ค้าจะให้ความร่วมมือโดยไม่แจ้งราคาล่วงหน้า ตามที่รัฐต้องการแล้ว แต่การปรับราคาที่ผ่านมาทุกปั๊มก็ยังปรับขึ้นหรือลงราคาเท่าๆกัน ไม่มีปั๊มไหนแข่งขันกันลดราคาแบบถล่มทลาย อย่างที่รัฐต้องการจะเห็น "

นาย โชติพงษ์ วงศ์พนารักษ์ หนึ่งในผู้บริโภค กล่าวว่า ปกติมีค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันเดือนละ 2000-3000 บาท จึงไม่ตื่นเต้นกับเรื่องการปรับราคา เพราะจะปรับขึ้นหรือลงอย่างไร ก็จะใช้น้ำมันไม่เกินงบที่ตั้งไว้ในแต่ละเดือน

นาย คมสัน ป้อมพันธุ์ หนึ่งในผู้บริโภค กล่าวว่า ปกติมีค่าใช้จ่ายเรื่องการเติมน้ำมัน 1,200 บาทต่อเดือน แต่ถ้ารู้ข่าวก่อนว่าจะมีการปรับขึ้นล่วงหน้า ก็จะรีบไปเติม จึงไม่เห็นด้วยที่รัฐไม่ให้มีการแจ้งราคาแบบเมื่อก่อน และยังไม่เห็นว่ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปห้าม อย่างน้อยๆก็ คืนความสุขให้ประชาชนแบบที่ประชาชนได้จริงๆ บ้าง

นางสาว นิภาพร บุญล้อม หนึ่งในผู้บริโภค กล่าวว่า ค่าใช้จ่ายเรื่องน้ำมันตกเดือนละประมาณ2,500 - 2,800 บาท ซึ่งถ้ารู้ล่วงหน้าว่าน้ำมันจะปรับขึ้นราคา ก็ไม่ได้ ไปเติมเอาไว้ก่อน เพราะคิดว่าส่วนต่างในการเติมระหว่างราคาปกติ ราคาปรับขึ้น ราคาปรับลง แต่ละครั้งนั้นไม่มีความแตกต่างกันมากนัก โดยการเติมน้ำมันจะเติมก็ต่อเมื่อน้ำมันเหลือน้อยเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องไปรีบเติมทุกครั้งที่มีการปรับขึ้นราคาในขณะที่น้ำมันในถังยังคงเหลือในปริมาณเยอะ เพราะไม่คุ้มค่า

ปิดท้ายด้วยความเห็นของ นาย จิรศักดิ์ ชื่นณรงค์ ช่างภาพ ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเติมน้ำมันเดือนละประมาณ4,000-5,000บาท ซึ่งเขาบอกว่า ถ้ารู้ข่าวล่วงหน้าว่าจะมีการปรับราคา น้ำมันลดหรือขึ้นราคาลงเพียงนิดหน่อย ก็ไม่มีผลที่จะต้องรีบไปเติมหากรถยังมีน้ำมันเหลืออยู่มาก ยกเว้นกรณีที่น้ำมันในถังเหลือน้อยจึงจะแวะไปเติม เพราะปั้มน้ำมันอยู่แค่ปากซอยหน้าบ้าน

 

<p 0in"=""> จิรศักดิ์ แสดงความเห็นต่อกรณีที่รัฐขอความร่วมมือผู้ค้าไม่ให้มีการแจ้งข่าวการปรับราคาล่วงหน้าว่า รัฐต้องประชาสัมพันธ์ชี้แจงกับประชาชน ให้เข้าใจถึงเหตุผลว่าทำไปเพื่ออะไร โดยตัวเขายังเข้าใจว่า เรื่องดังกล่าวรัฐทำไปเพื่อไม่ต้องการที่จะให้คนใช้รถยนต์ เพราะเห็นว่าปริมาณรถเยอะเกินไป จนทำให้รถติด สิ้นเปลืองพลังงาน ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น รัฐก็ควรจะต้องมีระบบขนส่งมวลชน ที่มีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการขับรถยนต์ไปเอง คนถึงจะหันไปใช้ระบบขนส่งมวลชนเช่นเดียวกับที่ต่างประเทศ

 

กลับสู่บทความทั้งหมด