ข่าวที่เกี่ยวข้อง

PTT จับมือ CAT ลงนามMOU พัฒนาธุรกิจ S-Curve และนวัตกรรมดิจิทัล

ปตท. จับมือ กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ  CAT  ลงนาม“บันทึกข้อตกลงความร่วมมือวางแผนพัฒนาธุรกิจ S-Curve และนวัตกรรมดิจิทัล” หวังพัฒนาอุตสาหกรรมด้านนวัตกรรม ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) คาด 3 เดือนกำหนดโครงการเร่งด่วน(Quick win)ได้ ชี้ธุรกิจเด่นที่น่าพัฒนาร่วมกัน เช่น รถยนต์ไฟฟ้า(EV)และการนำเทคโนโลยีมาใช้ตรวจสอบท่อก๊าซธรรมชาติ   โดย ซีอีโอ ปตท. “เทวินทร์ วงศ์วานิช”ระบุ “เขตนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EECi”ที่ วังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง คืบหน้า เริ่มวางแผนการใช้พื้นที่ พร้อมเชิญชวนมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด(Stanford)ของสหรัฐฯ ร่วมเปิดหลักสูตร “Design Thinking” เปลี่ยนแนวคิดเป็นผลิตภัณฑ์ ณ สถาบันวิทยสิริเมธี ช่วงต้นปี 2561 
 
วันที่ 12 ธ.ค.2560 บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) (PTT)ได้ลงนาม “บันทึกข้อตกลงความร่วมมือวางแผนพัฒนาธุรกิจ S-Curve และนวัตกรรมดิจิทัล”ร่วมกับบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) หรือ  CAT เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมดิจิทัล,เทคโนโลยีเส้นทางสู่ามสำเร็จของนวัตกรรม( S-Curve) และอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดเป็นอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) โดยมีนายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) และพันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) ร่วมลงนาม
 
นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า  ภายหลังการลงนาม จะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อกำหนดแผนงานโครงการและงบประมาณต่อไป โดยปัจจุบัน ปตท.มีแนวทางขับเคลื่อนธุรกิจใหม่ที่เป็น S-Curve อยู่ 3 ด้าน ได้แก่ 1. Industry Solution ได้แก่ เทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อให้บริการในอุตสาหกรรม ซึ่งปัจจุบัน ปตท.มีการนำหุ่นยนต์มาใช้ตรวจสอบระบบท่อก๊าซธรรมชาติ และใช้อากาศยานไร้คนขับ หรือ Drone ในการตรวจแท่นผลิตปิโตรเลียมรวมถึงโรงกลั่นและโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ซึ่งขณะนี้ ปตท. อยู่ระหว่างการพัฒนาหุ่นยนต์ให้ทันสมัยมากขึ้น 
 
2.Energy Solution ซึ่ง ปตท.ดำเนินการอยู่ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า(EV) สถานีบรรจุไฟฟ้า (charging station) และระบบกักเก็บพลังงาน(Energy Storage) ซึ่งขณะนี้เตรียมสร้างโรงงาน Energy Storage ต้นแบบในไทย เป็นต้น และ 3.Bio  Industrial ซึ่ง ปตท.ได้วางพื้นฐานมาแล้ว ทั้งเชื้อเพลิงชีวภาพ(Biofuel) สู่ไบโอพลาสติก และขณะนี้กำลังดำเนินการไปสู่การผลิต ยาชีวภาพ 
 
สำหรับความคืบหน้าการพัฒนา “เขตนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ EECi”ที่ วังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง ของ ปตท.นั้น ทางสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)และปตท. ได้ตกลงที่จะใช้พื้นที่วังจันทร์วัลเล่ย์ พัฒนาเป็นอาคารเพื่อเปิดให้นักธุรกิจ นักวิจัยมาใช้ ซึ่งขณะนี้กำลังวางแผนการใช้พื้นที่อยู่ นอกจากนี้ยังได้เชิญชวนสถาบันวิจัย รวมถึงมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด(Stanford)ของสหรัฐฯ มาร่วมเปิดหลักสูตร “Design Thinking”   เพื่อช่วยเปลี่ยนแนวคิดให้เป็นผลิตภัณฑ์ โดยคาดว่าจะเปิดหลักสูตรดังกล่าวได้ ช่วงต้นปี 2561 ณ สถาบันวิทยสิริเมธี ทั้งนี้จะเริ่มเชิญชวนบุคคลจากภาครัฐ นักธุรกิจและคนของปตท. 25 คน มาเป็นโค้ช หลังจากนั้นจะพัฒนาบุคลากรมาเป็นโค้ชอีก 50 คนต่อไป เพื่อช่วยกันผลักดันขับเคลื่อนนวัตกรรมต่อไป 
 
นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและบริหารความยั่งยืน บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ปตท.ยังมีการลงนามบันทึกความร่วมมือ( MOU) กับบริษัทชั้นนำในไทย เพื่อศึกษาการลงทุนในธุรกิจ Energy Storage ซึ่งคาดว่าจะศึกษาเสร็จใน 3-6 เดือน และจะได้ทราบว่า ปตท.จะเดินไปในทิศทางใดต่อไป 
 
พันเอก สรรพชัย หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า ภายใน 3 เดือนหลังจากการลงนามในครั้งนี้ ทาง กสท โทรคมนาคม   และปตท. จะมีความชัดเจนในโครงการเร่งด่วน(Quick win) ที่จะดำเนินการร่วมกัน เพื่อบูรณาการ “เขตนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ในพื้นที่วังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง  ปตท. และเขตนวัตกรรมดิจิทัล ภาคตะวันออก (EECd)ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี” ให้เกิดกรอบการทำงานร่วมกัน 
 
โดย กสท โทรคมนาคม  มีความชำนาญธุรกิจเทคโนโลยีและระบบ Cloud และ ปตท.มีความชำนาญด้านพลังงาน ดังนั้นธุรกิจที่น่าพัฒนาร่วมกัน เช่น รถยนไฟฟ้า(EV) รวมถึงการนำเทคโนโลยี A.I. มาใช้ตรวจสอบท่อก๊าซธรรมชาติ แทนการใช้เฮลิคอปเตอร์ ที่ ปตท.ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น นอกจากนี้ กสท มีพื้นที่ 700 ไร่ ซึ่งจะจัดตั้งอาคารศูนย์ข้อมูล( Data Center )และอาคารดังกล่าวใช้เก็บข้อมูลขนาดใหญ่(Big Data) ซึ่งจำเป็นต้องใช้ไฟฟ้าปริมาณมาก ดังนั้นกำลังพิจารณาว่าจะต้องสร้างโรงไฟฟ้าขึ้นมารองรับหรือไม่ ทั้งนี้เห็นว่าควรเป็นพลังงานสะอาดอย่างพลังงานแสงอาทิตย์ 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด