ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ให้ความรู้ประชาชน5ปีก่อนเริ่มสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

"พลังงาน"เริ่มกระบวนการให้ความรู้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 5ปี หวังปูทางก่อสร้างเข้าระบบช่วงปลายแผนพีดีพี

นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ และในฐานะรองโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวบรรยายหัวข้อ “พลังงานนิวเคลียร์ยังคงเป็นทางเลือกในการจัดหาไฟฟ้าคาร์บอนต่ำในอนาคตหรือไม่” ในงานการประชุมและนิทรรศการพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย ประจำปี 2559 หรือ SETA 2016ว่า ประเทศไทยยังจำเป็นต้องบรรจุแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้ช่วงปลายแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว 21 ปี (พ.ศ.2558-2579) หรือ PDP 2015จำนวน 2,000 เมกะวัตต์ เพื่อเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้ติดตามเทคโนโลยีใหม่ๆ และมาตรฐานความปลอดภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของโลก เพราะในอนาคตระยะไกลไทยอาจจำเป็นต้องหันมาพึ่งพาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ก็เป็นได้

โดยปัจจุบันกระทรวงพลังงานได้มอบหมายให้กองศึกษาและประสานงานพลังงานนิวเคลียร์ ภายใต้สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ทำการศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของโลก และให้ความรู้กับประชาชน โดยยืนยันว่าภายใน 5 ปีนี้จะเป็นช่วงการให้ความรู้ประชาชนและประเมินสถานการณ์นวัตกรรมด้านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เท่านั้น  

อย่างไรก็ตามเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ไทยกำลังติดตามอยู่ คือ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ Small Modular Reactor(SMR) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของโลก โดยต้องติดตามเรื่องประสิทธิภาพ การใช้งาน มาตรฐานความปลอดภัย เป็นต้น 

สำหรับกรณีที่เวียดนามกำลังสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 โรงจากทั้งหมด 10 โรงนั้น เชื่อว่าในช่วงเวลาระยะใกล้นี้ไทยยังไม่เสียเปรียบเชิงการแข่งขันทางธุรกิจ แม้ต้นทุนค่าไฟฟ้าจากนิวเคลียร์จะต่ำก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกและก๊าซธรรมชาติยังมีราคาถูกมาก ซึ่งสามารถแข่งขันกับค่าไฟฟ้าจากนิวเคลียร์ได้ แต่หากราคาน้ำมันและก๊าซฯปรับตัวสูงขึ้น การผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จะได้เปรียบมาก เพราะนอกจากราคาถูกแล้วยังเป็นโรงไฟฟ้าที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย

อีกกรณีศึกษาที่น่าจับตามองคือ การที่เยอรมันประกาศไม่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศ แต่กลับมาใช้ถ่านหินผลิตไฟฟ้าสูงถึง 1.8 แสนเมกะวัตต์ ทั้งที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศมีเพียง 8 หมื่นเมกะวัตต์ เนื่องจากต้องรองรับโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนที่ผลิตไฟฟ้าได้ไม่สม่ำเสมอ ส่วนญี่ปุ่นนั้นหลังจากเกิดปัญหากัมมันภาพรังสีของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิม่ารั่วไหลจากอุบัติภัยสึนามิ ปัจจุบันญี่ปุ่นอยู่ระหว่างการเพิ่มมาตรฐานความปลอดภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ และศึกษาว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เครื่องไหนเข้าระบบผลิตไฟฟ้าได้หรือไม่ได้

"จะเห็นได้ว่าไม่มีประเทศใดปฏิเสธโรงไฟฟ้าแทบทุกชนิดเหมือนเช่นประเทศไทย  ซึ่งในขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้ายังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และเราต้องมีการก่อสร้างโรงไฟฟ้าใหม่เข้าสู่ระบบเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการ สังคมต้องเปิดทางเลือกให้ประเทศในการผลิตไฟฟ้า  ดังนั้นกระทรวงพลังงานจึงมีความจำเป็นต้องบรรจุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้ในช่วงปลายแผนพีดีพี2015 เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาวให้กับประเทศ"

นายสราวุธ กล่าว

 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด