ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กบง.ส่งสัญญาณเลิกอุดหนุนแก๊สโซฮอล์E20และE85แต่ยังอุ้มดีเซลไม่ให้เกิน30บาทต่อลิตร

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ส่งสัญญาณเลิกอุดหนุนแก๊สโซฮอล์E20และE85 โดยลดการชดเชยลง0.37บาทต่อลิตร ในขณะที่เพิ่มอัตราการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในส่วนของเบนซิน แก๊สโซฮอล์95และ91 อีก0.37บาทต่อลิตร เช่นเดียวกัน หวังสะสม เงินในกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในระดับ30,000ล้านบาท เพื่อดูแลราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรให้ได้ถึงสิ้นปี 2561

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยถึงมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) ที่มีนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน ซึ่งประชุมไปตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม เห็นชอบแนวทางการปรับอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของกลุ่มน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ ทั้งกลุ่ม (5ประเภท)อีก 37 สตางค์ต่อลิตร ได้แก่น้ำมันเบนซิน จากเดิม จัดเก็บ 6.31 บาทต่อลิตร เป็น 6.68 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์95E10  จาก 0.35 บาทต่อลิตร เป็น 0.72 บาทต่อลิตร น้ำมันแก๊สโซฮอล์91E10จาก0.35 บาทต่อลิตร เป็น 0.72 บาทต่อลิตร  น้ำมันแก๊สโซฮอล์95E20 ลดการชดเชยลงจาก -3.00 บาทต่อลิตร เป็น -2.63 บาทต่อลิตร และน้ำมันแก๊สโซฮอล์E85 ลง 37 สตางค์ต่อลิตร ลดการชดเชยลงจาก -9.35บาทต่อลิตร เป็น -8.98บาทต่อลิตร โดยมีผลไปแล้วตั้งแต่วันที่ 11 มิ.ย. 2561 ที่ผ่านมา  ซึ่งแนวโน้มจะให้การชดเชยมีค่าใกล้เคียงศูนย์

ทั้งนี้แนวทางดังกล่าว เพื่อต้องการสะสมเงินกองทุนฯไว้ให้อยู่ในระดับ 30,000 ล้านบาท เพื่อเตรียมดูแลราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในประเทศไม่ให้เกินระดับ 30 บาทต่อลิตรไปจนถึงสิ้นปี 2561 นี้ เนื่องจากแนวโน้มทิศทางราคาน้ำมันยังผันผวนและแนวโน้มทิศทางน้ำมันโลกปลายปีนี้อาจขยับสูงขึ้นอีกได้  รวมทั้งยังนำมาอุดหนุนราคาน้ำมันไบโอดีเซล B20 (ดีเซลเกรดพิเศษที่เตรียมจะออกจำหน่ายสำหรับรถบรรทุกและรถโดยสารขนาดใหญ่ในเดือน ก.ค. 2561) ให้มีราคาต่ำกว่าดีเซลทั่วไป(ไบโอดีเซลB7) 3 บาทต่อลิตร

นายทวารัฐ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของการดูแลราคาก๊าซหุงต้ม(LPG) ของประเทศนั้น กบง.ให้ใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ ในบัญชี LPG ดูแลราคาให้อยู่ระดับ 363 บาท ต่อถังขนาด 15 กิโลกรัมต่อเนื่อง รวมทั้งให้ต่ออายุโครงการลดราคา LPG ราคาถูกให้กลุ่มผู้ค้าหาบเร่ แผงลอย และผู้ใช้บัตรสวัสดิการประชารัฐ โดยลดจาก 363 บาทต่อถังเหลือ 325 บาทต่อถัง จนถึง 31 ธ.ค. 2561 มีจำนวนผู้ได้รับประโยชน์คือครัวเรือนรายได้น้อย 7,569,867 ครัวเรือน และร้านค้าหาบเร่ 395,544 ร้าน รวมเป็นเงิน 49 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่งบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) จะเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ซึ่ง ปตท.เตรียมเงินไว้ประมาณ 250 ล้านบาท

สำหรับเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงปัจจุบันเหลืออยู่ 30,697 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีดูแลน้ำมัน 30,305 ล้านบาท และบัญชีดูแลLPG 392 ล้านบาท แต่ปัจจุบันเงินกองทุนLPG ไหลออกถึง 346 ล้านบาทต่อเดือน ซึ่ง กบง.ต้องพิจารณาการใช้เงินอย่างใกล้ชิดเป็นรายสัปดาห์ แต่หากเงินบัญชีLPG หมดลง จะมีการเสนอ กบง.พิจารณาจากหลายแนวทางที่เตรียมไว้ แต่ยืนยันว่าเงินกองทุนฯ รวมยังมีมากเพียงพอที่จะดูแลราคา LPG ได้ แต่ไม่รับปากว่าจะดูแลราคาที่ระดับ 363 บาทต่อถัง 15 กิโลกรัม ไปตลอดสิ้นปี 2561 นี้หรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับราคาLPG ตลาดโลกด้วย ซึ่งจะพิจารณาตามความเหมาะสมต่อไป

 

กลับสู่ข่าวทั้งหมด