ค้นหาด้วย ' PTTOR ' ทั้งหมด 2 รายการ
ปตท.คาดเริ่มจัดตั้ง PTTOR ได้กลางปี 2560

ปตท.คาดเริ่มจัดตั้ง PTTOR ได้กลางปี 2560 ระบุหาก ครม.และผู้ถือหุ้นเห็นชอบ จะใช้เวลาโอนย้ายธุรกิจ 2 เดือนและเริ่มตั้งทีมผู้บริหารได้ พร้อมศึกษาการขยายปั๊มน้ำมันไปเวียดนามและอินโดนีเซีย เผยได้รับหนังสือทักท้วงจาก สตง.แล้ว เตรียมหารือกระทรวงพลังงานตอบกลับข้อสงสัยโดยเร็ว  

นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การแยกธุรกิจน้ำมัน และจัดตั้งเป็น บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTT Oil and Retail Business Company Limited : PTTOR) นั้น คาดว่าจะเริ่มจัดตั้งบริษัท PTTOR และตั้งทีมบริหารได้กลางปี 2560 นี้ โดยขณะยังอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่คาดว่าจะประชุมพิจารณาได้ในเดือน มี.ค. 2560  จากนั้นเข้าสู่กระบวนการขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2560 ประมาณปลายเดือนเม.ย. นี้ หากผู้ถือหุ้นอนุมัติก็จะเริ่มโอนย้ายกิจการ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณอีก 2 เดือน ดังนั้นการจัดตั้งองค์กร PTTOR อย่างเร็วสุดคือช่วงกลางปี 2560

ทั้งนี้การแยกธุรกิจน้ำมันออกมาจาก ปตท. จะช่วยให้เกิดความคล่องตัวในการบริหารงานและสร้างการเติบโตในธุรกิจน้ำมันได้ดีขึ้น แต่ยังคงแนวทางการดูแลความมั่นคงด้านพลังงาน สร้างความเป็นธรรมกับผู้บริโภค การพัฒนาคุณภาพน้ำมันให้อยู่ระดับมาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆมานำเสนอผู้บริโภคให้หลากหลายมากขึ้น พร้อมกันนี้ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตธุรกิจน้ำมันในต่างประเทศมากขึ้นด้วย โดยปัจจุบัน ปตท.มีปั๊มน้ำมันทั้งใน กัมพูชา สปป.ลาว ฟิลิปปินส์ และเมียนมาอยู่แล้ว และเตรียมศึกษาการลงทุนขยายสาขาไปยังประเทศเวียดนามและอินโดนีเซียต่อไป

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า กรณีที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ได้ส่งหนังสือถึง ปตท.และกระทรวงพลังงาน เพื่อขอให้ตรวจสอบการปรับโครงสร้างธุรกิจน้ำมัน ที่แยกเป็นบริษัท  PTTOR เพื่อเข้าตลาดหลักทรัพย์ ซึ่ง สตง.เป็นห่วงเรื่องการดูแลความมั่นคงพลังงานประเทศ และทำให้รัฐเสียเปรียบนั้น ขณะนี้ ปตท.และกระทรวงพลังงานได้รับหนังสือดังกล่าวแล้ว และกำลังหารือร่วมกันเพื่อทำหนังสือตอบกลับ โดยจะชี้แจงถึงข้อสงสัยของ สตง.อย่างชัดเจนและรอบด้านโดยเร็ว  

สำหรับยอดการจำหน่ายน้ำมันของ ปตท. ในปี 2559 เติบโตประมาณ 5-6% หรือมีปริมาณจำหน่ายอยู่ระดับ 2 หมื่นล้านลิตร เนื่องจากราคาน้ำมันโลกทรงตัวระดับต่ำทำให้ประชาชนใช้น้ำมันมากขึ้น

 ส่วนในปี 2560 คาดการณ์ว่าราคาน้ำมันตลาดดูไบปี 2560 จะขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และทำให้ราคาจำหน่ายในประเทศจะสูงกว่าปี  2559 เพียงเล็กน้อย โดยยอดขายน้ำมัน ปตท.น่าจะเติบโตประมาณ 2-3% เมื่อเทียบกับปี 2559 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางราคาน้ำมันโลกและเศรษฐกิจประเทศที่คาดว่าจะเติบโต 2-3%      

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)

เผยโลโก้ใหม่ PTTOR โดยซีอีโอปตท.คาดว่าจะโอนกิจการแล้วเสร็จภายในไตรมาส3นี้

ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปตท.เมื่อวันที่ 12เม.ย.2561  รับทราบการปรับโครงสร้างและแผนขายหุ้นสามัญของบริษัท น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด หรือ PTTOR ซึ่ง ซีอีโอปตท. คาดว่าจะสามารถโอนกิจการได้เสร็จภายในไตรมาส3 ปี 2561นี้ และเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก(IPO)ต่อไป ระบุสัดส่วนรัฐถือหุ้นไม่เกิน 50% และปตท.ถือไม่เกิน 45%  พร้อมปรับโลโก้ปั๊ม ปตท.ใหม่แต่ยังคงสัญลักษณ์เปลวเพลิงคล้ายเดิม นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ ปตท. แตกพาร์ มูลค่าหุ้นจาก 10 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยถือหุ้นได้มากขึ้น

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center –ENC) รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 2561 บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2561 โดยมีวาระที่สำคัญได้แก่ การรายงานความคืบหน้าการปรับโครงสร้าง ปตท. รวมถึงแผนการเสนอขายหุ้นสามัญของบริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(PTTOR)ต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก( IPO) รวมทั้งการแตกพาร์ มูลค่าหุ้นจาก 10 บาทต่อหุ้น เป็น 1 บาทต่อหุ้น

 โดย นาย เทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี2561 รับทราบถึงมติของที่ประชุมคณะกรรมการ(บอร์ด)ปตท.เมื่อวันที่ 19ม.ค.2561 ซึ่งอนุมัติให้ดำเนินการปรับโครงสร้าง ปตท. โดยให้ ปตท.สร้างเครื่องหมายการค้าใหม่แบบผสมโดยมีรูปเปลวเพลิงเป็นหนึ่งในองค์ประกอบ เพื่อโอนขายให้เป็นกรรมสิทธิ์ของPTTOR  ที่จะทำให้สามารถวางแผนการตลาด การใช้แบรนด์ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ต่อลูกค้าในธุรกิจการตลาดน้ำมันและค้าปลีกได้ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ ปตท.คาดว่าการโอนกิจการจะแล้วเสร็จในช่วงไตรมาส3 ของปี 2561 และ PTTOR จะเตรียมเสนอขายหุ้น   IPO และเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ต่อปี โดยขั้นตอนหลังจากนี้ ปตท.จะรับฟังความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์( ก.ล.ต.) และปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต.และ ตลท.ก่อนดำเนินการต่อไป  อย่างไรก็ตาม PTTOR ได้จดทะเบียนแปรสภาพจากบริษัทจำกัดเป็นบริษัทมหาชนจำกัดเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 9 มี.ค. 2561 ที่ผ่านมา

ด้าน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า แผนเสนอขายหุ้น PTTOR  นั้น มีเกณฑ์กำหนดให้รัฐถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 50% และปตท.ถือหุ้นไม่เกิน 45% เพื่อให้ ปตท.ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต่อไป นอกจากนี้จะจำกัดสัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างด้าวไม่เกิน 25% ทั้งนี้ต้องขึ้นกับนโยบายของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตามจะให้สิทธิ์ผู้ถือหุ้นรายเดิมไม่เกิน 5% ของ IPO ด้วย และจะกระจายหุ้น IPOไปสู่ประชาชนให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นฯ 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ถือหุ้นที่มาประชุมหรือมีสิทธิ์ออกเสียง ยังเห็นชอบอนุมัติเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้(พาร์)ของ ปตท.เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่หุ้นของ ปตท. โดยการลดมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิมมูลค่าหุ้นละ 10 บาทต่อหุ้น เป็นมูลค่า 1 บาทต่อหุ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นดังกล่าวจะไม่ทำให้ทุนจดทะเบียนบริษัทเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด แต่จะทำให้จำนวนหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 2,856,299,625 หุ้น เป็น 28,562,996,250 หุ้น

 นายเทวินทร์ กล่าวถึงประเด็น การเปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้น ของปตท.ว่า  เนื่องจากปัจจุบันหุ้น ปตท.ปรับขึ้นสูงกว่า 500 บาทต่อหุ้น และกฎเกณฑ์ของตลท.กำหนดให้ซื้ออย่างต่ำ100 หุ้นขึ้นไป เท่ากับต้องใช้เงินซื้อถึง 50,000 บาท ส่งผลให้นักลงทุนรายย่อยลดลงจาก 6-7% เหลือ4% ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นเพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนรายย่อยสามารถเข้ามาถือหุ้นได้ง่ายและสะดวกขึ้นจึงต้องดำเนินการตามแนวทางดังกล่าว ทั้งนี้คาดว่ากระบวนการแตกพาร์ดังกล่าวจะเสร็จประมาณต้นเดือนพ.ค.2561 นี้

ภาพบรรยากาศการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปตท.ประจำปี2561