ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ปิยสวัสดิ์"แนะรัฐเลิกอุดหนุนราคาพลังงานหมุนเวียน ปล่อยโซลาร์รูฟท็อปให้เสรีอย่างแท้จริง

"ปิยสวัสดิ์" แนะการปฏิรูปพลังงานไทย ต้องก้าวสู่พลังงานหมุนเวียน ที่มีการแข่งขันด้านราคาอย่างแท้จริง โดยรัฐควรยกเลิกระบบเงินสนับสนุนเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบค่าไฟฟ้าแพง เพราะปัจจุบันต้นทุนการผลิตของพลังงานหมุนเวียนถูกลงมากแล้ว   รวมทั้งต้องลดขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆที่เป็นอุปสรรค  และยกเลิกการจำกัดโควต้าการรับซื้อไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป)เสรี เพื่อให้เกิดการผลิตอย่างเสรีแท้จริง    ชี้ช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านของพลังงานหมุนเวียนเพื่อก้าวสู่การเป็นพลังงานหลักของประเทศ อาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปี    ซึ่งรัฐควรทบทวนแผนการกระจายเชื้อเพลิงไฟฟ้าใหม่ จากเดิมที่เน้นเพิ่มโรงไฟฟ้าถ่านหินเพราะต้นทุนถูก  เพราะปัจจุบัน โรงไฟฟ้าจากก๊าซLNG มีต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่แตกต่างจากถ่านหิน
 
นาย ปิยสวัสดิ์​ อัมระนันทน์​ ประธานมูลนิธีพลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม(E for E) ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "ปฏิรูปพลังงานไทย...ไปทางไหนดี" ซึ่งจัดโดยมูลนิธิ E for E ณโรงแรมรอยัลปริ้นเซส  เมื่อวันที่22 ก.ย.2560 ว่า ทิศทางพลังงานไทยหนีไม่พ้นที่ต้องมุ่งไปสู่การลดภาวะเรือนกระจก ตามพันธสัญญาของที่ประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558 (COP 21) ซึ่งในอนาคตความเข้มข้นในการลดภาวะโลกร้อนจะยิ่งสูงขึ้น ดังนั้นพลังงานหมุนเวียนจะกลายเป็นทางเลือกที่สำคัญ แม้ตอนนี้จะยังไม่สามารถทดแทนพลังงานหลักได้ 100% เพราะการผลิตไฟฟ้ายังไม่เสถียร โดยต้องรอให้เทคโนโลยีแบตเตอรี่ มีประสิทธิภาพที่สูงขึ้น ซึ่งช่วงระยะเวลาเปลี่ยนผ่านของพลังงานหมุนเวียนเพื่อก้าวสู่พลังงานหลักของประเทศ อาจต้องใช้เวลาถึง 20 ปี โดยระหว่างนี้จึงยังต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลเพื่อตอบสนองความต้องการไฟฟ้าของประชาชนต่อไปก่อน
 
อย่างไรก็ตามการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนของไทยจะต้องปรับโครงสร้างการรับซื้อไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะการรับซื้อไฟฟ้ากลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก(SPP)ขนาดไม่เกิน 90 เมกะวัตต์​ และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก(VSPP)ขนาดต่ำกว่า 10 เมกะวัตต์ ซึ่งต้องเปิดให้มีการประมูลแข่งขันด้านราคาอย่างแท้จริง ไม่จำเป็นต้องให้เงินสนับสนุนการผลิตเหมือนในอดีต เพราะปัจจุบันต้นทุนการผลิตถูกลงมาก สามารถแข่งขันกันผลิตไฟฟ้าได้ และจะช่วยแก้ปัญหาภาระค่าไฟฟ้าแพงที่มาจากกลุ่มการผลิตพลังงานหมุนเวียนลงได้ด้วย 
 
นอกจากนี้ภาครัฐควรลดอุปสรรคในการผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน โดยต้องลดขั้นตอนการขออนุญาตต่างๆ รวมถึงการเลิกจำกัดโควต้าการรับซื้อไฟฟ้าในโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา(โซลาร์รูฟท็อป)เสรี เพื่อให้เกิดการผลิตอย่างเสรีแท้จริง  เนื่องจากปัจจุบันประชาชนให้ความสนใจมากและราคาต้นทุนผลิตถูกลงคุ้มค่ากับการผลิตเพื่อใช้เองเป็นหลักแล้ว และการเห็นว่าเจ้าของโครงข่ายพลังงานอย่างภาครัฐวิสาหกิจไม่ควรลงมาทำธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปแข่งกับเอกชน เพราะเป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมอีกทั้งยังขัดกับรัฐธรรมนูญด้วย 
 
นาย ปิยสวัสดิ์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลถึงเวลาที่ต้องทบทวนนโยบายการกระจายแหล่งเชื้อเพลิงเพื่อสร้างความมั่นคงไฟฟ้าใหม่ จากเดิมที่มีแนวทางให้สร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่ม เพราะเห็นว่ามองว่าต้นทุนถูก ช่วยลดค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศลงได้ แต่เหตุปัจจัยดังกล่าวได้เปลี่ยนไปแล้ว เพราะปัจจุบันราคาก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)ไม่ได้แตกต่างจากถ่านหิน เนื่องจาก LNGโลกมีปริมาณการผลิตล้นตลาด และมีการพัฒนาตลาดจรขึ้นมาก ทำให้สามารถจับจองซื้อโดยทำแบบสัญญาระยะยาวด้วยราคาที่ถูกลงมาก ดังนั้นหากราคาน้ำมันโลกขึ้นไปถึง 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ราคา LNG ก็จะอยู่เพียง 10-12 เหรียญสหรัฐฯต่อล้านบีทียูเท่านั้น 
 
"เดิมรัฐคิดว่าการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติเพื่อผลิตไฟฟ้ามากเกินไปมีความเสี่ยง ซึ่งจุดเริ่มต้นมีสาเหตุจากเมื่อ 30 ปีมาแล้ว ที่เกิดพายุเข้าอ่าวไทยรุนแรง มีคนงานด้านขุดเจาะตายหลายคน และขณะนั้นก๊าซฯอ่าวไทยก็มาจากท่อเพียงเส้นเดียว เมื่อเกิดพายุ ก๊าซฯก็เอาขึ้นมาใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนไปใช้น้ำมันเตา น้ำมันดีเซลผลิตไฟฟ้าแทน จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการกระจายแหล่งเชื้อเพลิง แต่ตอนนี้ก๊าซฯมาจากหลายแหล่ง ทั้งในอ่าวไทย และจากเมียนมา รวมถึงการนำเข้า LNG ดังนั้นถึงเวลาต้องทบทวนการกระจายแหล่งเชื้อเพลิง ใหม่ การจะใช้ถ่านหินให้มากขึ้นก็ต้องทบทวน เพราะราคาไม่ได้ถูกกว่าก๊าซฯแล้ว" นายปิยสวัสดิ์ กล่าว 
 
ส่วนการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ ถือเป็นเรื่องที่ดี เป็นการเปิดเสรีต้นทาง แต่ปลายทางด้านการเปิดให้แข่งขันในกิจการไฟฟ้ายังไม่มีความชัดเจน แม้มติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 2560 จะมีมติเปิดให้แข่งขันกิจการไฟฟ้าได้ แต่เมื่อแนวทางปฏิบัติไม่ชัดเจนก็จะทำให้นโยบายการปรับโครงสร้างก๊าซฯและไฟฟ้าไม่ราบรื่น กลายเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการผลิตปิโตรเลียมของไทยในอนาคตด้วย 
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด