ค้นหาด้วย ' PTT ' ทั้งหมด 24 รายการ
ยะลาโมเดล เปลี่ยนขี้วัววากิวเป็นไบโอแก๊ส ปั่นไฟฟ้าใช้เอง

ชีวิตในวัยหลังเกษียณ ของดร.รุ่ง แก้วแดง อดีตข้าราชการระดับสูงและรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ ยุครัฐบาลทักษิณ ผู้ก่อตั้งมูลนิธิสุขแก้ว-แก้วแดง ยังคงดูกระฉับกระเฉงและขะมักเขม้น กับงานของมูลนิธิที่กำลังจะยกระดับเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านพลังงานทดแทนให้กับคนในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้  ให้มาศึกษาต่อยอดและนำไปปฏิบัติสร้างงานสร้างอาชีพของตนเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 

กองบรรณาธิการเว็บไซต์Energy News Center  มีโอกาสติดตามคณะของดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)  เพื่อมาเยี่ยมชมการดำเนินงานโครงการของมูลนิธิที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ทั้งโครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากมูลวัวเพื่อผลิตไฟฟ้า และโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลม เมื่อวันที่3ก.ค.2559 ที่ผ่านมา

มูลนิธิสุขแก้ว-แก้วแดง ตั้งอยู่ที่39/3 หมู่ที่2 ตำบลลำพะยา อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ด้วยหวังเป็นองค์กรการกุศลสาธารณะ เพื่อเสริมสร้างสันติสุขในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้คนไทยและมุสลิมได้กลับมาอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข มีงานและมีอาชีพที่พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ดร.รุ่ง เล่าให้คณะของสนพ.ฟังว่า เดิมทางมูลนิธิได้ทำโครงการเลี้ยงแพะเชิงพาณิชย์ เพื่อเป็นต้นแบบในการสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะแพะไม่ชอบสภาพภูมิอากาศร้อนชื้นของที่นี่  จึงเปลี่ยนมาเป็นการเลี้ยงวัว ซึ่งความคิดในตอนนั้น เห็นว่าจะต้องเป็นวัวที่มีสายพันธุ์ที่แตกต่างจากพันธุ์พื้นเมืองที่ชาวบ้านเลี้ยงอยู่แล้ว พอดีรู้จักกับ รศ.ดร.รังสรรค์ พาลพ่าย อาจารย์ประจำสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร และหัวหน้าศูนย์วิจัยเทคโนโลยีตัวอ่อนและเซลล์ตั้งต้น ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) ซึ่งเป็นมือหนึ่งด้านปรับปรุงพันธุ์วัววากิวของประเทศ  และทำสำเร็จแล้วที่จังหวัดสุรินทร์   จึงติดต่อขอซื้อน้ำเชื้อวัวมาทดลองผสมเทียมดู  คิดว่าถ้าทดลองเลี้ยงที่ยะลาสำเร็จ  ชาวบ้านจะสนใจ เนื่องจากเนื้อวัววากิว นั้นนุ่ม อร่อย มีราคาแพงกว่าเนื้อวัวทั่วไป   และเรามีตลาดรับซื้อที่ชัดเจนอยู่ที่ภูเก็ตและเกาะสมุย

เราเริ่มต้นด้วยวัว6 ตัวเพื่อทดลองผสมเทียมดู จนปัจจุบันมูลนิธิมีวัวอยู่8 สายพันธุ์รวม150ตัว  ซึ่งเท่าที่เลี้ยงมายังไม่มีลูกวัวเกิดที่นี่แล้วตาย ก็แสดงว่า จังหวัดยะลา เป็นพื้นที่ ที่สามารถเลี้ยงวัววากิว ของญี่ปุ่น ได้เป็นอย่างดีเหมือนกับที่จังหวัดสุรินทร์

การเลี้ยงวัววากิวแบบยืนโรงใช้พื้นที่ไม่มาก สิ่งที่ได้ทุกวันคือขี้วัว ซึ่งมีเยอะมาก จึงมีแนวคิดที่จะนำขี้วัวมาทำเป็นก๊าซชีวภาพหรือไบโอแก๊ส จึงเข้าร่วมในโครงการส่งเสริมการผลิตพลังงานทดแทนในระดับชุมชน(Community ESCO Fund) ซึ่งเมื่อได้รับอนุมัติเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน 60%ของมูลค่าโครงการ ประมาณ1.5ล้านบาท ก็ลงมือทำการก่อสร้างระบบผลิตก๊าซชีวภาพขนาด400ล้านลูกบาศก์เมตร  โดยมีทางศูนย์วิจัยเทคโนโลยีพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้บริหารโครงการให้ 

ปัจจุบันเราใช้ขี้วัวเพียงครึ่งเดียว ในบ่อหมักก๊าซชีวภาพ ก็ผลิตก๊าซได้เต็มความจุ  โดยก๊าซที่ได้นำมาใช้ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดกำลังการผลิต18 กิโลวัตต์ ผลิตเป็นไฟฟ้าใช้ในมูลนิธิ   ไฟฟ้าส่วนหนึ่งนำไปใช้ในเครื่องสูบน้ำ เพื่อรดต้นปาล์มน้ำมันที่ปลูกเอาไว้บนพื้นที่200ไร่  

นอกเหนือจากโครงการนำขี้วัวมาผลิตเป็นก๊าซชีวภาพและไฟฟ้าแล้ว  มูลนิธิยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณ70%ของมูลค่า หรือประมาณ370,000บาท จากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานลม เนื่องจากบริเวณที่ตั้งมูลนิธินั้นมีกระแสลมที่พัดผ่าน2 กระแสคือลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ในเดือนพ.ค. และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดเป็นประจำสม่ำเสมอ  จึงสามารถติดตั้งกังหันลมขนาดเล็ก กำลังการผลิต200 วัตต์  จำนวน10 ชุด และระบบแบตเตอรี่ เพื่อกักเก็บไฟฟ้าไว้ใช้ได้

 “ โครงการของมูลนิธิเรานำระบบการบริหารจัดการแบบ Zero Waste มาใช้ เพื่อให้พึ่งพาตนเอง ได้มากที่สุด  เราเริ่มต้นจากการเลี้ยงวัววากิว อาหารวัวส่วนใหญ่ก็มาจากขี้เค้กปาล์มน้ำมันที่ปลูกเอาไว้ในมูลนิธิ   ขี้วัวที่ได้ส่วนหนึ่งนำไปใช้ในบ่อหมักทำก๊าซชีวภาพ ส่วนหนึ่งเอาไปทำเป็นปุ๋ยเพื่อใส่บำรุงต้นปาล์ม  ก๊าซชีวภาพก็นำไปผลิตเป็นไฟฟ้า ใช้ในกิจกรรมต่างๆภายในมูลนิธิ  ส่วนไฟฟ้าจากพลังงานลม ก็ใช้ให้แสงสว่างในคอกวัว และสูบน้ำเพื่อให้วัวได้กินและชำระล้างคอก  ซึ่งทั้งสองโครงการที่เกี่ยวกับพลังงานทดแทนที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมอนุรักษ์พลังงาน นั้นมีส่วนช่วยให้มูลนิธิประหยัดค่าไฟฟ้าลงได้เกือบทั้งหมดจะมีค่าใช้จ่ายไฟฟ้าเฉพาะที่รักษาระบบสายส่งและมิเตอร์ของการไฟฟ้าไว้เท่านั้น  เราหวังที่จะให้มูลนิธิเป็นศูนย์การเรียนรู้เรื่องพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงานสำหรับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่3จังหวัดชายแดนใต้ ” ดร.รุ่ง กล่าว

 ด้าน ดร.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะมาเยี่ยมชมและติดตามผลการดำเนินงานของโครงการที่ได้รับการสนับสนุนเงินจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน   ว่าเงินที่สนับสนุนลงไปนั้นสามารถที่จะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์  ซึ่งทั้งโครงการส่งเสริมพลังงานทดแทนในระดับชุมชน ทั้งส่วนของก๊าซชีวภาพ และพลังงานลม ของมูลนิธิสุขแก้ว –แก้วแดง นั้นค่อนข้างที่จะตอบโจทย์ ที่กองทุนตั้งเอาไว้ ได้เป็นอย่างดี  โดยสิ่งที่อยากจะเห็นต่อไปคือการนำเรื่องของพลังงานทดแทนไปต่อยอดสู่การพัฒนามิติอื่นๆ  เพื่อขยายผลความสำเร็จของโครงการ ไปสู่พื้นที่อื่นๆ 

 

 

  

ปตท.ตั้งเป้า3ระยะช่วยคนไทยฝ่าวิกฤติภัยแล้ง

ปตท.ช่วยบรรเทาวิกฤติภัยแล้ง 3 ระยะ พร้อมตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำของพื้นที่ระยองและชลบุรี ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญ

นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในปี 2559 นี้ ปตท.ได้ดำเนินโครงการช่วยเหลือภัยแล้ง โดยได้แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 3 ระยะ คือ 1. ระยะเร่งด่วน เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือชาวไทยโดยทันที เช่น กลุ่ม ปตท. ได้ให้การสนับสนุนโครงการราษฎร์-รัฐ ร่วมใจ ช่วยภัยแล้ง อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2542 รวมยอดเงินช่วยเหลือถึง 71.8 ล้านบาท โครงการสนับสนุนน้ำแข็งแห้งเพื่อสนับสนุนโครงการฝนหลวง (ปี 2541 –ปัจจุบัน) จำนวน 9,060 ตัน  มอบถังบรรจุน้ำแข็งแห้ง 38 ถัง รวมมูลค่ากว่า 72.4 ล้านบาท และยังคงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดสนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิง 200,000 ลิตร แก่กองทัพไทย แก้ปัญหาภัยแล้ง มูลค่า 4.4 ล้านบาท เป็นต้น  

2. ระยะกลาง เป็นระยะที่เน้นการบริหารจัดการน้ำเพื่อใช้น้ำให้เกิดประโยชน์สูงสุด ได้แก่ การเป็นคณะทำงานโครงการพิเศษ Water Resource Management (ปี 2554 – ปัจจุบัน) ร่วมกับองค์กรธุรกิจเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (TBCSD) การร่วมโครงการแบ่งน้ำใช้ปันน้ำใจสู้ภัยแล้งร่วมกับสภาหอการค้า ภาคเอกชนในเครือข่าย และสถานีโทรทัศน์ ThaiPBS ลดการใช้น้ำ 30%ภายในเดือนพ.ค. 2559  

3. ระยะยาว เป็นการบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนด้วยการลดการใช้น้ำในกระบวนการผลิตและการใช้น้ำในอาคารสำนักงาน และการสร้างองค์ความรู้และการป้องกันภัยแล้งระยะยาวผ่านโครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ โครงการการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

นายประเสริฐ กล่าวว่า กลุ่ม ปตท. ได้บริหารงานด้านการใช้น้ำในภาคการผลิตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดผลกระทบต่อวิกฤติภัยแล้งโดยรวมของประเทศ โดยนำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS)มาใช้วางแผนและกำหนดพื้นที่ความเสี่ยงน้ำ (Water Stress Map) อีกทั้งใช้ระบบฐานข้อมูลผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม และประยุกต์ใช้เครื่องมือ Global Water Tool (GWT) ของสภาธุรกิจโลกเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ WBCSD เพื่อเก็บข้อมูลการใช้น้ำของพื้นที่ปฏิบัติการภายใต้การควบคุมของ ปตท.

สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งเป็นฐานสำคัญของ ปตท. โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรีและระยอง เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงด้านน้ำสูง ภายหลังเกิดเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำ ในปี 2548  ปตท. จึงให้ตั้งคณะทำงานบริหารจัดการน้ำบริษัทในกลุ่ม ปตท. เพื่อติดตามและรายงานสถานการณ์น้ำทุกระยะ รวมถึงผลการดำเนินงานโครงการที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังมีส่วนร่วมในคณะทำงานการบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันออกของจังหวัดระยอง หรือ Water War Room เพื่อลดความเสี่ยงได้ทันท่วงที 

นอกจากนี้ ในปี 2559 กลุ่ม ปตท. ยังได้มีโครงการบริจาคน้ำดื่มเพื่อการบริโภคจำนวน 200,000 ขวด มูลค่ารวมกว่า 1 ล้านบาท โครงการร่วมกับมูลนิธิเย็นศิระเพราะพระบริบาล กองทัพภาคที่ 3 ห่วงใยผู้ประสบภัย บริจาคถุงยังชีพและน้ำดื่ม โครงการฟื้นป่ารักษ์น้ำเขาห้วยมะหาด เป็นการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำอย่างยั่งยืน โครงการมอบถังน้ำ InnoPlus เป็นต้น

      

     

Impact Solar to install solar rooftop at JAS Urban Srinakarin

Impact Solar inked deal with JAS Asset Plc for the installation of the solar rooftop facility at JAS Urban Srinakarin community shopping mall.  

Mr Nat Hutanuwatr (second from right) and Mr Somboon Lertsuwannaroj (right) ),  executives from Impact Solar Limited, or Impact Solar, the comprehensive solution provider and experienced operator of solar rooftop system, together with Mr. Supoj Wanna (middle), Chief Executive Officer of JAS Asset Public Company Limited, and his team including Mr. Supreecha Angtheeranuwong (left), Chief Marketing Officer, and  Mr. Ekachai Sukumvitaya (second from left), Chief Financial Officer, have attended the signing ceremony for the installation of solar rooftop system at JAS Asset’s new community mall, JAS Urban Srinakarin, which is scheduled to open late this year.

By having Impact Solar’s solar rooftop installation, JAS Urban Srinakarin will become energy conservation building that can generate 640,000 units of electricity per annual while reduce 450 metric tons per year of carbon dioxide.

At JAS Urban Srinakarin, Impact Solar will install solar rooftop facility under its unique Solar PPA package scheme in which no initial investment cost is required from the property owner and only the actual amount of electricity which is consumed is paid, and at a discount tariff rate, for the entire project period of the project. In addition, the ownership of the system will be transferred to the property owner at the end of the project period for smooth continued use of the energy.  

Apart from saving expenses on electricity bills, the installation of this clean energy system reflects JAS Urban Srihakarin’s concept as environmental-friendly modern community shopping mall. 

เดอะวัน การ์ด ผนึกกำลัง พีทีที บลู การ์ด เปิดแคมเปญ "สุขทุกการโอน โดนทุกคะแนน"
เดอะวัน การ์ด ผนึกกำลัง พีทีที บลู การ์ด เปิดแคมเปญ “สุขทุกการโอน โดนทุกคะแนน” มอบสิทธิประโยชน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2562  
รู้จักบทบาทสถาบันปลูกป่าปตท.ผ่านบทกวี"ใจวังจันทร์"

รู้จักบทบาทสถาบันปลูกป่าปตท.ผ่านบทกวี”ใจวังจันทร์”ของกวีซีไรต์และศิลปินแห่งชาติ”เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์”

เมื่อวันที่17ก.พ.2560 ที่ผ่านมา สถาบันปลูกป่าปตท. ในส่วนของโครงการ”ป่าวังจันทร์”ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ได้มีการจัดงาน”ลำนำสัมพันธ์ วิถีวัฒนธรรม คนกับป่า” เพื่อให้คนในชุมชนและเยาวชนในพื้นที่โดยรอบ ได้มีส่วนร่วมในกระบวนการสร้างความเข้าใจและตระหนักถึงความสำคัญของป่าต่อวิถีชีวิตของคนและมีจิตสำนึกร่วมกันที่จะร่วมอนุรักษ์ฟื้นฟูพื้นที่ป่า   โดยในโอกาสนี้ทางสถาบันได้เชิญนักคิด นักเขียนและเป็นศิลปินแห่งชาติ คือ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์  และอัศศิริ ธรรมโชติ พร้อมด้วยคณะ เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถาบัน  โดยมีนายประเสริฐ สลิลอำไพ  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม ปตท. ให้การต้อนรับ ซึ่งคณะได้ ปลูกต้นไม้ “ต้นขานาง” ร่วมกันไว้เป็นสัญลักษณ์  ในขณะที่ตอนเย็นหลังจากที่  อาจารย์เนาวัรตน์  และศิลปินเพื่อชีวิต “ชูเกียรติ ฉาไธสง” ได้ร่วม ขับลำนำบทกวี  ประกอบเสียงขลุ่ยและกีต้าร์ บนเวที  ที่สร้างความประทับใจให้กับคนที่มาร่วมงาน ดนตรี แล้วยังได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นมุมมองและประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ กับผู้บริหารของสถาบันปลูกป่าปตท.ด้วย

กิจกรรมปลูกต้นไม้(ต้นขานาง)ที่สองจากซ้าย "ประเสริฐ สลิลอำไพ" ผู้บริหารปตท. ที่มาต้อนรับ ขวาสุด"อัศศิริ ธรรมโชติ"

กิจกรรมยามเย็น ขับลำนำบทกวี ประกอบเสียงกีต้าร์ โดยกวีซีไรต์"เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ และศิลปินนักเขียน"ชูเกียรติ ฉาไธสง"

ในช่วงเช้าของวันรุ่งขึ้น(18ก.พ.2560) ทางคณะของอาจารย์ยังมีโอกาสได้เข้าเยี่ยมชมสถานที่ของสถาบันวิทยสิริเมธี (VISTEC) ซึ่งเปิดสอนระดับปริญญาโทด้านวิทยาศาสตร์ ที่อยู่ในบริเวณใกล้กันกับสถาบัน   อาจารย์เนาวรัตน์  บอกว่า” วิทยาศาสตร์  กับกวี ก็ไปด้วยกันได้ เพราะศาสตร์และศิลป์ต้องไปด้วยกันในมนุษย์ “

สำหรับบทกวีที่ถูกแต่งขึ้นใหม่ และนำแสดงบนเวที จากอาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ที่ชื่อ”ใจวังจันทร์” ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งชิ้นงานมีความไพเราะทั้งคำและความหมาย  โดยอาจารย์เนาวรัตน์ ยังได้เขียนด้วยลายมือ ไว้ในสมุดบันทึกของทางสถาบันปลูกป่า ปตท. เพื่อให้ทางสถาบัน นำไปใช้ในการขยายผลเพื่อปลุกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ป่า โดยเน้นย้ำว่า คนกับป่าและธรรมชาติ จะต้องอยู่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

                                                  “ใจวังจันทร์”

 ป่าวังจันทร์  ประจำอยู่ ภูขุนอินทร์  

 รู้ใจไม้ ใจดิน รู้ถิ่นเก่า

รู้แหล่งน้ำ รักน้ำ ร่วมลำเนา

ป่าคือเรา เราคือป่า มาโยงใย

ธรรมชาติ คือธรรม ที่กำหนด

อันเป็น กฏความจริง ที่ยิ่งใหญ่

อันหนึ่งอัน เดียวกัน อันเป็นไป

มีธรรมะ อยู่ใน ใจวังจันทร์

นางกนกพร รอดรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสถาบันปลูกป่า ปตท.กล่าวว่า ป่าวังจันทร์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จมาทรงเปิดเมื่อวันที่ 6 สค.2558 จากวันนั้นจนวันนี้ ผ่านมากว่าขวบปี ผืนป่าแห่งนี้ได้ผลิดอกออกผล สร้างคุณค่าและความหมายแก่เมืองระยอง ในฐานะแหล่งเรียนรู้นิเวศป่าไม้แห่งใหม่ และเป็นห้องทำงานที่น่าหลงใหลแก่เหล่านักวิจัย  ป่าวังจันทร์เป็นห้องเรียนธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่มีค่าแก่เด็กและเยาวชน  และอีกหนึ่งความฝันของเราคือ.เป็นซุปเปอร์มาเก็ตธรรมชาติของชุมชนโดยรอบต่อไป

ซ้าย "กนกพร รอดรุ่งเรือง" ผอ.สถาบันปลูกป่าปตท. ขวา "เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์" กวีซีไรต์ และศิลปินแห่งชาติ

สถาบันปลูกป่าปตท. จัดตั้งขึ้นเมื่อปี2556  จากความสำเร็จในกิจการฟื้นฟูพื้นที่ป่า 1ล้านไร่ของปตท.ที่ช่วยสร้างองค์ความรู้และประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการฟื้นฟูป่าอย่างครบวงจร  และต้องการที่จะให้มีการดำเนินการต่อเนื่องอย่างเป็นรูปธรรม  โดยมีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่คนในสังคม  โดยมีศูนย์การเรียนรู้ที่จัดตั้งขึ้นแล้ว2แห่งคือ”โครงการป่าในกรุง”ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาและการฟื้นฟูป่าไม้ของกรุงเทพในอดีต และศูนย์การเรียนรู้”โครงการป่าวังจันทร์”ที่ ตำบลป่ายุบใน อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง  ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการฟื้นฟูป่าไม้แบบครบวงจร ที่มีพื้นที่ปลูกป่าสาธิตรูปแบบต่างๆ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่สำคัญของภาคตะวันออก และโครงการใหม่ที่สถาบันจะมีการจัดตั้งขึ้นคือที่คุ้งบางกระเจ้า อำเภอพระประแดง จังหวัด สมุทรปราการ

อาคารศูนย์การเรียนรู้ สถาบันปลูกป่าปตท. โครงการป่าวังจันทร์

สนพ.เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงทางwww.eppo.go.th

สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)เริ่มเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในร่างพ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทางเว็บไซต์ สนพ. www.eppo.go.th ตั้งแต่วันที่2พ.ค. จนถึง 1 มิ.ย. 2560 ตามมติกบง.เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติ มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

นาย.ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ ผ่านทางเว็บไซต์ www.eppo.go.th จะเริ่มตั้งแต่วันที่2พ.ค2560 ไปจนถึงวันที่ 1 มิ.ย. 2560  โดยวัตถุประสงค์สำคัญในการจัดทำ ร่าง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงฯ เพื่อเป็นการรักษาเสถียรภาพของระดับราคาน้ำมัน ไม่ผันผวนมากจนเกินไป รวมทั้งเป็นกลไกหลักของประเทศในการป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง สนับสนุนเชื้อเพลิงชีวภาพเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร และช่วยแบ่งเบาภาระผลกระทบกับประชาชน

ทั้งนี้ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานหรือ กบง.ที่มีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ซึ่งมีการประชุมเมื่อวันที่1 พ.ค.2560 ที่ผ่านมาได้รับทราบรายงานความก้าวหน้าร่างพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. .... ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 27 เมษายน 2560  และเห็นว่า เพื่อให้เป็นไปตามแนวทางการจัดทำและการเสนอร่างกฎหมายตามบทบัญญัติ มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ประชุม กบง. จึงได้มอบหมายให้ สนพ. และสถาบันบริหารกองทุนพลังงาน ไปจัดทำรายละเอียดการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย (Regulatory Impact Assessment: RIA) ตามหลักเกณฑ์การตรวจสอบความจำเป็นในการตราพระราชบัญญัติ (Checklist) พร้อมทั้งจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. กองทุนน้ำมันฯ ที่ผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการกฤษฎีกา และเผยแพร่ผลการรับฟังความคิดเห็นฯ สู่สาธารณชน ตลอดจนจัดทำกฎหมายลำดับรองที่เกี่ยวข้อง

โดย เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้นำเสนอต่อคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะรัฐมนตรี และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ. ตามลำดับต่อไป

 

 

 

กระทรวงพลังงานจัดงานนิทรรศการ"น้อมใจรักและภักดี"12-18ม.ค.นี้

กระทรวงพลังงานจัดงาน นิทรรศการ “น้อมใจรักและภักดี” พร้อมผู้บริหารกระทรวงพลังงาน เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช  ณ บริเวณหน้าอาคารบี  ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ระหว่างวันที่12-18ม.ค.2560นี้

 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานจัดนิทรรศการ “น้อมใจรักและภักดี” ขึ้นเพื่อเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยตลอดระยะเวลา 70 ปี พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่พรั่งพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงตรากตรำพระวรกาย เพื่อประชาชนคนไทย ทรงพระราชทานความช่วยเหลือ บำบัดทุกข์ บำรุงสุขแก่ราษฏร์ด้วยพระอัจฉริยภาพเปี่ยมด้วยพระปรีชาในทุกๆ ด้าน รวมถึงด้านพลังงาน ทรงค้นคว้า วิจัย และพัฒนาโครงการพระราชดำริต่างๆผสมผสานหลักวิชาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จนสัมฤทธิ์ผลในทางปฏิบัติ ทั้งในด้าน  ที่เกี่ยวข้องกับด้านพลังงาน อาทิ โครงการไบโอดีเซล โครงการแก๊สโซฮอล์ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ นำมาซึ่งการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนชาวไทย

 สำหรับกิจกรรม “น้อมใจรักและภักดี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 มกราคม 2560  ณ อาคารซี ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ ภายในงานประกอบด้วยนิทรรศการส่วนต่างๆ อาทิ นิทรรศการ ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์ ซึ่งเป็นการประมวลภาพเหตุการณ์ในช่วงวันที่ 13 ตุลาคม 2559 เป็นต้นมา นอกจากนี้ ยังมีนิทรรศการพระบิดาแห่งการพัฒนาพลังงานไทย การให้ความรู้ด้านการอนุรักษ์พลังงานและพลังงานทดแทน ในรูปแบบ Interactive การจัดแสดงภาพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นต้น

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจมอบเงินบริจาคช่วยฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจมอบเงินบริจาคที่ได้จากการจัดงาน"ฟื้นฟูใต้ คนละไม้คนละมือ"ให้กับ"ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้"

เมื่อวันที่8มี.ค. 2560 นายชาคร หนูคงใหม่ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ พร้อมด้วยนายวัชรพงศ์ ทองรุ่ง อุปนายกคนที่1 นายกฤษณะพงศ์ พงศ์แสนยากร อุปนายกคนที่2 มอบเงินบริจาคจำนวน150,000 บาท เข้ากองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยสำนักนายกรัฐมนตรี โดยมีนายออมสิน  ชีวะพฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนรับมอบ

เงินบริจาคจำนวนดังกล่าวได้จากการจัดกิจกรรม”ฟื้นฟูใต้ คนละไม้คนละมือ” ซึ่งทางสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจได้จัดขึ้น ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ(หัวลำโพง) เมื่อวันที่4 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา โดยได้รับความร่วมมือด้วยดี จากองค์กรภาครัฐ เอกชน ศิลปินนักร้อง นักแสดง นางงาม รวมทั้งสมาชิกผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ และประชาชนผู้เดินทาง ในการร่วมบริจาคเงิน สิ่งของ และช่วยซื้อเสื้อยืดกิจกรรม เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้

ทั้งนี้ “ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้” ยังคงเปิดรับการบริจาค  โดยสามารถโอนเงินเข้าบัญชีกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาทำเนียบรัฐบาล เลขที่บัญชี 067006895 หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่ นางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล โทร. 08-1925-5129 นางสุรีย์พร รามสมภพ โทร.08-1193-1453 หรือโทร. 0-2283-4321, 0-2283-4319, 0-2283-4301 โทรสาร 0-2283-4336, 0-2283-4318

ปตท.เตรียม30ล้านบาทช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้

ปตท. เตรียม30ล้านบาทช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ผ่านช่องทางต่างๆ  ทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน  คลังปิโตรเลียม โรงแยกก๊าซฯ และเครือข่ายดีลเลอร์ปั๊มปตท.

 นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า กลุ่ม ปตท. ได้จัดเตรียมงบประมาณวงเงิน 30,000,000 บาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือผ่านช่องทางต่างๆ อาทิ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน สำหรับบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ในครั้งนี้  โดยเมื่อวันที่10 ม.ค.2559  ปตท. ได้จัดพิธีส่งมอบความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ โดยมี พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธี มอบถุง  ยังชีพจำนวน 2,000 ถุง เพื่อส่งไปยังคลังปิโตรเลียมสุราษฎร์ธานี สำหรับแจกจ่ายให้กับผู้ประสบอุทกภัย โดย ปตท.ตั้งเป้าบริจาคถุงยังชีพทั้งสิ้น 10,000 ถุง มูลค่ารวม 5,500,000 บาท อีกทั้งยังได้บริจาคน้ำดื่มจำนวน 150,000 ขวด มูลค่ารวม 1,000,000 บาท นอกจากนี้ยังมีแผนที่จะซื้อข้าวจากชาวนาจำนวน 100 ตัน ส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ที่ต้องการ

การช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่ภาคใต้ครั้งนี้  หน่วยงานของ ปตท. ในพื้นที่ประสบภัย ได้แก่ คลังปิโตรเลียม โรงแยกก๊าซฯ จะเป็นศูนย์กระจายความช่วยเหลือ เร่งบรรจุและมอบถุงยังชีพบรรเทาความเดือดร้อน  รวมทั้งชักชวนผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์)  สถานีบริการน้ำมัน ปตท. ให้ที่พักชั่วคราว รับบริจาคสิ่งของ จัดเตรียมน้ำดื่ม ข้าวกล่อง ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียง เป้าหมาย 100 สถานี ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อีกทั้ง กลุ่ม PTT Group Seal ยังได้ร่วมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช   

นายเทวินทร์ กล่าวว่า  เมื่อทราบข่าวการเกิดอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ผู้บริหารและพนักงานบริษัท ปตท. ที่ปฏิบัติงาน ณ อาคารสำนักงานใหญ่ ถ.วิภาวดีรังสิต ได้ร่วมเป็นจิตอาสาในนามชมรม “พลังไทยใจอาสา” บริจาคเงินส่วนตัว ร่วมบรรจุถุงยังชีพ เพื่อนำมาช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วน โดยทยอยส่งมอบถุงยังชีพมาตั้งแต่เกิดเหตุการณ์อุทกภัย

โดยปตท. ยังดูแลการจัดส่งน้ำมันและก๊าซแอลพีจีให้กับภาคใต้อย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ขาดแคลนในยามวิกฤติ ให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีความเข้มแข็ง สามารถเดินหน้าพัฒนางานต่อไปได้  ทั้งนี้ที่ผ่านมา ปตท. ได้ให้ความช่วยเหลือประชาชนทั่วประเทศในเหตุการณ์ภัยแล้ง อุทกภัย วาตภัย ภัยหนาวและภัยพิบัติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2559 ที่ผ่านมา ปตท. ได้ช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆ มูลค่ารวมกว่า 20 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน-Energy News Center รายงานว่า ในส่วนของความช่วยเหลือจากการสมาคมการค้าผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการน้ำมันพลังไทย (PTT Dealer Association) นั้น  ส่วนหนึ่งได้จัดส่งอาหารแห้งมายังห้องประชุมโรงแรมจิงโจ้ อ.หลังสวน  จ.ชุมพร  เป็นข้าวสารจำนวน1,500ถุง   บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป5,000ห่อ,น้ำดื่ม1.5ลิตรจำนวน 3,000ขวด_กำลังทยอยมา ,ปลากระป๋องจำนวน 10,000กระป๋อง   ซึ่งจะมีการเริ่ม แจกถุงยังชีพในวันที่ 12-13 ม.ค.2560  โดยช่วงเช้าตั้งแต่เวลา 9.00น ของวันที่12ม.ค. จะแจกชุมชนท่ามะพลา,ชุมชนขันเงิน,ชุมชนวัดสุวรรณคีรี
ช่วงบ่ายจะแจกที่ชุมชนวังตะกอ,สามแยกวังตะกอ,รอบโรงพยาบาลหลังสวน   ส่วนวันที่13ม.ค.  ช่วงเช้าจะแจก อ.พะโต๊ะทั้งอำเภอ และช่วงบ่ายจะแจกที่ อบต.วังใหม่ 

ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความช่วยเหลือจากกลุ่มปตท.ที่ลงไปถึงมือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัย ผ่านกลไก ดีลเลอร์สถานีบริการปตท.

กฟผ.ระดมกำลังช่วยผู้ประสพอุทกภัยชาวใต้

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)  นำเฮลิคอปเตอร์บินช่วยตรวจสภาพน้ำท่วม และสภาพสถานีไฟฟ้า​แรงสูงและเสาส่งทางภาคใต้ อีกทั้งยังสนับสนุนเรือท้องแบนจำนวน 3 ลำจากโครงการเทพา เข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ จ.นครศรีธรรมราช พร้อมทั้งนำถุงยังชีพ 5,500 ชุดช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน จ.ภาคใต้อีกด้วย