IRPC กำไรสุทธิ ปี’61 หด 32% อยู่ที่ 7.7 พันล้านบาท เหตุขาดทุนสต๊อกน้ำมัน

IRPC เผยผลประกอบการปี 2561 กำไรสุทธิ 7,735 ล้านบาท ลดลง 32% จากปีก่อน เหตุราคาน้ำมันดิบตลาดโลกลดลง ทำขาดทุนสต๊อกน้ำมันกว่า 1,200 ล้านบาท แต่รายได้รวมทั้งปีเพิ่มขึ้น 31% อยู่ที่ 2.58 แสนล้านบาท เตรียมงบลงทุน 5 ปี กว่า 1 แสนล้านบาท

นายนพดล ปิ่นสุภา กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC เปิดเผยผลประกอบการปี 2561 มีรายได้สุทธิ 258,919 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% จากปี 2560 ซึ่งเป็นผลจากการเพิ่มประสิทธิภาพโรงกลั่นน้ำมันหลังการปิดซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนในไตรมาส 1/2560 ขณะที่กำไรสุทธิ อยู่ที่ 7,735 ล้านบาท ลดลง 32% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบช่วงปลายปีที่ปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็ว จากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบโดยเฉพาะสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น ประกอบกับเศรษฐกิจโลกขยายตัวต่ำกว่าคาดการณ์ สาเหตุจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ส่งผลให้บริษัทขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันสุทธิรวม 1,238 ล้านบาท ส่วนกำลังการกลั่น เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน อยู่ที่ 208,000 บาร์เรลต่อวัน

สำหรับแผนการลงทุน 5 ปี (2562-2566) คณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อ 12 กุมภาพันธ์ 2562 มีมติอนุมัติวงเงินลงทุน 105,184 ล้านบาท แบ่งเป็นงบลงทุนที่มีแผนการดำเนินงานชัดเจน 71,043 ล้านบาท และงบสำหรับสร้างโอกาสลงทุนอื่น 34,141 ล้านบาท และคณะกรรมการบริษัทฯ ยังเห็นชอบให้บริษัทเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท 2DMaterialsPte.Ltd. (2DM) ประเทศสิงคโปร์ ในสัดส่วน 20% ของทุนจดทะเบียน มูลค่าการลงทุน 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 46.62 ล้านบาท คาดว่าจะลงนามในสัญญาต่างๆ แล้วเสร็จภายในไตรมาส 1 ปี 2562 นี้

ทั้งนี้ การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนจะสนับสนุนให้บริษัทเข้าถึงเทคโนโลยีการผลิตวัสดุกราฟีน (Graphene) และเทคนิคในการประยุกต์ใช้งาน เนื่องจาก 2DM เป็นเจ้าของเทคโนโลยีและเป็นผู้ผลิตวัสดุกราฟีน นอกจากนั้นยังสามารถนำมาต่อยอดกับผลิตภัณฑ์โพลิเมอร์ให้มีคุณสมบัติโดดเด่นตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งเป็นการดำเนินการตามกลยุทธ์สู่ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมของบริษัท

ขณะเดียวกัน คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติให้เสนอที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น อนุมัติจ่ายเงินปันผลประจำปี 2561 ในอัตราหุ้นละ 9 สตางค์ รวมเป็นเงิน 1,839 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 24% ของกำไรสุทธิปี 2561 โดยได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาล งวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.10 บาท เป็นเงิน 2,043 ล้านบาท

นายนพดล กล่าวด้วยว่า IRPC ยังคงดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ GDP (Power of Growth, Power of Digital และ Power of People) เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้สามารถบรรลุวิสัยทัศน์เป็น “บริษัทปิโตรเคมีชั้นนำของเอเชียในปี 2563” ส่วนภาพรวมในอนาคต นายนพดล มองว่า IRPC มีหน่วยงานวิจัยและพัฒนา (R&D) ที่แข็งแกร่ง เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสนับสนุนการเติบโตขององค์กรในระยะยาวให้กับผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย