ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สมมติเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มูซซ้อมแผนรับวิกฤติน้ำมัน

พลังงานสมมติเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์ฆูซ นาน4เดือน เพื่อซ้อมแผนรับมือวิกฤติการจัดหาน้ำมันดิบ 

เมื่อวันที่14 มี.ค. 2559  พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน  เป็นประธานในการเปิดซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศ ประจำปี 2559 โดยมี นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพลังงาน    คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน  ผู้บริหารของปตท.  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(พีอีเอ) และ การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) เข้าร่วมในการซ้อมแผนอย่างพร้อมเพรียง  ณ ศูนย์ประชุมกลาง ชั้น 15 ศูนย์เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ (EnCo) อาคารบี

 พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศเป็นสัดส่วนที่ค่อนข้างสูง อาทิ การนำเข้าน้ำมันดิบและวัตถุดิบในการผลิต LPG จากแหล่งตะวันออกกลาง และการนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากประเทศเมียนมา  เพื่อใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากประเทศไทยมีแหล่งพลังงานที่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ภายในประเทศ แม้ว่าที่ผ่านมาได้พยายามทำการสำรวจและจัดหาแหล่งพลังงานใหม่อย่างต่อเนื่องแล้วก็ตาม   ซึ่งการเป็นประเทสผู้นำเข้าสุทิ อาจทำให้ประเทศต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงานหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินขึ้น ดังนั้น กระทรวงพลังงานได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับสภาวะวิกฤตด้านพลังงานที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา จึงได้กำหนดจัดการประชุมเชิงปฏิบัติการซ้อมแผนรองรับสภาวะฉุกเฉินด้านพลังงานของประเทศขึ้นทุกปี 

สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการสมมติขึ้นโดยที่ไม่ได้มีการแจ้งล่วงหน้าให้หน่วยงานรับทราบมาก่อน มี2สถานการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน คือการปิดช่องแคบฮอร์มูซ จากปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบเป็นส่วนใหญ่  นานถึง4 เดือน และสถานการณ์การหยุดจ่ายก๊าซแหล่งยาดานาของเมียนมา นาน15 วัน ที่ทำให้ก๊าซที่ส่งป้อนโรงไฟฟ้าฝั่งตะวันตก หายไป ประมาณ1,100 ล้านลูกบาศ์กฟุตต่อวัน  ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ในส่วนของไฟฟ้า สามารถที่จะบริหารจัดการรับมือได้อย่างไม่มีปัญหา แต่ในส่วนของ การจัดหาน้ำมัน นั้นยังต้องมีการวางแผนเพื่อลดความเสี่ยงการพึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลางในอนาคต ต่อไป  โดยกลไกสำคัญหนึ่งที่จะช่วยลดผลกระทบหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินด้านพลังงานขึ้น  คือการมีส่วนร่วมจากประชาชนทุกคน  โดยการเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้พลังงานและลดการใช้พลังงานลง

กลับสู่ข่าวทั้งหมด