ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สนพ.เผยแผน PDP 2018 เปิดทางโรงไฟฟ้าต้นทุนต่ำจ่ายไฟเข้าระบบก่อน

ผอ.สนพ.เผย แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(Power Development Plan) ฉบับใหม่ หรือ PDP2018 เน้นหลักCost Base เปิดทางให้โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบได้ก่อน โดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) จะได้ลงทุนเฉพาะโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงตามนโยบายของรัฐ แต่สัดส่วนการผลิตอื่นๆจะต้องแข่งขันกับผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชน

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงความคืบหน้าของ แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย(Power Development Plan) ฉบับใหม่ หรือ PDP2018 ที่ สนพ. อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ว่า จะมีความแตกต่างจากแผนพีดีพีฉบับ 2015 ที่ใช้ในปัจจุบัน โดยจะเน้นเรื่องของต้นทุนค่าไฟ มาเป็นปัจจัยหลักในการดำเนินการ หรือที่เรียกว่า Cost Base คือ โรงไฟฟ้าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดไม่ว่าจะมีการผลิตมาจากเชื้อเพลิงประเภทใด จะถูกพิจารณาให้จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบก่อน ซึ่ง สนพ. กำลังเตรียมข้อมูลในลักษณะนี้อยู่ เพื่อจัดทำแผน และในแผนจะเห็นรายการคำนวณค่าไฟฟ้าในแต่ละช่วงตามสัดส่วนต้นทุนต่างๆ

นายทวารัฐ กล่าวว่า การจัดทำแผนพีดีพี ที่ผ่านมา จะเป็นแบบTop Down คือรัฐจะส่งสัญญาณว่า จะมีอะไรเกิดขึ้นบ้างทั้งเรื่องสัดส่วนของเชื้อเพลิง สัดส่วนเรื่องพลังงานทดแทน หรือเรื่องของการอนุรักษ์พลังงาน แต่แผนพีดีพี ฉบับใหม่ที่ใช้หลักCost Base นั้น ทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็นพลังงานทดแทน หรือการอนุรักษ์พลังงาน จะถูกคิดคำนวณให้เป็นต้นทุนค่าไฟฟ้า แล้วจับลงตะกร้าเดียวกัน และจะเลือกหยิบส่วนที่มีต้นทุนต่ำสุดเข้ามาอยู่ในแผนก่อน

นายทวารัฐ ยังกล่าวถึงข้อมูลที่เผยแพร่เกี่ยวกับการจัดทำแผนพีดีพี ฉบับใหม่ ว่าจะทำให้ กฟผ. ต้องทยอยลดกำลังการผลิตไฟฟ้าลงจนเหลือต่ำกว่า 10,000 เมกะวัตต์ในปี 2579  ว่า ปัจจุบัน กฟผ. มีระดับกำลังการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 15,700เมกะวัตต์ (เดือนมีนาคม 2561) ซึ่งบทบาทหน้าที่หลักของ กฟผ. คือการรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ ดังนั้น ในแผนยังจำเป็นจะต้องมีการลงทุนโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงในระดับที่เหมาะสม ของกฟผ.รวมอยู่ด้วย ซึ่งกฟผ.จะต้องไปศึกษามาว่าแต่และภาคจะต้องมีโรงไฟฟ้าเพื่อความมั่นคงจำนวนกี่โรง และกำลังการผลิตเท่าไหร่ จึงจะช่วยค้ำระบบไม่ให้มีปัญหาเรื่องความมั่นคงไฟฟ้า และจะต้องมีต้นทุนที่แข่งขันได้กับโรงไฟฟ้าของเอกชนด้วย จึงเป็นไปไม่ได้ที่แผน PDP ฉบับใหม่ จะไปทาให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศลดต่ำลงกว่า 10,000 เมกะวัตต์ในปลายปี 2579

“ผมต้องขอสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับแนวทางการจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ว่า ไม่ได้ส่งผลทำให้หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่หลักในการรักษาความมั่นคงด้านไฟฟ้าของประเทศอย่าง กฟผ. จะต้องลดกำลังการผลิตลงต่ำกว่า 10,000 เมกะวัตต์ในปลายแผนฯ แต่อย่างใด ตรงกันข้าม หาก กฟผ. มีศักยภาพที่สามารถผลิตไฟฟ้าให้มีต้นทุนต่ำ เพื่อให้ค่าไฟฟ้าที่จำหน่ายแก่ประชาชนมีราคาถูกที่สุด กลับจะยิ่งทำให้ กฟผ. มีกำลังการผลิตไฟฟ้าเข้าสู่ระบบได้เพิ่มขึ้นในอนาคตด้วยซ้ำ” นายทวารัฐ กล่าว

สำหรับประเด็น บอกว่าปริมาณสำรองไฟฟ้าในระบบล้น และเป็นต้นทุนค่าไฟแฝง นั้น ทางกระทรวงพลังงานรับทราบ ในปัญหาดังกล่าว ซึ่งถ้าหากจะต้องแก้ไขในระยะยาว กลไกของการพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าในอนาคตจะต้องแม่นยำ แต่ยอมรับว่าด้วยปัจจัยในหลายๆประการที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องของเทคโนโลยีที่พัฒนาจน มีผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เองและต้องการที่จะขายเข้ามาในระบบด้วย มากขึ้น ก็ยิ่งทำให้การพยากรณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้ายากยิ่งขึ้นไปอีก

กลับสู่ข่าวทั้งหมด