ค้นหาด้วย ' อนุรักษ์พลังงาน ' ทั้งหมด 17 รายการ
ชงกพช.เจรจารายเดิมบริหารแหล่งสัมปทานหมดอายุ
กระทรวงพลังงานเตรียมชง กพช.พิจารณา 2 แนวทางสำหรับสัมปทานปิโตรเลียมเดิมที่จะหมดอายุ ชี้เจรจารายเดิมเรียกผลประโยชน์ให้รัฐเพิ่มเป็นขั้นแรก หากไม่เป็นผลจะเปิดประมูลแทน 
  
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอ  2 แนวทางสำหรับสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในปี2565 และ2566 ต่อคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ในวันที่ 30 พ.ค. 2559
 
โดยแนวทางแรกนั้น กระทรวงพลังงานจะใช้วิธีเจรจากับผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมรายเดิมที่จะหมดอายุ ได้แก่ บริษัท เชฟรอน ประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ซึ่งมีแหล่งก๊าซฯเอราวัณจะหมดอายุในเดือน เม.ย. 2565 และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (ปตท.สผ.) ซึ่งมีแหล่งก๊าซฯบงกช จะหมดอายุในเดือน มี.ค. 2566 โดยทั้งมีกำลังผลิตก๊าซฯรวมวันละ 3,000 ล้านลูกบาศก์ฟุต 
 
อย่างไรก็ตามการเจรจาจะอยู่บนพื้นฐานที่รัฐจะต้องได้ผลประโยชน์ที่มากกว่าระบบสัมปทานไทยแลนด์ 3 โดยระดับที่ภาครัฐพอใจคาดว่ารัฐจะต้องได้สัดส่วนผลประโยชน์ 80% และผู้รับสัปทานได้ 20% ซึ่งมากกว่าระบบไทยแลนด์ 3 เดิมที่รัฐได้ผลประโยชน์ 70% ผู้รับสัมปทานได้ 30% 
 
ส่วนแนวทางที่ 2 คือการเปิดประมูลใหม่ แต่หากผู้ชนะประมูลไม่ใช่รายเดิมที่ดำเนินการอยู่แล้ว จะต้องไปเจรจากับรายเก่า เพื่อทำให้ปริมาณผลิตก๊าซฯอยู่ในระดับเท่าเดิมอย่างต่อเนื่อง แต่หากไม่สามารถผลิตได้ต่อเนื่อง อาจต้องแก้ไขโดยการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)จากต่างประเทศมาทดแทน 
 
พล.อ.อนันตพร กล่าวด้วยว่า หาก กพช. เห็นชอบแล้ว กระทรวงพลังงานจะเริ่มเข้าไปเจรจา และนำผลที่ได้ไปเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการปิโตรเลียมอีกครั้งเพื่อเปรียบเทียบผลประโยชน์ที่รัฐจะได้รับก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ต่อไป  
 
"กระทรวงพลังงานได้พิจารณาแล้ว สำหรับสัมปทานปิโตรเลียมเดิมที่จะหมดอายุในปี 2565 และ 2566 โดยแนวทางที่ไม่ทำแน่นอน คือการที่ภาครัฐจะเข้าไปดำเนินการเอง เพราะรัฐไม่มีงบประมาณมากขนาดนั้น คงต้องเปิดให้เอกชนดำเนินการ แต่กำหนดไว้เหลือเพียง 2 แนวทาง คือ เจรจากับรายเดิม เพื่อให้เสนอผลประโยชน์ให้รัฐมากขึ้น โดยใช้ระบบสัมปทานไทยแลนด์3 เป็นพื้นฐาน และหากเจรจาไม่เป็นผลก็จะเปิดประมูลแทน"พล.อ.อนันตพร กล่าว
 
ส่วนการเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนของคณะกฤษฎีกา และเตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ทั้งนี้คาดว่าจะเปิดให้เอกชนสำรวจและผลิตปิโตรเลียมได้ภายในปลายปี
รู้จักดร.อ๋อย"ครูไทยหัวใจพลังงาน"

เรื่องของพลังงาน(Energy)นั้นเกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิตของทุกคนตั้งแต่ตื่นเช้ายันเข้านอน  และในสถานการณ์ความต้องการใช้พลังงานทั้งไฟฟ้าและน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุกวันตามการขยายตัวของเศรษฐกิจ  ก็ยิ่งทำให้หลายคนเป็นห่วงกังวลกับการจัดหาพลังงานที่มีอยู่ในปัจจุบันว่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคตหรือไม่ เพราะประเทศไทยนั้นเป็นประเทศผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ

คนไทยทุกคนนั้นต่างมีส่วนที่จะช่วยสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศได้ด้วยการช่วยกันประหยัดการใช้พลังงาน หรือใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อที่จะช่วยลดรายจ่ายของประเทศจากการที่ต้องนำเข้าพลังงาน ที่แต่ละปีมีมูลค่ามากกว่าล้านล้านบาท ที่สำคัญคือไม่สร้างภาระต้นทุนทางด้านพลังงานเอาไว้ให้กับรุ่นลูกรุ่นหลาน

Energy News Center มีโอกาสได้พูดคุยกับหนึ่งในคนไทย ที่เป็นฟันเฟืองหนึ่งในสังคม ที่รณรงค์เรื่องการอนุรักษ์พลังงาน ให้เข้ากับการเรียนการสอนเด็กๆได้อย่างน่าสนใจในแต่ละวัน  ดร.ศศิธร ศรีพรหม หรือ”ครูอ๋อย”ของเด็กนักเรียน โรงเรียนกำแพงแสนวิทยา และบางช่วงเวลาก็เป็น”อาจารย์อ๋อย”ของนิสิตที่คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เมื่อได้รับเชิญให้ไปบรรยายพิเศษ

 ดร.อ๋อย ให้ข้อคิดมุมมองต่อการประหยัดพลังงานที่ใช้สอดแทรกเข้าไปกับเนื้อหาวิชาเรียนที่ใช้สอนเด็กและบรรยายกับนิสิตนักศักษา ตามแต่ละโอกาสว่า

"การประหยัดพลังงานสามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลาตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้าจนกระทั่งหลับตอนเย็น เช่น ตื่นมาต้องเปิดไฟ เราก็ควรเปิดเท่าที่จำเป็น ใช้ไฟฟ้าหรือแก๊สทำกับข้าวหุงหาอาหารก็ควรใช้อย่างประหยัด ขับรถไปทำงานก็ขับแบบประหยัดไม่ขับเร็วเกินไป ถึงที่ทำงานก็ต้องใช้วัสดุการเรียนการสอน โดยการนำกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การให้นักเรียนนำสมุดเล่มเก่าที่เหลือจากปีที่ผ่านมานำมาใช้จดงานต่อได้ โดยไม่ต้องซื้อสมุดเล่มใหม่ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอย่างที่เราสามารถช่วยกันประหยัดได้แก่ กลับถึงบ้านตอนเย็นก็เป็นช่วงที่เราต้องพักผ่อนโดยการเปิดทีวี วิทยุ เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ เครื่องไฟฟ้าต่างๆ ก็ควรจะเปิดเท่าที่จำเป็น ไม่ควรเปิดพร้อมกันทีเดียวหลายอย่างโดยที่ไม่ได้ใช้งาน นอกจากจะเป็นการช่วยกันประหยัดพลังงานแล้ว ยังช่วยประหยัดรายจ่ายในครัวเรือนได้อีกด้วย การทำบ่อยๆ จนเกิดความเคยชินก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่ปัญหาที่น่าเบื่อหน่ายหรือน่ารำคาญอะไร ตรงข้ามกลับเป็นเรื่องดีทั้งต่อชีวิตส่วนตัวและส่วนรวมได้อย่างสบาย"

ในฐานะนักวิชาการที่คลุกคลีอยู่กับงานวิจัย/วิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ของลูกศิษย์จำนวนมาก ดร.อ๋อย ปรับวิธีการทำงานโดยแนะนำนิสิตให้ช่วยกันประหยัดเรื่องการใช้กระดาษทำเอกสารทางวิชาการ ที่สามารถใช้กระดาษสองหน้านำมาจัดทำร่างเอกสารทางวิชาการก่อนใช้ฉบับจริง ซึ่งช่วยลดปัญหาการสิ้นเปลืองเงินและพลังงานได้จำนวนมาก

บางข้อคิดจาก ดร.อ๋อย ในช่วงเวาการสนทนาเพียงสั้นๆ ย้อนให้เราได้คิดต่อว่า การอนุรักษ์พลังงานเกิดได้ทุกที่ ทุกเวลา ทุกสถานการณ์ถ้าเราเป็นคนที่มีใจอนุรักษ์ คือคิดแล้ว พูดแล้ว ต้องลงมือทำให้เป็นตัวอย่างด้วยจึงจะเกิดเป็นผล

 

ผู้ว่ากฟผ.นำทีมปลุกกระแสแฟชั่น"เสื้อยับ"หรือ"เสื้อเบอร์5"จับมือ22บริษัทผลิต1.7ล้านตัว
 
ผู้ว่ากฟผ.นำทีมผู้บริหารเดินบนแคทวอล์คปลุกกระแสแฟชั่นเสื้อยับ หลังร่วมลงนามกับ22บริษัทผู้ผลิตเสื้อผ้าชั้นนำผลิตเสื้อเบอร์5ที่ซักใส่ได้แบบไม่จำเป็นต้องรีดให้เปลืองค่าไฟ ออกสู่ตลาด 1.7ล้านตัว ในปี2561นี้ 
 
ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center-ENC) รายงานว่า ในช่วงค่ำของวันที่20 กันยายน 2560  พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางไปเป็นประธานเปิดงาน “Sparking DSM” และมอบรางวัลการประกวดออกแบบเสื้อยับในระดับอุดมศึกษา พร้อมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือและมอบโล่โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ประจำปี 2560 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม A – C โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว โดยมีนายวิทูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานในฐานะกรรมการของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)และผู้บริหารระดับสูงของกฟผ.นำโดยนาย กรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์  ผู้ว่าการกฟผ.ร่วมให้การต้อนรับ  ซึ่งคณะผู้บริหารระดับสูงของกฟผ. ยังได้ร่วมเดินแบบแฟชั่นเสื้อยับบนเวที เป็นหนึ่งในไฮไลท์สำคัญของงานด้วย 
 
พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  กล่าวในการเปิดงานว่า ถึงแม้ว่ากฟผ.จะเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีบทบาทหลักในการผลิตไฟฟ้าเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่ง กฟผ.ก็ได้ดำเนินโครงการการด้านการใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ(Demand Side Managemant) มาจนถึงปัจจุบัน ได้24 ปีแล้ว โดยสามารถช่วยให้เกิดการประหยัดพลังงานและลดการสร้างโรงไฟฟ้าไปได้ถึง 4,300 เมกะวัตต์ (เทียบเท่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่1,000 เมกะวัตต์ ที่กฟผ.ลงทุนสร้างประมาณ4 โรง )และช่วยบรรเทาปัญหาภาวะโลกร้อน   ด้วยการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้ 14.8 ล้านตัน
 
โดยมาตรการสำคัญของ DSM คือ โครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์5 ที่สามารถช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิต นำเข้า จำหน่าย อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง เกิดการประหยัดพลังงานได้มาก ซึ่งในกิจกรรมล่าสุด กฟผ.ได้ลงนามกับ 22 บริษัทเอกชน เพื่อร่วมกันจัดทำ "เสื้อเบอร์ 5" หรือ "เสื้อยับ"ซึ่งเป็นเสื้อที่มีการปรับปรุงเนื้อผ้าให้สามารถใส่สบายโดยไม่ต้องรีด เพื่อให้เกิดการลดใช้ไฟฟ้าในการรีดผ้าลง ทั้งนี้จะมีการทดลองดำเนินการ 1 ปี โดยมีเป้าหมายผลิตเสื้อไม่ต้องรีดประมาณ 1.7 ล้านตัว ออกสู่ตลาด 
ทั้งนี้หากผู้ประกอบการดำเนินการคิดค้นผลิต "เสื้อยับ"สำเร็จ และผ่านมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. ที่กำหนดไว้ รวมทั้งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการของ กฟผ. จะได้รับรางวัลประหยัดไฟเบอร์ 5 ในปี 2561 ซึ่งคล้ายกับอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับรางวัลและติดฉลากเบอร์ 5 แต่สำหรับเสื้อผ้าจะจัดเป็นประเภท "อุปกรณ์เสื้อยับประหยัดไฟ"แทน
 
ในสหรัฐอเมริกามีการผลิตเสื้อยับ หรือเสื้อที่ไม่ต้องรีดออกมาจำหน่ายนานแล้ว ซึ่งหากนำมาใช้ในไทยให้เกิดการแพร่หลายจะเป็นจุดที่ประชาชนได้มีส่วนร่วมช่วยกันประหยัดไฟฟ้าลงได้มาก โดยจะมีการเก็บรวมรวมข้อมูลว่าการไม่รีดผ้า 1 ตัวจะช่วยประหยัดไฟฟ้าลงได้เท่าไหร่ต่อไป
ด้าน นายกรศิษฏ์ ภัคโชตานนท์  ผู้ว่าการ กฟผ. กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปี 2560 มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการติดฉลากเบอร์ 5 แล้ว จำนวน 29 ผลิตภัณฑ์ จ่ายฉลากไปแล้วประมาณ 330 ล้านดวง ซึ่งนับรวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้มีการลงนามความร่วมมือไปแล้ว และติดฉลากเบอร์ 5 ในปีนี้ จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ ตู้น้ำร้อนน้ำเย็นบริโภค และเครื่องซักผ้าถังตั้ง ถังคู่
 
โดยในปี 2560 นี้ กฟผ. ได้ดำเนินงานตามรอยพระราชปณิธานด้านการประหยัด แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1) การลงนามข้อตกลงระหว่าง กฟผ. กับผู้ประกอบการในการจัดทำ “เสื้อเบอร์ 5” โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการเสื้อ ทั้งจากโรงงานผลิตเสื้อและบริษัทต่าง ๆ รวมจำนวน 22 ราย ในการปรับปรุงเนื้อผ้า เพื่อลดการใช้ไฟฟ้าในการรีด อันจะนำไปสู่การติดฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 ในปี 2561 ซึ่งผู้ประกอบการเสื้ออาจจะนำไปผลิตและขายเสื้อเบอร์ 5 ต่อไป และ 2) การจัดประกวดการออกแบบเสื้อยับในระดับอุดมศึกษา ให้สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน และมีความเหมาะสมในโอกาสต่าง ๆ ซึ่งมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศส่งผลงานเข้าประกวด ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จำนวน 40 ทีม ทีมละไม่เกิน 3 คน  และทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประกวดออกแบบเสื้อยับ ได้แก่ ทีมจากมหาวิทยาลัยศรีปทุม จากผลงาน “Nature is calling” ซึ่งได้รับเงินรางวัล จำนวน 50,000 บาท พร้อมโล่รางวัล และเกียรติบัตร ทีมจากมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี และทีมจากมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ตามลำดับ รวมทั้ง ทีมจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ ก็ได้รับรางวัล Popular Vote ด้วย
 
สำหรับผู้ประกอบการเสื้อ ที่เข้าร่วมลงนามความร่วมมือโครงการฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5 จำนวน 22 ราย ได้แก่ บริษัท กู๊ดสตาร์ท จำกัด , บริษัท เกียรติสวัสดิ์เท็กไทล์ จำกัด , ร้าน โกลเด้น การ์เม้นท์ , บริษัท เจ พี เอ็น อินเตอร์ (2016) จำกัด , บริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ท็อป เทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท ที ที เอช เทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท เทพอินทราชัย แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด , บริษัท เท็กซ์ไทล์ แกลลอรี่ จำกัด , บริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ไทยสินดีเทรดดิ้ง จำกัด , บริษัท ประชาอาภรณ์ จำกัด (มหาชน) , บริษัท ปุณยบุญทิพย์ จำกัด , บริษัท แปซิฟิคการทอ จำกัด , บริษัท พาลาติน เวิร์คแวร์ จำกัด , บริษัท ยูไนเต็ด เท็กซ์ไทล์มิลส์ จำกัด , บริษัท โรงพิมพ์ย้อมผ้าไทย จำกัด (มหาชน) , บริษัท อาร์ ที ดี อุตสาหกรรมสิ่งทอ จำกัด , บริษัท อินเตอร์คอต จำกัด , บริษัท เอาท์ดอร์ อินโนเวชั่น จำกัด , บริษัท แอลฟ่าโปรเซสซิ่ง จำกัด และบริษัท ไอ ดี นิตติ้ง จำกัด
 
 
 
ปตท.หวังสร้างผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการพลังงานชุมชน
 เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เป็นประธาน มอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 4  โดยปตท.หวังสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการพลังงานชุมชน” ภายใต้หลักวิถีพอเพียงเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชน
 
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2560  ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงงานเชิงปฏิบัติการ และมอบประกาศนียบัตรผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 4  พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การจัดการพลังงาน ภายใต้วิถีพอเพียง ทางรอดของชุมชนไทย ศตวรรษที่ 21” โดยมี นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับและร่วมมอบประกาศนียบัตรฯ ณ ห้องประชุมใหญ่ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ ถนนวิภาวดีรังสิต กทม.
                                                              
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. กล่าวว่า การอบรม “หลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน (Community Energy Management Program: CEMP)” ครั้งนี้ เป็นการจัดอบรมต่อเนื่องรุ่นที่ 4 และเป็นส่วนหนึ่งใน “โครงการพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง” ของ ปตท. ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างรากฐานที่เข้มแข็งจากพลังงานระดับชุมชนเพื่อการพัฒนาประเทศ   จึงมีเป้าหมายสร้าง “ผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการพลังงานชุมชน” ภายใต้หลักวิถีพอเพียงเพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชน
 
“หลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน ต้องการส่งเสริมให้ประชาชนจากภาคส่วนต่างๆ มีความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องการบริหารจัดการพลังงานระดับชุมชน เพื่อนำความรู้ไปใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์เกิดประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ตลอดจนเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลาของการอบรม ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน มีโอกาสศึกษาภาคทฤษฏี แลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์และวางแผนพลังงานสำหรับชุมชน  เสริมความรู้เรื่องพลังงานทดแทน อีกทั้งได้ประยุกต์ความรู้ทั้งหมดมาพัฒนาเป็นโครงงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง  ถือเป็นการสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระดับชุมชน ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศต่อไป”  นายเทวินทร์กล่าว  
 
หลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชนสามารถสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมจากความต้องการของชุมชนเองผ่านกระบวนการสนับสนุนองค์ความรู้จาก ปตท. อาทิ 1. โครงงาน “ขยะยิ้มได้” ของชุมชนหมู่บ้านคีรีวง นครศรีธรรมราช โดยนำขยะมาใช้ประโยชน์ตามชนิดประเภท และเพิ่มมูลค่าให้กับขยะ  เช่น นำเศษอาหาร ผลิตเป็นก๊าซชีวภาพใช้หุงต้มในบ้านพักโฮมสเตย์ และนำผลผลิตจากถ่าน มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น  สบู่  ปุ๋ย และถ่านไบโอชาร์  2. โครงงาน “โรงอบพลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับเตาเผาชีวมวล” ของชุมชนกลุ่มลานกระบือ เพื่อใช้สำหรับอบใบหญ้าแฝกแห้งให้มีคุณภาพได้ตลอดทั้งปี และนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หัตถกรรมคุณภาพช่วยส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชน  3. หลากหลายโครงงานพลังงานแสงอาทิตย์  และ โครงงานอื่นๆ
 
ทั้งนี้การอบรมหลักสูตรพลังงานเพื่อชุมชน รุ่นที่ 4 ปี 2560 จัดขึ้นระหว่างเดือนพฤษภาคม ถึง เดือนกันยายน มีผู้เข้าอบรมทั้งสิ้น 54  คน  ประกอบด้วย ผู้นำชุมชน ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญในงานพัฒนาพลังงาน นักวิชาการ/ นักพัฒนาอิสระ ข้าราชการและพนักงานองค์กรภาครัฐ  เยาวชน และสื่อมวลชน มีลักษณะการอบรมที่มุ่งเน้น “การสร้างองค์ความรู้” และ “การมีส่วนร่วม” เป็นสำคัญ โดยได้รับความร่วมมือทางวิชาการและบุคลากรผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงพลังงาน  มูลนิธิชัยพัฒนา สมาคมพลังงานทดแทนสู่ชุมชนแห่งประเทศไทย  ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ  มูลนิธินโยบายสุขภาวะ  องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะนาว จ.ลพบุรี และสถาบันการศึกษาต่างๆ
 
 
ปตท.สผ.ร่วมมือกับ โททาล ในการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อประโยชน์ด้านสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน กับ บริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด  เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอนาคต 
 
เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. โดยนายคณิต แสงวงค์วาณิชย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิศวกรรมศาสตร์และการพัฒนา และบริษัท โททาล อี แอนด์ พี ไทยแลนด์ จำกัด (TOTAL) โดย Mrs. Emmanuelle Tutenuit ผู้จัดการทั่วไป ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกัน โดยโครงการแรกภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าวคือ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีทางชีวภาพ เพื่อประโยชน์ในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอนาคต พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ อาคารเอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์
 
ทั้งนี้ ปตท.สผ. และ โททาล เป็นพันธมิตรมาอย่างยาวนาน โดยความร่วมมือในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของการร่วมกันพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการสำรวจปิโตรเลียม รวมถึงการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
 
กฟผ.คว้า3รางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีความเป็นเลิศจากสำนักงานป.ป.ช.
กฟผ. รับ 3 รางวัล จาก สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แก่รางวัล“รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน  และ “รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน”   ส่วนรองผู้ว่าการบริหาร "นายสืบพงษ์  บูรณศิรินทร์ ได้รางวัล บุคคลต้นแบบ” ด้านการมีส่วนร่วมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตในองค์กร ประจำปี 2560
 
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2560  สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน ด้านความโปร่งใสและด้านความพร้อมรับผิดชอบในระดับดีเลิศ ประจำปี 2560  ณ โรงแรมริชมอนด์ คอนเวนชั่น ถนนรัตนาธิเบศร์ จังหวัดนนทบุรี โดยมี พลตำรวจเอก วัชรพล  ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานในพิธี
 
 โดยในปีนี้ กฟผ.สามารถคว้ามา 3 รางวัล  โดย นายสืบพงษ์  บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการบริหาร การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้รับมอบใบประกาศเกียรติคุณ “บุคคลต้นแบบ” ด้านการมีส่วนร่วมส่งเสริมธรรมาภิบาลและต่อต้านการทุจริตในองค์กร ประจำปี 2560  และในนามองค์กร ได้รับประกาศเกียรติคุณในระดับดีเลิศอีก 2 รางวัล คือ  “รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน  และ “รัฐวิสาหกิจที่มีการพัฒนาสู่ความเป็นเลิศด้านการขับเคลื่อนแผนงานยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงาน”  
 
นายสืบพงษ์  เปิดเผยว่า  ยินดีและถือเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นบุคคลต้นแบบด้านการมีส่วนร่วมส่งเสริมธรรมาภิบาล และต่อต้านการทุจริตในองค์กร โดยนับเป็นเกียรติของชาว กฟผ. ทุกคน ส่วนรางวัลด้านความโปร่งใส กฟผ. ได้มีการขับเคลื่อนในการยกระดับคุณธรรมและความโปร่งใสในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งได้มีการเปิดเผยข้อมูลและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการที่เป็นคู่สัญญาถือปฏิบัติตนภายใต้กรอบธรรมาภิบาล รวมถึงการเปิดเผยข้อมูลผ่านเว็บไซต์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น  อีกทั้ง กฟผ. ได้ให้ความสำคัญกับการดำเนินโครงการส่งเสริมและสนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตของสำนักงาน ป.ป.ช.  โดยในส่วนของโรงไฟฟ้า โครงการลดกรด-ด่าง ในการปรับสภาพน้ำในกระบวนการผลิตของโรงไฟฟ้าวังน้อย มีความโดดเด่นจนได้รับรางวัลด้านความพร้อมรับผิดชอบในระดับดีเลิศ   ซี่งโรงไฟฟ้าวังน้อยได้ลดการใช้สารเคมีเพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำ   ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และลดความกังวลใจของชุมชนรอบโรงไฟฟ้า เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า กฟผ. มีวิธีการควบคุมดูแลสภาพน้ำอย่างดีที่สุด  ชุมชนให้ความไว้วางใจและสามารถตรวจสอบการดำเนินงานของ กฟผ. ได้
นักลงทุนเลือก ปตท. “สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน”

“PTT” ได้รับรางวัล “สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน” ประจำปี 2559 ด้าน ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้รับรางวัลหุ้นขวัญใจมหาชน กลุ่มทรัพยากร

นางอัญชลี หวังวีระมิตร ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท. (PTT) ได้รับรางวัล "สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน" (The Ultimate Popular Stock Award) สำหรับการคัดเลือกประจำปี 2559 ซึ่งเป็นความร่วมมือ ระหว่างหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้นธุรกิจ  ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในการจัดโครงการประเมินความนิยมของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นสามัญบริษัทต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 (2555 – 2559) โดยมีเกณฑ์ในการคัดเลือกคือ เป็นบริษัทที่มีสภาพคล่องของหุ้นในมือของนักลงทุนรายย่อย การเปิดเผยข้อมูลที่ดีและสม่ำเสมอ ผู้บริหารและกรรมการของบริษัทสร้างนวัตกรรมทางธุรกิจที่โดดเด่น และไม่เคยถูกลงโทษจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำหรับปี 2559 นับเป็นปีที่ 2 ที่ ปตท. ได้รับรางวัลสุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน นับจากปี 2556 ซึ่งเป็นปีแรก

รางวัลสุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชนจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้มีการสื่อสารข้อมูลข่าวสารให้กับนักลงทุนเกี่ยวกับการลงทุนและการทำกิจกรรมเพื่อสังคม โดยกำหนดจัดพิธีมอบรางวัลปีละ 1 ครั้ง รวมทั้งสิ้น 10 รางวัล ให้บริษัทที่ให้ความสำคัญในการให้ข้อมูลและดูแลผลประโยชน์ของนักลงทุนหรือผู้ถือหุ้นจนได้รับความนิยมอย่างสูงจากนักลงทุนในการซื้อขายต่อเนื่อง โดยนอกจาก ปตท. ที่ได้รับรางวัล "สุดยอดหุ้นขวัญใจมหาชน" ประจำปี 2559 แล้วนั้น ยังมี บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม ปตท.ที่ได้รับรางวัลหุ้นขวัญใจมหาชน กลุ่มทรัพยากร อีกด้วย

สำหรับรางวัลหุ้นขวัญใจมหาชน เป็นการแบ่งตามกลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย กลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร  กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค  กลุ่มธุรกิจการเงิน  กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม  กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง กลุ่มทรัพยากร กลุ่มบริการ  กลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มหลักทรัพย์ตลาด mai โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือ 1)บริษัทยอดนิยมของทั้งหมด 1 รางวัล 2)บริษัทยอดนิยมในแต่ละกลุ่มบริษัทในตลาดหลัก 8 กลุ่ม และตลาดหลักทรัพย์ mai อีก 1 กลุ่ม จำนวน 9 รางวัล

“รางวัลหุ้นขวัญใจมหาชน" เป็นการตัดสินจากนักลงทุนอย่างแท้จริงประมาณ 4,000 ตัวอย่าง ตามหลักเกณฑ์ของยามาเนะ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์สากลทั่วโลก โดยไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยงานใด และไม่ได้มุ่งหวังเป้าหมายเชิงพาณิชย์ แต่มุ่งหวังให้บริษัทมหาชนจดทะเบียน ได้ตระหนักถึงการสื่อสารให้นักลงทุน ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของตลาดทุน เพื่อให้ทราบข้อมูลข่าวสารอย่างชัดเจนและต่อเนื่อง ทั้งในแง่มุมของบริษัท การลงทุน และการทำกิจกรรมเพื่อสังคมต่างๆ” นางอัญชลีกล่าว

“ปตท. ขอขอบคุณนักลงทุนจากทั่วประเทศที่ร่วมมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้ให้กับ ปตท. ซึ่งเป็นสิ่งสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อ ปตท. รวมทั้งบริษัทในกลุ่ม ที่แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซทั่วโลกจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่มีความผันผวน และความท้าทายด้านเทคโนโลยี แต่ ปตท. พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และยังสร้างการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการดูแลผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล ซึ่งนักลงทุนถือเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียที่ ปตท. ให้ความสำคัญมาโดยตลอด” นางอัญชลีกล่าวทิ้งท้าย

วพม.รุ่น4จัดเสวนาวิชาการครั้งแรก "หลุมดำ..พลังงานไทย"

วพม.รุ่น4 จัดงานเสวนาวิชาการครั้งแรก ”หลุมดำ..พลังงานไทย” หวังสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ต่อ สาธารณะเกี่ยวกับปัญหาและอุปสรรคต่อการดำเนินนโยบายด้านพลังงานของประเทศ

ศูนย์ข่าวพลังงาน(Energy News Center –ENC) รายงานว่า งานเสวนาวิชาการ”หลุมดำ..พลังงานไทย” จะมีการจัดขึ้นในวันที่ 6ก.ค.2560  ที่ห้องSynergy Hall ชั้น6 อาคารซี ศูนย์เอนเนอยี คอมเพล็กซ์  ตั้งแต่เวลา9.00น.-13.30 น.โดยมีพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการกล่าวเปิดงาน และนายอารีศักดิ์  เสถียรภาพอยุทธ์ ประธานนักศึกษาหลักสูตรวิทยาการพลังงานสำหรับนักบริหารรุ่นใหม่(วพม.) รุ่นที่4 ซึ่งรับผิดชอบในการจัดงานเสวนาครั้งนี้ กล่าวรายงานถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์

โดยไฮไลท์ ของงานเสวนาวิชาการครั้งนี้  จะมีการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ประเทศไทยกับEnergy 4.0” โดยพล.อ.ณัฐติพล กนกโชติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  และการเสวนาเรื่อง”หลุมดำ..พลังงานไทย”โดยวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์ด้านพลังงาน และตัวแทนจากภาคอุตสาหกรรม นำโดย ดร.คุรุจิต นาครทรรพ ประธานกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฎิรูปประเทศ ด้านพลังงาน และอดีตปลัดกระทรวงพลังงาน   นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ   ศ.ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์  นักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์  และนายเจน  นำชัยศิริ  ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.)  ดำเนินรายการโดย นายอภิรักษ์ หาญพิชิตวณิชย์  

ผู้ที่สนใจอยากจะเข้าร่วมงานเสวนาทางวิชาการครั้งนี้ สามารถสอบถามรายละเอียด และติดต่อสำรองที่นั่ง ได้ที่E-Mail [email protected] หรือโทร 086-941-6788  นิพัฒน์สิน  ตามเงื่อนไขหลักเกณฑ์ที่ทาง วพม.รุ่น4 กำหนด

สำหรับหลักสูตรด้านวิทยาการพลังงานสำหรับนักบริหารรุ่นใหม่ (วพม.) นั้นเป็นหลักสูตรสำคัญของทางสถาบันวิทยาการพลังงาน (วพน.) (Thailand Energy Academy – TEA) ซึ่งเปิดอบรมมาแล้ว 4 รุ่น  โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญ ที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับความสำคัญของพลังงานต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เสริมสร้างศักยภาพในการวิเคราะห์ผลกระทบของธุรกิจพลังงานที่มีต่อเศรษฐกิจ สังคม ชุมชนวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม ได้อย่างสร้างสรรค์ในเชิงองค์รวม เพื่อนำไปสู่การวางนโยบายด้านพลังงานและการประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมและยั่งยืน รวมทั้งการสร้างเครือข่ายผู้นำในภาคส่วนต่างๆ ของสังคม เพื่อการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้วิทยาการด้านพลังงาน

ทั้งนี้ คุณสมบัติของผู้ที่เข้าอบรมในหลักสูตร วพม.แต่ละรุ่น  จะเป็นนักบริหารรุ่นใหม่ ระดับเทียบเท่าข้าราชการพลเรือนระดับชำนาญการ (ระดับ 6 และ 7)จากองค์กร ภาครัฐ เอกชน สื่อมวลชน นักวิชาการและประชาชน ที่มีอายุระหว่าง30-45ปี

ปัจจุบันสถาบันวิทยาการพลังงาน (วพน.) มีหลักสูตรด้านวิทยาการพลังงานด้วยกัน3หลักสูตร ที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากภาคส่วนต่างๆที่ต้องการส่งบุคคลากรเข้ามาร่วมอบรม ประกอบด้วยหลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน(วพน.) ซึ่งเปิดอบรมไปแล้ว9รุ่น   ,หลักสูตรด้านวิทยาการพลังงานสำหรับนักบริหารรุ่นใหม่(วพม.) 4 รุ่น และหลักสูตรด้านวิทยาการพลังงานสำหรับนักศึกษา (วพศ.) ซึ่งเปิดอบรมไปแล้ว2 รุ่น 

"ประจิน" "เทวินทร์" ร่วมเปิดแรลลี่การกุศล สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2560 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานแรลลี่การกุศล "ส่งความห่วงใย จากผู้ให้ถึงผู้รับ" โดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ กิจกรรมในช่วงเปิด มีนายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมแข่งขันแรลลี่ โดยนายชาคร หนูคงใหม่ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงาน ซึ่งจะนำรายได้ส่วนหนึ่ง มอบให้กับสถานสงเคราะห์คนพิการ การุณยเวศม์ อ. บางละมุง จ. ชลบุรี เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและร่วมแบ่งปันความสุขให้คนพิการเหล่านี้

การแข่งขันแรลลี่ครั้งนี้ มีจุดปล่อยตัวที่ ปตท. สำนักงานใหญ่ และปลายทางที่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยในระหว่างการแข่งขัน จะมีจุดที่จะแวะมอบเงินบริจาคและเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น แก่สถานสงเคราะห์การุณยเวศม์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ดังกล่าว

 

 

 

ไทยคว้า 19 รางวัล ASEAN Energy Awards 2017 ที่ฟิลิปปินส์

กระทรวงพลังงาน นำคณะผู้ประกอบการไทย คว้า 19 รางวัล ASEAN Energy Awards 2017 ที่ฟิลิปปินส์ ยังคงสถิติได้รับรางวัลสูงสุดในอาเซียนต่อเนื่องอีกปี นอกจากนั้น นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายดนัย เอกกมล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ยังได้รับรางวัลบุคคลที่มีความเป็นเลิศด้านการจัดการพลังงานของอาเซียนด้วย

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เดินทางเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียน ASEAN Ministers on Energy Meetings - AMEM ครั้งที่ 35 ณ กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และได้นำคณะผู้ประกอบการไทย เข้ารับรางวัล ASEAN Energy Awards 2017 ที่จัดขึ้นควบคู่กับการประชุม AMEM มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ ไทยคว้ามาได้ถึง 19   รางวัล ถือเป็นประเทศที่คว้ารางวัลได้มากที่สุด

ทั้งนี้ กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน ได้จัดกิจกรรมสำคัญในการส่งเสริมให้ภาครัฐและเอกชนร่วมกันตระหนักถึงการอนุรักษ์พลังงานและการใช้พลังงานทดแทนในไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดประกวด Thailand Energy Awards ขึ้นเป็นประจำทุกปี ซึ่ง Thailand Energy Awards 2017 ในปีนี้ มีผู้ชนะการประกวด 66 ราย จากจำนวนผู้ส่งผลงานเข้าประกวด 262 ราย โดยโครงการต่างๆ ที่ผู้ประกอบการได้เข้าร่วมการประกวด เป็นผลให้ผู้ประกอบการสามารถประหยัดพลังงานได้มากกว่า 420 ล้านบาทต่อปี ลดก๊าซคาร์บอนด์ไดออกไซด์ได้ กว่า 2.9 แสนตันต่อปี และผู้ที่ชนะการประกวดในเวที Thailand Energy Awards จะถูกนำเสนอเข้าประกวดต่อในเวที ASEAN Energy Awards ซึ่งเป็นเวทีระดับภูมิภาค

นอกจากรางวัล ASEAN Energy Awards 2017 แล้ว ยังมีรางวัล ASEAN Coal Awards 2017 จํานวน 6 รางวัล จาก Thailand Coal Awards 2017 แสดงถึงความตั้งใจและการสนับสนุนต่อผู้ประกอบการ ให้มีการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการประกอบการที่ดีด้านถ่านหินในอาเซียน และในงาน ASEAN Energy Awards 2017 นี้ ยังได้มีการมอบรางวัลประเภทบุคคลที่มีความเป็นเลิศด้านการจัดการพลังงานของอาเซียนให้กับ นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และนายดนัย เอกกมล รองอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) อีกด้วย

สำหรับ 19 รางวัล ASEAN Energy Awards 2017 ที่ผู้ประกอบการไทยได้รับนั้น แบ่งเป็น:

 

ด้านพลังงานทดแทน จำนวน 9 ผลงาน ประกอบด้วย

•  โครงการพลังงานหมุนเวียนที่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (ON-Grid)  จำนวน 2 ผลงาน  ได้แก่       

1. บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด(มหาชน)  ดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงขยะ (RDF) 60 เมกกะวัตต์ รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 

2.วิทยาลัยพลังงานทดแทน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ดำเนินโครงการ ระบบผลิตไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ร่วมกังหันลมแบบไม่เชื่อมต่อสายส่งสำหรับชุมชนบนพื้นที่สูงในหุบเขาภาคเหนือ รับรางวัล   รองชนะเลิศอันดับ 1

• โครงการพลังงานหมุนเวียนที่ไม่เชื่อมโยงกับระบบสายส่งไฟฟ้า (off – Grid ) จำนวน 3 ผลงาน ประกอบด้วย

1. บริษัท ไทยอีสเทิร์น ไบโอ พาวเวอร์ จำกัด ดำเนิน โครงการพลังงานเชื้อเพลิงก๊าซชีวภาพรับรางวัลชนะเลิศ 

2. บริษัท นทีชัย จำกัด ดำเนินโครงการนำก๊าซชีวภาพจากการบำบัดน้ำกากส่ามาทดแทนน้ำมันเตา รองชนะเลิศดันอับ 1 

3. เครือข่ายร่วมใจตามรอยพ่อ ดำเนินโครงการส่งเสริมพลังงานทดแทนในชุมชน รับรางวัลชนะเลิศ

• โครงการพลังงานความร้อนร่วมจากพลังงานหมุนเวียน (Cogeneration)  จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่ 

บริษัท บุรีรัมย์พลังงาน จำกัด ดำเนินโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วม รับรางวัลชนะเลิศ 

• โครงการเชื้อเพลิงชีวภาพ (Biofuel) จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่

1. บริษัทมิตรผล ไบโอฟูเอล จำกัด (สาขาชัยภูมิ) ดำเนินโครงการโรงเอทานอลมิตรผล ภูเขียว รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1   

2. บริษัทซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ดำเนินโครงการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืชใช้แล้ว รับรางวัลชนะเลิศ

• โครงการประยุกต์ใช้พลังงานทดแทน (Special Submission) จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่

โครงการชุมชนแปลงชีวมวลสู่พลังงานและไบโอชาร์ (มูลนิธิเบ๊บซี เอ็นเซฟไลฟ) รับรางวัลชนะเลิศ

 

ด้านอนุรักษ์พลังงาน จำนวน 10 ผลงาน  แบ่งเป็น

• Small and Medium Building Category จำนวน  1 ผลงาน ได้แก่ โรงพยาบาลควนขนุน กระทรวงสาธารณสุข  รับรางวัลชนะเลิศ

• Small and Medium Industry Category จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ภัทยาอุตสาหกิจ จำกัด รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 

• Large Building Category จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ 1.บริษัท โรงพยาบาลพญาไท 3  จำกัด รองชนะเลิศดับ 1 และ 2.ศูนย์การค้า เซ็นทรัลพลาซ่า  สุราษฎร์ธานี รองชนะเลิศอันดับ 2

• Large Industry  Category จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่ 1.บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (โรงงานบ้านโพธิ์) ชนะเลิศ

• Special Submission Industry Category จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่ บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด (โรงสีข้าวสุพรรณบุรี) รับรางวัลชนะเลิศ

• Retrofitted Building Category จำนวน 2 ผลงาน ได้แก่ 1.อาคารศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ) รับรางวัลชนะเลิศ และ 2.สยามดิสคัฟเวอร์รี่ :  บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด รับรางวัลชนะเลิศ

• Tropical Building Category จำนวน 1 ผลงานได้แก่ บริษัท เดอะชิลล์ รีสอร์ท แอนด์ สปา จำกัด รองชนะเลิศดันดับ  1

• Green Building Category จำนวน 1 ผลงาน ได้แก่ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (สำนักงานใหญ่) รองชนะเลิศอันดับ 2

 

สำหรับ รางวัล ASEAN Coal Awards 2017 จํานวน 6 รางวัลจาก Thailand Coal Awards 2017 มีดังนี้

 

ด้าน Best Practices Category 

1.1 Coal Mining  ได้แก่ Mae Moh Lignite Mine (เหมืองแม่เมาะ) การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) รางวัลชนะเลิศ

1.2 Clean Coal Use and Technology ได้แก่ BLCP 2 X 717 MW COAL-FIRED THERMAL POWER STATION BY BLCP POWER LIMITED, THAILAND ชนะเลิศ

1.3 Coal Distribution (including transportation, handling, storage) ได้แก่ SKIC CLOSED-SYSTEM COAL OPERATION FOR SUSTAINABLE DEVELOPMENT (BAN PONG DOME COAL STORAGE) BY SIAM KRAFT INDUSTRY CO.LTD., THAILAND ชนะเลิศ

 

ด้าน Corporate Social Responsibility (CSR) Category

1.1 TPIPL INTEND CONTINUING COMMITMENT TO CSR BY TPI POLENE PUBLIC COMPANY LIMITED, THAILAND   ชนะเลิศ 

1.2 THE MAE MOH POWER PLANT’S CSR- THE COMMUNITY COLLABORATION FOR SUSTAINABLE DEVELOPMENT IN MAE MOH DISTRICT BY EGAT, THAILAND  รองอันดับ1

 

ด้าน Special Submission Category

1.1 SPECIFIC ENERGY CONSUMPTION IMPROVEMENT OF KILN PLANT, TPI POLENE CEMENT INDUSTRY BY TPI POLENE COMPANY LIMITED, THAILAND ชนะเลิศ