ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลังงานรณรงค์ตรวจสภาพรถก่อนสงกรานต์

รมว.พลังงาน รณรงค์ประชาชนตรวจสภาพรถก่อนเดินทางช่วงสงกรานต์ ด้าน ปตท.เตรียมสำรองน้ำมันไว้เพียงพอรองรับความต้องการใช้ ยืนยันไม่ขาดแคลน
 
      พล.อ. อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานเปิดโครงการ ตรวจเช็คเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงาน หรือ PTT Engine Tune Up 2016 ว่า บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดโครงการตรวจเช็คเครื่องยนต์เพื่อประหยัดพลังงานขึ้น เพื่อเชิญชวนประชาชนให้ความสำคัญกับการตรวจเช็คเครื่องยนต์อย่างสม่ำเสมอ และเป็นการช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน จากการใช้รถยนต์ที่มีสภาพสมบูรณ์ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ เพราะประชาชนส่วนใหญ่เดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา  
 
     โดยประชาชนสามารถนำรถมาตรวจเช็คสภาพเครื่องยนต์ ระบบไฟสัญญาณ ระบบห้ามล้อ และระบบส่งกำลัง กว่า 25 รายการโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ณ สถานีบริการ ปตท. กว่า 55 แห่งทั่วประเทศ 
 
     นายสรัญ รังคสิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ปตท. จะสำรองน้ำมันเพื่อให้บริการประชานอย่างเพียงพอ 
 
     นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่หน่วยธุรกิจน้ำมัน บริษัท ปตท กล่าวว่า ปตท.ได้สั่งให้ทุกสถานีบริการน้ำมันและคลัง ปตท.ทั่วประเทศ เพิ่มสำรองน้ำมันรองรับความต้องการใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่คาดว่าจะยอดขายน้ำมันจะเพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันปีก่อนและใกล้เคียงช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา จากยอดขายน้ำมันช่วงปกติวันละกว่า 20 ล้านลิตร เป็นวันละกว่า 30 ล้านลิตร ขณะเดียวกันพบว่า ราคาน้ำมันที่ถูกลงในปัจจุบันส่งผลให้ยอดขายน้ำมันในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10%
 
      ส่วนแผนขยายคลังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลพีจี) ซึ่งคลังใหม่จะสร้างเสร็จในเดือนพ.ค. 2559 นี้ จะทำให้สามารถรับแอลพีจีได้ 2.5 แสนตัน จากเดิมมีความสามารถในการเก็บแอลพีจี 1.2 แสนตัน ขณะที่ปริมาณนำเข้าแอลพีจีอยู่ที่ 2-4 หมื่นตันต่อเดือน ทำให้เหลือพื้นที่เก็บแอลพีจีอีก ปตท.จึงมีแนวคิดนำเข้าแอลพีจีเพื่อขายต่อประเทศเพื่อนบ้าน หรือ รีเอ็กปอร์ต ซึ่งจะต้องหารือความชัดเจนกับกรมธุรกิจพลังงานในวันที่ 30 มี.ค.นี้ และปตท.ยังมีแนวคิดที่จะทำตลาดในต่างประเทศในสปป.ลาว และกัมพูชา ในการเข้าไปตั้งโรงบรรจุแอลพีให้ได้ 1 แห่งภายในปีนี้ คาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 1-2 เดือนนี้
 
       ส่วนแผนลงทุนสถานีบริการน้ำมันในต่างประเทศ ยังคงเป้าหมายเดิมให้ได้ 500 แห่งภายในปี 2563 ภายใต้งบลงทุนรวมกับบริษัทร่วมลงทุน 7,000 ล้านบาท โดยปีนี้จะตั้งสถานีบริการให้ได้ 200 แห่ง จากปัจจุบันมีอยู่ 150 แห่ง ส่วนเมียนมา ที่มีการเปลี่ยนรัฐมนตรีใหม่ ทีมปตท.จะต้องเข้าไปหารือรายละเอียดอีกครั้ง ซึ่งปีนี้มีแผนที่จะสร้างสถานีน้ำมันในเมียนมา 10 แห่ง จากปัจจุบันมีแผนเพียง 3-4 แห่ง
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด