ข่าวที่เกี่ยวข้อง

PEAตั้งงบ6พันล้านลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA)เดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศผ่านบริษัทลูกไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ วงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท ชี้ทิศทางธุรกิจอนาคตมุ่งลงทุนระบบ Energy Storage ขยายปั๊มชาร์จรถ EV  เปิดตัวเลขคนไทยใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น คาดทั้งปี 2559 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) มีกำไร รวม 20,400 ล้านบาท ระบุช่วง 7 เดือน (ม.ค.-ส.ค.) กำไรพุ่ง 17% หรือ 15,000 ล้านบาท

นายเสริมสกุล คล้ายแก้ว ผู้ว่าการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(PEA) เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในอนาคตของ PEA  ซึ่งจะลงทุนผ่านบริษัท พีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (PEA ENCOM) ที่ล่าสุดได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า เดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งในและต่างประเทศไม่เกิน 500 เมกะวัตต์ วงเงินไม่เกิน 6,000 ล้านบาท จากปัจจุบันมีการลงทุนและจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบแล้ว 35 เมกะวัตต์ ซึ่งมีแผนจะผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้นอีก 50-100 เมกะวัตต์

ทั้งนี้เห็นว่านโยบายผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนแบบผสมผสาน หรือ hybrid เช่น ผลิตไฟฟ้าชีวมวลร่วมกับแสงอาทิตย์ หรือ ลม หรือ พลังงานน้ำ นั้น เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลดีให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าพลังงานทดแทนมีสูงขึ้นและใช้ได้ทั้งกลางวันถึงกลางคืนได้ ซึ่งในส่วนของ PEA มีแผนจะลงทุนธุรกิจ แบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (Energy Storage) โดยขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการศึกษา

ทั้งนี้ทิศทางพลังงานในอนาคตเริ่มมุ่งเน้นไปที่รถยนต์ไฟฟ้า(EV) และEnergy Storage ซึ่งจะมีผลให้การใช้ไฟฟ้าในอนาคตเพิ่มสูงมาก ดังนั้น PEA จึงเตรียมแผนรองรับการใช้ไฟฟ้าดังกล่าว โดยเตรียมศึกษาระบบบริหารจัดการไฟฟ้า เพื่อให้ประชาชนใช้ไฟฟ้าแบบเหลื่อมเวลากัน และเตรียมปริมาณไฟฟ้าให้พร้อม เป็นต้น นอกจากนี้ได้ศึกษาแผนการลงทุนในธุรกิจ Energy Storage ด้วย เนื่องจากเป็นกระแสโลกที่ต้องตามให้ทัน   

ส่วนเทคโนโลยีรถ EV นั้น ปัจจุบัน PEA กำลังทดลองใช้รถมอเตอร์ไซด์ไฟฟ้า 50 คัน หลังจากได้ทดลองรถยนต์ไฟฟ้าประเภทรถเก๋ง 2 คัน รถบัส 1 คัน แล้ว โดยหารถมอร์เตอร์ไซด์ไฟฟ้าใช้งานได้เป็นอย่างดีอาจขยายผลเชิงพาณิชย์ต่อไป ส่วนปั๊มชาร์จไฟฟ้านั้น มีแผนจะสร้างอีก 4 แห่ง ที่สุวรรณภูมิ พัทยา และมอร์เตอร์เวย์ทั้ง 2 ฝั่ง รวมทั้งกำลังว่าจ้างสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังทำการศึกษาอีก 7 แห่ง

สำหรับโครงการสำคัญที่ PEA กำลังดำเนินการต่อไปในอนาคต ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ(Smart Grid) ในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ที่ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี(ครม.) ให้ดำเนินการในวงเงิน 1,069 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินการ 3 ปี (ระหว่างปี 2558-2560) โดยขณะนี้อยู่ระหว่างจ้างที่ปรึกษาจัดทำเงื่อนไขการประมูล(TOR) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นเดือน ก.ย. 2559 นี้ จากนั้นจะทำประชาพิจารณ์และเปิดซองหาผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยคาดว่าจะเริ่มติดตั้งในปี 2560 โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีจะแล้วเสร็จ

สำหรับโครงการดังกล่าวจะสามารถรองรับแหล่งจ่ายไฟฟ้าที่มาจากหลายแหล่งได้ และทำให้ปัญหาไฟฟ้าตกไฟฟ้าดับลดน้อยลง อีกทั้ง PEA จะแจกมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ 1 แสนรายฟรี ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ไฟฟ้าและPEA สื่อสารกันได้สะดวกและผู้ใช้รู้ข้อมูลการใช้ไฟฟ้าของตัวเอง และนำมาซึ่งการประหยัดไฟฟ้าต่อไป อย่างไรก็ตามในอนาคตอาจขยายโครงการดังกล่าวไปใช้ทั่วประเทศด้วย

2.โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนประชาชนรายใหม่ 29,000 ครัวเรือน ระหว่าง ต.ค. 2558-ก.ย. 2559 โดยใช้งบประมาณ 1,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้ขยายเกินเป้าหมายไปแล้วที่ 32,336 ครัวเรือน

3.โครงการจัดระเบียบสายสื่อสารบนเสาไฟฟ้าของ PEA ในปี 2559 ดำเนินการรื้อถอนสายสื่อสารที่ไม่ใช้งานและรวบมัดสายในปี 2559 ระยะทางรวม 1,000 กิโลเมตร ควบคู่กับการติดตั้งรางพาดสายสื่อสารใต้คานนั่งร้านหม้อแปลงเส้นทางวิกฤติในแหล่งชุมชนเมือง 74 จังหวัด ใช้วงเงินรวม 11.10 ล้านบาท

4.โครงการพัฒนาระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ระยะที่ 2 เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 4 พื้นที่ ได้แก่ จ.เชียงราย จ.นราธิวาส จ.นครพนม จ.กาญจนบุรี ใช้งบประมาณรวม 4,000 ล้านบาท โดยคณะกรรมการ(บอร์ด) PEA เห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 27 ก.ค. 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขอความเห็นชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

นายเสริมสกุล กล่าวถึง ผลประกอบการช่วง7 เดือน (ม.ค.-ก.ค. 2559) ที่ผ่านมาว่า PEA มีกำไร 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 17% เนื่องจากความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยเฉพาะช่วงเดือนเม.ย. 2559 ที่ผ่านมาสูงขึ้นมาก และคาดว่าสิ้นปี 2559 ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศจะเติบโตขึ้น 5% ซึ่งจะทำให้ PEA มีกำไรรวม 20,400 ล้านบาท หรือสูงขึ้นจากปีก่อน 3-4%

กลับสู่ข่าวทั้งหมด