ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ส.ป.ก.เปิดข้อมูล4 บริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมละเมิดใช้พื้นที่โดยไม่มีหนังสือยินยอม

  • Date : 09/06/2017, 20:49.

 ส.ป.ก.เปิดข้อมูล4 บริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมละเมิดใช้พื้นที่ส.ป.ก. โดยที่ยังไม่มีหนังสือยินยอม เตรียมคิดค่าเสียหาย ในขณะที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ รวบรวมข้อมูลเสนอรัฐบาล พิจารณาหาทางออก การหยุดผลิตปิโตรเลียมในพื้นที่ ส.ป.ก. ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ซึ่งทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากค่าภาคหลวง และกระทบต่ออุตสาหกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของประเทศ

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน (Energy News Center –ENC) รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2560 ทางเลขาธิการสำนักงานการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม(ส.ป.ก.) นายสมปอง อินทร์ทอง ได้นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ อำเภอปากช่อง นครราชสีมา เพื่อติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาพื้นที่ที่ได้จากการยึดคืนพื้นที่ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่36/2559  โดยได้มีการเปิดเผยข้อมูลเอกสาร เกี่ยวกับบริษัทผู้รับสัมปทานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ที่ทาง ส.ป.ก.ยังไม่ได้ออกหนังสือยินยอมให้ทำการผลิตปิโตรเลียม  ซึ่งกำลังอยู่ในความสนใจ ประกอบด้วย

1.บริษัทแพนโอเรียนท์ รีซอสเซส(ประเทศไทย) ในพื้นที่ อำเภอวิเชียรบุรี เพชรบูรณ์  อยู่ระหว่างการเสนอคณะกรรมการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) พิจารณา ที่จะคิดค่าตอบแทนผลิตปิโตรเลียม ร้อยละ20 ของราคาประเมินกรมธนารักษ์ และทบทวนมติเดิม 3/55 ที่ให้ใช้ที่ดินผลิตปิโตรเลียมเหลือ5แปลง รวม31ไร่ เป็นระยะเวลา20ปี

 2.บริษัทปตท.สผ.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในพื้นที่อำเภอลานกระบือ กำแพงเพชร เนื้อที่580ไร่ ซึ่งส.ป.ก.อยู่ระหว่างการคิดค่าเสียหายกรณีละเมิด (ผลิตปิโตรเลียมโดยไม่ได้รับความยินยอม)  3 บริษัทซีเอ็นนี ซีเอชเค(ไทยแลนด์)จำกัด ที่ตั้งอำเภอ ลานกระบือ กำแพงเพชรเช่นเดียวกัน จำนวน5แปลง    โดยค่าเสียหายทั้ง2 บริษัทดังกล่าวนั้น จะคิดตั้งแต่วันกระทำการละเมิด จนถึงวันที่30 พ.ย.2558 เป็นเงินประมาณ 20 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการจัดเก็บค่าเสียหาย

และ4 บริษัท อพิโก้ แอล แอล ที่ตั้งจังหวัดอุดรธานี  ซึ่งยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เนื่องจากมีปัญหาร้องเรียนจากราษฎรในพื้นที่

ในขณะที่นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ เผชิญหน้า Face Time  ทางสปริงนิวส์ ช่อง19 ดำเนินรายการโดยนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ ออกอากาศ เมื่อวันที่8มิ.ย.2560  ว่า กรณี ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำวินิจฉัยเมื่อวันที่1 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา เพิกถอนระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เรื่องการให้ความยินยอมในการนำทรัพยากรธรรมชาติในเขตปฏิรูปที่ดินไปใช้ประโยชน์ตามกฎหมายอื่น ซึ่งมีผลให้บริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม7 บริษัท  ที่เข้าไปดำเนินการในพื้นที่ ส.ป.ก. ต้องหยุดการผลิตปิโตรเลียมและกระบวนการสำรวจ  นั้น เป็นคดีที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นฟ้อง คณะกรรมการปฎิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (คปก.) มาตั้งแต่ปี2556

โดยเมื่อระเบียบดังกล่าวเป็นโมฆะ ตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด  กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ จึงไม่มีกฎหมายอะไรรองรับที่จะให้ผู้รับสัมปทานปิโตรเลียม เข้าไปใช้พื้นที่ ส.ป.ก. ตามที่เคยปฎิบัติได้มาก่อนหน้าที่ ที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ มีการทำข้อตกลงกับทาง ส.ป.ก.

นายสราวุธ กล่าวว่า ในส่วนของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะที่กำกับดูแลบริษัทผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมตามกฎหมาย เตรียมหาทางออก โดยรวบรวมข้อมูลปัญหาและผลกระทบทั้งหมด นำเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรีพิจารณากำหนดเป็นนโยบายว่าควรจะต้องมีการดำเนินการอย่างไร    อีกทางหนึ่งคือการนำเสนอผ่านคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้น ที่มีชื่อย่อว่า บ.ย.ส. ซึ่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ต้องรอการตัดสินใจจากฝ่ายนโยบาย

โดยผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการหยุดผลิตปิโตรเลียมนั้น ส่งผลต่ออุตสากรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ทำให้การน้ำมันดิบลดลง 16,000 บาร์เรล/วัน ก๊าซธรรมชาติลดลง 110 ล้านลูกบาศก์ฟุต/วัน ก๊าซธรรมชาติเหลวลดลง 100 บาร์เรล/วัน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 47 ล้านบาทต่อวัน ทำให้รัฐสูญเสียรายได้ในรูปแบบค่าภาคหลวงและภาษีเงินได้ปิโตรเลียม กว่า 26 ล้านบาท/วัน และค่าภาคหลวงที่จะกระจายสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นลดลงไปกว่า 3.55 ล้านบาท/วัน 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด