ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปตท.หนุนนโยบายเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ หลังแยกธุรกิจท่อและคลังเสร็จสิ้นปี2561

กลุ่มปตท.แถลงข่าวหนุนนโยบายรัฐเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ สร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยปตท.คาดว่าจะแยกธุรกิจท่อส่งก๊าซและคลังรับจ่ายก๊าซ เสร็จภายในสิ้นปี2561นี้ ในขณะที่  ตั้งเป้างบลงทุน 5 ปี 3.4 แสนล้านบาท โดยจะนำมาใช้ปรับโครงสร้างธุรกิจ PTTOR 1.2 แสนล้านบาท 
 
เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2561 6 ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทในกลุ่มบริษัท ปตท.นำโดย นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ร่วมแถลงข่าวทิศทางการดำเนินงานในปี 2561 
 
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า แผนงาน ปตท.ในปี 2561 ยังคงให้การสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการเปิดแข่งขันเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติทั้งก๊าซหุงต้ม(LPG)และก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์(NGV) โดยเห็นว่าจะสร้างความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
โดยในส่วนของธุรกิจก๊าซธรรมชาติของปตท. ปัจจุบัน เดินมาถึงจุดที่ต้องปรับโครงสร้างมาเป็นผู้ให้บริการคลังและท่อก๊าซฯ พร้อมเปิดให้เอกชนรายอื่นเข้ามาใช้บริการได้ด้วย โดย ปตท.ได้เริ่มแยกบัญชีงบการเงินและแยกการกำกับดูแลธุรกิจท่อก๊าซฯและคลังเก็บก๊าซฯ แล้ว คาดว่าสิ้นปี 2561 นี้จะสามารถแสดงผลประกอบการธุรกิจท่อส่งก๊าซและคลังก๊าซที่ชัดเจนได้
 
ในส่วนของข้อเสนอที่จะให้มีการลดบทบาท ปตท.ลงนั้น มองว่าเป็น ข้อเสนอที่มาจากภายนอก แต่ต้องดูว่า ประเทศจะได้ประโยชน์อะไร  ซึ่งเชื่อว่าในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคงด้านพลังงาน นั้น ปตท.จะยังมีบทบาทหลักการ แต่จะมีบางส่วน ที่ปตท.เองเห็นด้วยว่าควรจะเปิดให้เอกชนเข้ามามีบทบาทแข่งขันกันกับปตท.ให้มากขึ้น ซึ่งมองว่าเป็นเรื่องที่ดีเพราะจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และเป็นประโยชน์ต่อประเทศ
 
สำหรับแผนงานลงทุนปี 2561 จะมีโครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบกเส้นที่ 5 ซึ่งเริ่มดำเนินการก่อสร้างแล้วและจะเสร็จภายในปี 2564 รวมถึงโครงการก่อสร้างและขยายคลังก๊าซธรรมชาติเหลว( LNG) ให้เสร็จภายในปี 2562   ส่วนงบการลงทุน 5 ปี(2561-2565) จะแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ 1. แผนการลงทุน 5 ปี สำหรับโครงการที่มี commitment แล้ว ปตท.ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 3.4 แสนล้านบาท และ 2.กรณีการลงทุนที่เป็นไปได้แต่ยังไม่มี commitment ปตท.ตั้งงบลงทุนไว้ที่ 2.45 แสนล้านบาท ทั้งนี้ในส่วนของงบที่ลงทุนที่ตั้งไว้สูงถึง 3.4 แสนล้านบาท เป็นงบที่เตรียมไว้ใช้สำหรับใช้ปรับโครงสร้างจัดตั้ง บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (PTTOR) 1.2 แสนล้านบาท เพื่อให้ PTTOR นำเงินไปซื้อสินทรัพย์จาก ปตท. เพื่อให้ PTTOR มีสินทรัพย์เป็นของตัวเอง โดยคาดว่าจะเริ่มโอนกิจการได้ภายในปี 2561 และเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในปี 2562
 
ด้าน นายสมพร ว่องวุฒิพรชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน) หรือ ปตท.สผ. กล่าวว่า ปตท.สผ.ยืนยันจะลงประมูลแข่งขันสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุในแหล่งบงกชแน่นอน เพราะเป็นแหล่งที่ ปตท.สผ.ดำเนินการมาโดยตลอด ซึ่งเป็นเหมือนจิตใจและความภาคภูมิใจของคน ปตท.สผ. 
สำหรับในปี 2561 ปตท.สผ.ตั้งเป้าหมายจำหน่ายปิโตรเลียม 3 แสนบาร์เรลต่อวัน และรักษาระดับต้นทุนไว้ที่ 30 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล นอกจากนี้มีแผนจะร่วมประมูลแปลงสำรวจปิโตรเลียมในประเทศมาเลเซียเพิ่มด้วย ส่วนแผนการลงทุน 5 ปี นั้นได้ตั้งงบไว้ปีละ 3.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ
 
นายสุพัฒนพงษ์​ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2561 บริษัทฯ มีแผนจะลงทุนธุรกิจปลายน้ำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีพลาสติกคุณภาพสูง โดยร่วมกับพันธมิตรในต่างประเทศ พร้อมทั้งจะเปิดตลาดไปสู่ประเทศกลุ่ม CLMV เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจมากขึ้น โดยตั้งงบลงทุน 5 ปีไว้ที่ 180,000ล้านบาท
 
นายสุกฤตย์ สุรบถโสภณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า คณะกรรมการ(บอร์ด) IRPC ได้อนุมัติให้ศึกษาโครงการอะโรเมติกส์ (MARS)1.3 ล้านตันต่อปี แบ่งเป็นพาราไซลีน 1 ล้านตัน และเบนซีน 3 แสนตันต่อปี คาดว่าจะผลการศึกษาจะแล้วเสร็จใน1ปี หากผลการศึกษามีความเหมาะสมก็จะเริ่มลงทุน คาดใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 3-4 ปี ใช้เงินลงทุนรวม 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ รวมทั้งหาโอกาสในการซื้อกิจการ(M&A)โดยตั้งทีมงานขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้โดยตรง ซึ่งงบลงทุน 5ปีของไออาร์พีซีปกติจะอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท แต่ถ้ารวมการลงทุนโครงการ MARS จะมีงบลงทุน 5 หมื่นล้านบาท
 
นายเติมชัย บุนนาค ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) กล่าวว่า GPSC ตั้งงบลงทุน 5 ปีไว้ที่ 28,000 ล้านบาท สำหรับการขยายการลงทุนในโครงกการเดิม และโครงการผลิตแบตเตอรี่ในไทย คาดว่าจะสร้างโรงงานแล้วเสร็จในปี 2561 นี้แล้วเดินเครื่องปี 2562
นอกจากนั้น บริษัทยังมีการลงทุนธุรกิจไฟฟ้่าเพิ่มเติมในต่างประเทศทั้งรูปแบบลงทุนใหม่และซื้อกิจการ ซึ่งการลงทุนในต่างประเทศอยู่ระหว่างทุนโรงไฟฟ้าน้ำลิก และโรงไฟฟ้าไชยะบุรี ที่สปป.ลาว
 
นายอธิคม เติบศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่าในปี 2561 จะเน้นการพัฒนาคุณภาพน้ำมันให้มีมูลค่าสูงขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยจะทำให้โรงกลั่นสามารถผลิตน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินได้มากขึ้น เนื่องจากมองว่าน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินมีความจำเป็นต้องใช้แม้ในอนาคตแม้จะมีรถยนต์ไฟฟ้า(EV)มากขึ้นก็ตาม ดังนั้นน้ำมันทั้ง 2 ชนิดดังกล่าวถือเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเกิดรถ EV น้อยสุด
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด