ข่าวที่เกี่ยวข้อง

คาซัคสถานสนใจพืชพลังงานของไทยในเวที Astana Expo 2017

รัฐมนตรีพลังงาน เผย คาซัคสถานสนใจพืชพลังงานของไทยที่แสดงศักยภาพในงาน Astana Expo 2017 ระบุ คาซัคสถานเป็นแหล่งผลิตก๊าซฯและน้ำมันขนาดใหญ่ของโลก อาจเป็นแหล่งพลังงานสำรองของไทยได้ หากมีความขาดแคลน ด้าน กฟผ. ส่งเจ้าหน้าที่ประจำศาลาไทยให้ข้อมูลด้านวิชาการ

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยหลังการเยี่ยมชมอาคารศาลาไทย (Thailand Pavilion) และอาคารจัดแสดงนิทรรศการพลังงานของสาธารณรัฐคาซัคสถาน ในงานมหกรรมโลก Astana Expo 2017 ณ กรุงอัสตานา คาซัคสถาน ว่า พืชพลังงานของไทย เช่น พืชที่นำมาผลิตไบโอดีเซล ที่จัดแสดงอยู่ในงาน Astana Expo 2017 นั้น ได้รับความสนใจจากประเทศคาซัคสถานซึ่งเป็นเจ้าภาพจัดงานในครั้งนี้ โดยคาซัคสถานเองไม่ค่อยมีพืชพลังงาน แต่เป็นประเทศที่มีการผลิตก๊าซธรรมชาติและน้ำมันในปริมาณมาก

รมว. พลังงาน กล่าวว่า ทั้งนี้ การจัดงาน Astana Expo 2017ช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและคาซัคสถานให้แน่น  แฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งแม้ไทยและคาซัคสถานจะยังไม่ได้มีการซื้อขายพลังงานระหว่างกัน เนื่องจากเส้นทางขนส่งมีระยะทางไกลและค่อนข้างลำบาก แต่คาซัคสถานเป็นประเทศที่มีก๊าซธรรมชาติและน้ำมันมาก ในอนาคตจึงอาจกลายเป็นแหล่งพลังงานสำรองของไทยได้ หากไทยเกิดการขาดแคลนพลังงานขึ้นมา

นอกจากนั้น พล.อ.อนันตพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในการเดินทางมาเยือนคาซัคสถานในครั้งนี้ มีตัวแทนจากบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ร่วมเดินทางมาด้วย ซึ่งต่อไปอาจจะมีการพูดคุยเจรจาด้านพลังงานระหว่างกันได้

ด้านนายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า กฟผ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่มาร่วมปฏิบัติงานที่อาคารศาลาไทยเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้การสนับสนุนในด้านข้อมูลวิชาการเกี่ยวกับพืชพลังงานของไทย  อย่างไรก็ตาม ไทยกับคาซัคสถานยังไม่ได้มีความร่วมมือใดๆต่อกันในด้านไฟฟ้า แต่ล่าสุดมีนักศึกษาจากคาซัคสถานแสดงความสนใจสอบถามข้อมูลด้านหม้อแปลงไฟฟ้าอัจฉริยะ เนื่องจากอยู่ระหว่างการทำวิจัย ซึ่ง กฟผ.พร้อมให้การสนับสนุนหากมีการเสนอโครงการเข้ามาสู่การพิจารณา เนื่องจาก กฟผ .มีงบสนับสนุนการวิจัยอยู่

สำหรับงาน Astana Expo 2017 หรือ งาน International Recognized Exhibition ณ กรุงอัสตานา ประเทศคาซัคสถาน จัดขึ้นเป็นเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 10 มิ.ย.-10 ก.ย. 2560  มีการจัดแสดงวัฒธรรมและอนาคตพลังงานจาก 115 ประเทศทั่วโลก โดยในส่วนของศาลาไทย นำเสนอภายใต้แนวคิด  “การพัฒนาด้านพลังงานชีวภาพเพื่อมนุษยชาติ (Bioenergy for All)” เพื่อแสดงศักยภาพอันโดดเด่นในการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติของไทยที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพและความก้าวหน้าในการพัฒนาพลังงานทดแทน โดยศาลาไทยได้จัดกิจกรรมวันเสมือนวันชาติไปภายในงานเมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2560 โดยได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมจำนวนมาก  ปัจจุบันมีผู้เข้าชมอาคารศาลาไทยมากถึง 1.2 แสนคนแล้ว ซึ่งติด 1ใน 5 ประเทศที่ผู้เข้าชมสูงสุด

กลับสู่ข่าวทั้งหมด