ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พลังงาน ขอความร่วมมือ โรงงานB100 ผู้ค้ามาตรา7ช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบ 1แสนตันต่อเดือน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์(B100) ผู้ค้ามาตรา7 ช่วยเพิ่มปริมาณการผลิตและเก็บสต็อกเพิ่ม เพื่อให้สามารถดูดซับ น้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ออกจากตลาด ได้ประมาณ 100,000 ตันต่อเดือน หวังช่วยแก้ปัญหาปาล์มล้นตลาดในฤดูกาลนี้ ในขณะที่เตรียมมาตรการบริหารระยะยาว ให้บริษัทน้ำมันสามารถผลิตดีเซล บี 7 ได้ตลอดทั้งปี ระบุมาตรการแก้ปัญหาด้วยการนำน้ำมันปาล์มดิบไปเผาเป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า เป็นแนวทางที่สร้างผลกระทบ และได้ไม่คุ้มเสีย

นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในการแถลงข่าว "พลังงานพบสื่อมวลชน" ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2560 ถึงมาตรการบริหารจัดการน้ำมันปาล์มดิบล้นตลาดในฤดูกาลนี้ ว่า   กระทรวงพลังงานรับมอบหมายจากคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ในการช่วยดูดซับปริมาณน้ำมันปาล์มดิบ(CPO) ออกจากตลาดในปริมาณ 100,000-150,000 ตัน จากปริมาณน้ำมันปาล์มดิบที่มีมากกว่าความต้องการใช้อยู่ประมาณ 500,000 ตัน   โดยได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์(B100) และผู้ค้ามาตรา7ที่จะนำB100 ไปผสมในน้ำมันดีเซล เป็นน้ำมันดีเซล B7 ให้เพิ่มปริมาณการผลิตและการเก็บสต็อก ขึ้น รวมประมาณ 100,000 ตัน ต่อเดือน

ทั้งนี้ ปัจจุบันโรงงานมีการนำCPO ไปผลิตเป็น B100 อยู่ประมาณ 105,000 ตันต่อเดือน ได้ปริมาณ B100  อยู่ที่ประมาณ 4.0 ล้านลิตรต่อวัน และมีการเก็บสต็อกเอาไว้ในผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา10 อยู่ที่ 92 ล้านลิตรต่อวัน (ข้อมูล 5 ธ.ค.2560)  ในขณะที่ กำลังการผลิตB100 ยังสามารถเพิ่มได้ถึง 6.6 ล้านลิตรต่อวัน  ดังนั้น การดูดซับCPO ให้ได้ 100,000 ตันต่อเดือน จึงสามารถทำได้ โดยเพิ่มปริมาณการผลิตในโรงงานขึ้นได้อีกประมาณ 2 ล้านลิตรต่อวัน  (คิดเป็น CPO ประมาณ 50,000 ตันต่อเดือน)  โดย B100 ที่ผลิต เพิ่มขึ้น จะส่งขายให้กับผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา10 เพื่อนำไปเก็บเป็นสต็อก ได้อีก 60 ล้านลิตร   รวมเป็น สต็อกที่จะต้องเก็บไว้ 152 ล้านลิตร หรือประมาณ 90% ของความจุถัง

สำหรับ CPO ที่เหลืออีก 50,000 ตัน จะให้โรงงานผลิตB100  เป็นผู้ที่เก็บสต็อกเพิ่ม   โดยมาตรการบริหารจัดการCPO ดังกล่าว จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันดีเซล และกระทบต่อผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นการซื้อ CPO ในราคาต่ำ อยู่ที่ประมาณ 19 บาทต่อลิตร

นายศิริ กล่าวตอบคำถามถึงการคาดการณ์ถึงผลผลิตปาล์มน้ำมัน ที่จะออกสู่ตลาดในฤดูกาล ใหม่ ที่จะมีปริมาณที่มากขึ้นและจะทำให้ การดูดซับ น้ำมันปาล์ม และการระบายสต็อกน้ำมันปาล์มที่มีอยู่เดิม มีปัญหา ว่า กระทรวงพลังงาน มีการเตรียมมาตรการ ที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว  โดยพยายามที่จะบริหารสต็อกB100  เพื่อให้ เป็นน้ำมันดีเซลB7 ได้ตลอดทั้งปี จากในปีนี้ สามารถที่จะผสมเป็น ดีเซล B7 ได้ตั้งแต่ เดือน พ.ค. 2560 จนถึงปัจจุบัน เท่านั้น  

ทั้งนี้ หากสามารถผสมB100 เป็นดีเซล B7 ได้ตลอดทั้งปี จะช่วยเพิ่มปริมาณการใช้CPO ได้เพิ่มขึ้น จากประมาณ 8แสนตันต่อปี เป็นประมาณ 1.2ล้านตันต่อปี  ซึ่งจะทำให้การผลิตปาล์มน้ำมันในระยะยาว เป็นไปเพื่อเป้าหมายการเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพ  แทนการใช้เพื่อการบริโภค นอกจากนี้ ยังมีแนวทางที่จะออกน้ำมันดีเซลเกรดพิเศษ คือ ดีเซล B20 เพื่อนำมาใช้เฉพาะเครื่องจักรดีเซลในโรงงาน 

สำหรับแนวทางการนำน้ำมันปาล์มดิบ ไปผสมน้ำมันเตาเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ในโรงไฟฟ้าของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)  นั้น ได้รับรายงานจาก กฟผ. ว่าเป้นแนวทางที่ได้ไม่คุ้มเสีย โดยช่วยดูดซับน้ำมันปาล์มดิบได้ประมาณ 10,000-15,000 ตัน คิดเป็นเงินที่ช่วยเกษตรกรได้ประมาณ 35 ล้านบาท  แต่เกิดภาระกับผู้ใช้ไฟฟ้า จากต้นทุนค่าเอฟที ที่เพิ่มขึ้น ประมาณ 450 ล้านบาท  จึงเป็นมาตรการที่ได้ไม่คุ้มเสีย

กลับสู่ข่าวทั้งหมด