ค้นหาด้วย ' PTT ' ทั้งหมด 24 รายการ
"มนูญ" ชง ปฎิรูปบทบาทกระทรวงพลังงาน ให้สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ สร้างธรรมาภิบาลเอ็นจีโอ

“มนูญ ศิริวรรณ”ชง ปฎิรูปบทบาทหน่วยงานในกระทรวงพลังงาน  สอดคล้องยุทธศาสตร์ชาติ สร้างธรรมาภิบาลภาคประชาชน และเอ็นจีโอ ด้าน " พิชัย " เสนอปรับกฎระเบียบการกำกับดูแลของ กกพ. ให้มีความคล่องตัวขึ้นในขณะที่ ตัวแทนสมาคมโรงแรมไทย หวังรัฐดูแลความมั่นคงไฟฟ้าให้มีความเสถียร

เมื่อวันที่ 6 พ.ย. 2560 สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจร่วมกับคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)จัดเสวนารับฟังความคิดเห็น  “การปฏิรูปพลังงาน ในห้วงปฏิรูปประเทศ” โดยมี 3 วิทยากรร่วมอภิปราย ได้แก่ นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระ ด้านพลังงาน และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน  นายพิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และนายชัยโรจน์ โฆษิตศิริทวีพร ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม สมาคมโรงแรมไทย

โดย นายมนูญ ศิริวรรณ นักวิชาการอิสระ ด้านพลังงาน และกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน   กล่าวว่า ยุทธศาสตร์ชาติ ที่อยู่ในระหว่างการจัดทำ จะเน้นในเรื่องของความมั่นคง  การสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  โดยในส่วนที่เป็นยุทธศาสตร์ด้านพลังงาน ที่คณะกรรมการปฎิรูปประเทศด้านพลังงาน กำลังอยู่ในระหว่างการจัดทำ และจะแล้วเสร็จเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี ภายในเดือนธ.ค. 2560 นี้ นั้น จะให้ความสำคัญในเรื่องของการจัดหาพลังงานให้เพียงพอต่อความต้องการ มีความมั่นคง และส่งเสริมการลงทุน   ในขณะที่การกำกับกิจการและราคาพลังงานต้องเหมาะสม เป็นธรรม ลดการผูกขาด สร้างการแข่งขัน รวมทั้งต้องพัฒนาพลังงานให้มีความยั่งยืนเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและใช้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งการบริหารจัดการพลังงานประเทศให้มีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องปฏิรูปใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.การปฏิรูปองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สอดคล้องกับเรื่องของ Disruptive Technology ที่จะมีผลต่อภาคพลังงานมากขึ้นในอนาคต   โดยกระทรวงพลังงาน จะต้องปรับบทบาทขององค์กร เพื่อลดปัญหาการปฏิบัติงานซ้ำซ้อน  เช่น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติต้องปรับองค์กรให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะ พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับใหม่ที่เปิดให้มีทั้งระบบสัมปทาน ระบบแบ่งปันผลผลิต(PSC) และระบบจ้างบริการ(SC) ส่วนคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)ควรรวบรวมงานเกี่ยวกับใบอนุญาตด้านพลังงาน  มาไว้ที่กกพ.เพียงแห่งเดียว  การปรับองค์กรไม่ให้งานซ้ำซ้อนกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) โดย กกพ.ต้องแยกหน้าที่ของฝ่ายกำกับดูแล ออกจากฝ่ายปฏิบัติซึ่งเป็นหน้าที่ของ กฟผ.ให้ชัดเจนขึ้น  และการส่งเสริมพลังงานทดแทนทุกชนิดก็ควรลดการอุดหนุนลงให้มากที่สุด

2.การปฏิรูปข้อมูลประเทศ เพื่อแก้ปัญหาความสับสนด้านข้อมูลพลังงาน เนื่องจากที่ผ่านมามีการอ้างอิงข้อมูลที่ต่างกันทำให้สังคมเกิดความสับสน ดังนั้นเห็นว่าควรตั้งศูนย์ข้อมูลและพลังงานแห่งชาติขึ้น โดยใช้ชื่อ”ศูนย์สารนิเทศพลังงาน”ซึ่งจะครอบคลุมเนื้อหาพลังงานมากที่สุดและใช้เป็นข้อมูลหลักของประเทศ

3.การปฏิรูประบบธรรมาภิบาล โดยภาครัฐ จะต้องสร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงาน โดยสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชน  ในขณะที่ภาคประชาชน ต้องสร้างจิตสำนึกการมีส่วนร่วม ส่วนองค์กรพัฒนาเอกชนหรือเอ็นจีโอ ซึ่งมีบทบาทตรวจสอบรัฐ ก็ควรต้องมีธรรมาภิบาลในองค์กรตัวเองด้วย เช่นการเปิดเผยแหล่งที่มาของรายได้ รายชื่อกรรมการ และผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง เป็นต้น นอกจากนี้ควรต้องปฏิรูปการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการ(บอร์ด)รัฐวิสาหกิจให้เกิดความโปร่งใสด้วย

ด้าน นายพิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกิตติมศักดิ์กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคพลังงานจำเป็นต้องปฏิรูปการทำงานขององค์กรด้านการกำกับดูแลก่อน โดยเฉพาะหน่วยงาน กกพ. ที่มีบทบาทสำคัญด้านการอนุญาตประกอบกิจการไฟฟ้าของภาคเอกชน โดยเสียงสะท้อนของภาคเอกชนต้องการให้ กกพ.เปลี่ยนวิธีการรับฟังความเห็นประชาชนใหม่ จากปัจุบัน กกพ.ใช้วิธีเปิดรับฟังความเห็นผ่านเว็บไซต์ ให้เปลี่ยนเป็นการเปิดเวทีสาธารณะในหลายที่เพื่อให้ผู้มีส่วนได้รับทราบและมีส่วนร่วมแสดงความเห็นอย่างแท้จริง และการเปิดเวทีสาธารณะควรเปลี่ยนคำว่า “ประชาชนมีส่วนร่วม” เป็นคำว่า “ประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย” ซึ่งจะทำให้เข้าถึงประชาชนได้มากกว่าและช่วยลดปัญหาการต่อต้านของประชาชนลงได้ รวมทั้ง กกพ.ควรมีการติดตามตรวจสอบทุกโครงการที่ได้อนุมัติแล้วว่าได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อมและช่วยลดข้อร้องเรียนจากประชาชน

“กกพ.ควรตัดสินใจได้ว่าอะไรควรทำ หรือไม่ควรทำ ผมอยากให้ กกพ.ตัวเบาก้าวสู่ energy 4.0 โดยมีบทบาทแค่การกำกับดูแล ส่วนเรื่อง Operator รวมถึงการกำหนดขายไฟฟ้าเข้าระบบ(COD) ควรให้การไฟฟ้าเป็นหน่วยดำเนินการไปเลย เพื่อไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน   ที่ผ่านมาการเปิดรับซื้อไฟฟ้าของกกพ. เป็นเหมือนการประกวดเอกสาร  โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้องของตัวเอกสาร มากกว่า ความเป็นไปได้และศักยภาพของเอกชนที่จะเสนอโครงการ” นายพิชัย กล่าว

นายชัยโรจน์ โฆษิตศิริทวีพร ที่ปรึกษาด้านวิศวกรรม สมาคมโรงแรมไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมาภาคธุรกิจโรงแรมพยายามปรับตัวเพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานลงอย่างเต็มที่  ตามที่รัฐมีนโยบายส่งเสริม ทั้งการปรับปรุงอุปกรณ์ชิลเลอร์ในระบบแอร์ การนำเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป)เข้ามาช่วยลดการใช้ไฟฟ้าในช่วงที่เกิดความต้องการสูงสุด(พีค)ลงไปได้  อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทางธุรกิจโรงแรมคาดหวังภาครัฐมากที่สุดคือ ค่าไฟฟ้าที่ไม่แพงเกินไป และการจัดหาพลังงานให้มีอย่างมั่นคงและต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ 

โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน ของ ปตท. : เครื่องตะบันน้ำ

โครงการพลังธรรมชาติ พลังงานสะอาดเพื่อชุมชน โดย หน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นหนึ่งในโครงการที่นำองค์ความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรมมาช่วยแก้ปัญหาน้ำของชุมชน ซึ่งมีทรัพยากรและข้อจำกัดแตกต่างกันไปในแต่ละสภาพพื้นที่ โดยการใช้ “เครื่องตะบันน้ำ” หรือ “ไฮดรอลิคแรมปั๊ม” ดึงพลังงานศักย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่มีอยู่ตามธรรมชาติ มาใช้ในระบบส่งน้ำให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ ทดแทนการใช้พลังงานจากไฟฟ้าหรือน้ำมันที่มีต้นทุนสูง โดยในปี 2557 ได้ส่งมอบโครงการต้นแบบแห่งแรกให้แก่ชุมชน ณ หมู่บ้านขนุนคลี่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และในปี 2558 ได้ส่งมอบโครงการฯ ให้แก่ หมู่บ้านภูเตย ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และหน่วยธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ปตท. มีแผนที่จะขยายโครงการฯ ในอีกหลายพื้นที่ เพื่อช่วยพัฒนาชุมชนที่ขาดแคลนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นต่อไป

พลังงานรอบโลก: รายงานต่างประเทศระบุจีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด

จากรายงานของ Institute for Energy Economics and Financial Analysis (IEEFA) ที่เผยแพร่ออกมาเร็วๆนี้ ชี้ให้เห็นว่าจีนได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดของโลก โดยในปี 2016 จีนทำสถิติทุ่มเม็ดเงินลงทุนในโครงการพลังงานทดแทนต่างๆ ในต่างประเทศ ถึง 3.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือพุ่งสูงขึ้นราว 60% และคาดว่าในปีนี้จะเดินหน้าลงทุนต่อไป

ล่าสุด เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา จีนประกาศว่าเตรียมลงทุนกว่า 3.61 แสนล้านเหรียญสหรัฐในโครงการด้านพลังงานทดแทนภายในปี 2020 โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานด้านพลังงานของจีนกล่าวว่า พลังงานทดแทนจะเป็นหลักสำคัญของการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานของจีน

ทั้งนี้ ในปี 2016 ที่ผ่านมา จีนได้ทำข้อตกลงลงทุนในโครงการด้านพลังงานทดแทนต่างๆ ในต่างประเทศ จำนวน 11 โครงการ ซึ่งแต่ละโครงการมีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการลงทุนดังกล่าว ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น บริษัทผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมในออสเตรเลียและชิลี การจัดจำหน่ายไฟฟ้าในบราซิล และการสร้างโรงงานผลิตโซลาร์เซลล์ในเวียดนาม

นอกจากการลงทุนด้านพลังงานทดแทนในต่างประเทศแล้ว จีนก็มีการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ ด้วยเม็ดเงินมหาศาล โดยในปี 2015 จีนใส่เงินลงทุนกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ลงในทั้งโครงการพลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานน้ำ และภาคธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นมูลค่าที่สูงกว่าการลงทุนของสหรัฐฯ ในภาคพลังงานสะอาดเกินกว่าเท่าตัว จีนจึงได้ก้าวแซงหน้าสหรัฐฯ ในการเป็นผู้ผลิตพลังงานทดแทนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อพิจารณาจากนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลใหม่ของสหรัฐฯ ที่จะมีนายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นผู้นำแล้ว จึงคาดว่าแนวโน้มการลงทุนด้านพลังงานของสหรัฐฯ คงไม่เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ส่งเสริมพลังงานทดแทนแต่อย่างใด

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโดยอ้างความคิดเห็นของนักวิชาการด้านการเงินและการจัดการจากมหาวิทยาลัยในเยอรมัน ว่า จีนได้กลายมาเป็นผู้นำด้านพลังงานทดแทน แซงหน้าประเทศร่ำรวยอย่างสหรัฐฯและเยอรมันแล้ว โดยปัจจุบัน จีนเป็นเจ้าของโรงงานผลิตแผงเซลล์แสงอาทิตย์ที่ใหญ่สุดในโลกถึง 5  โรง จากทั้งหมด 6 โรง โดยจีนมีความได้เปรียบในด้านต้นทุนการผลิต หากเป็นการผลิตแผงโซลาร์เซลล์ในระดับมาตรฐาน ที่ไม่ได้ใช้เทคโนโลยีที่ยุ่งยากซับซ้อน เช่นเดียวกับการผลิตอุปกรณ์สำหรับการผลิตพลังงานลมแบบมาตรฐาน

อย่างไรก็ตาม ยุโรปและอเมริกา ยังคงมีข้อได้เปรียบอยู่ หากวัดกันที่ความทันสมัยและความมีประสิทธิภาพของอุปกรณ์ที่มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนขึ้น อาทิ แผงโซล่าเซลล์ชนิดฟิล์มบาง (thin-film solar) และการให้บริการแก่ผู้ประกอบการด้านพลังงานที่ต้องการความรู้ความเชี่ยวชาญทางวิศวกรรมขั้นสูงในการเดินระบบ

จีนเล็งปรับลดการเติบโตของการใช้พลังงานต่อปีเหลือ 2.5% ในช่วง 2016-2020

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข้อมูลจากแผนพลังงาน 5 ปี ฉบับล่าสุดของจีน ที่ระบุว่าจีนตั้งเป้าอัตราการเติบโตของการใช้พลังงานต่อปีเฉลี่ยที่ 2.5% ในช่วงปี 2016-2020 ซึ่งน้อยกว่าช่วงปี 2011-2015 ที่อยู่ที่ระดับ 3.6% โดยเป้าหมายการเติบโตที่น้อยลงนี้ สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้พลังงานใหม่ ตามการเติบโตของเศรษฐกิจแบบ new normal ของประเทศ

ทั้งนี้ การปรับลดเป้าดังกล่าว จะทำให้การใช้พลังงานรวมในปี 2020 อยู่ที่ประมาณ 5,000 ล้านเมตริกตันเทียบเท่าถ่านหินมาตรฐาน

จากแถลงการณ์ร่วมของ National Energy Administration และ National Development and Reform Commission ของจีนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนยังตั้งเป้าลดความเข้มข้นของพลังงาน หรือการใช้พลังงานต่อหน่วยจีดีพีภายในปี 2020 ลงอีกกว่า 15% จากปี 2015 พร้อมจะเพิ่มสัดส่วนของพลังงานที่ไม่ใช่ฟอสซิลเป็นกว่า 15% ของการใช้พลังงานทั้งหมด และการใช้ก๊าซธรรมชาติเพิ่มเป็น 10% จาก 8% แต่จะลดสัดส่วนการใช้ถ่านหินจาก 62% เหลือน้อยกว่า 58%

ขณะเดียวกัน จีนได้กระตุ้นให้เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าและใช้ก๊าซแทนรถยนต์ที่ใช้น้ำมัน มากขึ้นด้วย 

"ประจิน" "เทวินทร์" ร่วมเปิดแรลลี่การกุศล สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2560 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานแรลลี่การกุศล "ส่งความห่วงใย จากผู้ให้ถึงผู้รับ" โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กิจกรรมในช่วงเปิด มีนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมแข่งขันแรลลี่ โดยนายชาคร หนูคงใหม่ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ซึ่งจะนำรายได้ส่วนหนึ่ง มอบให้กับสถานสงเคราะห์คนพิการ การุณยเวศม์ อ. บางละมุง จ. ชลบุรี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและร่วมแบ่งปันความสุขให้คนพิการเหล่านี้

การแข่งขันแรลลี่ครั้งนี้ มีจุดปล่อยตัวที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ และปลายทางที่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยในระหว่างการแข่งขัน จะมีจุดที่จะแวะมอบเงินบริจาคและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น แก่สถานสงเคราะห์การุณยเวศม์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดังกล่าว