ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กฟผ.จับมือ เอสซีจี ศึกษาเรื่องทุ่นลอยน้ำ ก่อนลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ขนาด 30-40 MW ในเขื่อน

กฟผ.เตรียมลงนามความร่วมมือกับกลุ่มเอสซีจี ภายในเดือนพ.ค.2561 นี้ เพื่อ ศึกษาเรื่องทุ่นลอยน้ำที่ทนทานต่อแรงลมและแรงคลื่นในอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติ โดยเตรียมที่จะลงทุนโครงการติดตั้งแผงเซลล์แสงอาทิตย์บนทุ่นลอยน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า (โซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ) ขนาดกำลังการผลิต 30-40 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

นายสหรัฐ บุญโพธิภักดี รองผู้ว่าการพลังงานหมุนเวียนและพลังงานใหม่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กฟผ.เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ(MOU)กับกลุ่ม เอสซีจี ภายในเดือนพ.ค.นี้ เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการติดตั้งทุ่นลอยน้ำสำหรับในอ่างเก็บน้ำตามธรรมชาติหรือเขื่อนขนาดใหญ่ของกฟผ ที่ทนทานแรงลมและแรงคลื่นของน้ำได้ เนื่องจากเห็นว่ากลุ่มเอสซีจี มีความรู้และความเชี่ยวชาญในการผลิตทุ่นลอยน้ำ

โดยกลุ่มเอสซีจี ได้มีโครงการนำร่องขนาด1เมกะวัตต์ ในโรงงานของกลุ่มเอสซีจี เคมิคอล ซึ่งดำเนินการแล้วเสร็จและทดลองจ่ายไฟ มาแล้ว  ในขณะที่ กฟผ.มีแผนที่จะลงทุน โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 30-40 เมกะวัตต์ ที่เขื่อนสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องการให้ กฟผ.ลงทุนพัฒนาพลังงานหมุนเวียนโดยเน้นไปในรูปแบบที่แตกต่างจากการลงทุนของภาคเอกชน

ทั้งนี้ โครงการโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ในเขื่อนสิรินธร เป็นการปรับปรุงจากแผนเดิม โดยรวมโครงการลงทุนโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ขนาดเล็ก จำนวน 7 โครงการ รวมกำลังการผลิต 32 เมกะวัตต์ ให้เหลือเพียงโครงการเดียว เพื่อให้มีขนาดกำลังการผลิตที่คุ้มค่าต่อการลงทุน ซึ่งจากการศึกษาเบื้องต้นพบว่า อยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด คือ ไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าไฟฟ้าขายส่งที่ประมาณ 2.40-2.50 บาทต่อหน่วย

นอกจากนี้การติดตั้งโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำที่เขื่อนซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้า ยังช่วยลดการระเหยของน้ำ และมีความเสถียรในการผลิตไฟฟ้า มากขึ้น โดยในช่วงกลางวัน จะเน้นการผลิตไฟฟ้าจากระบบโซลาร์ฟาร์มลอยน้ำ ในขณะที่ช่วงกลางคืนที่ไม่มีแสงแดด ก็จะผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนแทน

ทั้งนี้ โครงการดังกล่าว กฟผ.ได้มีการหารือร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)แล้ว และจะนำเสนอให้บอร์ด กฟผ.พิจารณาในเดือนพ.ค.นี้ หากได้รับการอนุมัติก็คาดว่าจะสามารถออกประกาศเชิญชวนเข้าร่วมการประมูลได้ในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งมีการประเมินเบื้องต้นว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 40 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์

สำหรับความคืบหน้าโครงการลงทุนติดตั้งระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System) ของ กฟผ. นั้น ยังจะมีการดำเนินการนำร่องใน2 โครงการ คือที่สถานีไฟฟ้าบำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เพื่อรองรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานลม ขนาด 16 เมกะวัตต์ และสถานีไฟฟ้าชัยบาดาล จ.ลพบุรี เพื่อรองรับโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขนาด 21 เมกะวัตต์ คาดว่า จะสามารถออกเอกสารเชิญชวนประกวดราคา (TOR) ได้ในช่วงกลางปีนี้ หลังจากที่โครงการล่าช้าตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้เปิดเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) ได้ในช่วงเดือนธ.ค.ปี2562 จากเดิมที่คาดว่าจะ COD ได้ในช่วงกลางปี 2562

กลับสู่ข่าวทั้งหมด