ข่าวที่เกี่ยวข้อง

" อย่าโลกสวย " รองผู้ว่าการ กฟผ.ชี้ถ่านหิน จำเป็นต่อความมั่นคงไฟฟ้าของประเทศ

รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง กฟผ.เปิดบ้านให้ผู้ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ CM& USD 2017 พิสูจน์อากาศ แม่เมาะ ระบุ กลุ่มต้านโรงไฟฟ้า"อย่าโลกสวย" ประเทศไทยต้องนำเข้าพลังงานเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และพลังงานหมุนเวียนไม่สามารถเป็นเชื้อเพลิงหลักที่จะมาทดแทนได้ทั้งหมด  ดังนั้น  ถ่านหิน  จึงเป็นคำตอบของเชื้อเพลิงที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างความมั่นคงไฟฟ้าให้ประเทศ โดยเฉพาะในภาคใต้ ที่กำลังการผลิตติดตั้งในพื้นที่ มีน้อยกว่าความต้องการใช้
 
นายถาวร  งามกนกวรรณ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ซึ่งเป็นประธานเปิดงานประชุมวิชาการนานาชาติ ด้านการทำเหมืองถ่านหินและการใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน หรือ Coal Mining and Utilization for Sustainable Development International Conference (CM&USD 2017) เมื่อวันที่23 พ.ย.2560 ที่ อาคารสมานฉันท์ธัชชวาล ศูนย์ฝึกอบรมแม่เมาะ อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง  ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ที่ไปร่วมงาน ว่า ถ่านหิน เป็นเชื้อเพลิงที่มีความจำเป็นต่อการผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งทั่วโลกก็มีการใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลักในสัดส่วนกว่า30-40% ในขณะที่ประเทศไทยยังใช้ถ่านหินอยู่ประมาณ10กว่า%เท่านั้น โดยถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาถูก เมื่อเทียบกับก๊าซธรรมชาติ และพลังงานทดแทน  ในขณะที่เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ทันสมัย ก็สามารถที่จะดูแลจัดการปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้   โดยยกตัวอย่างของโรงไฟฟ้าแม่เมาะ ซึ่งใช้ถ่านหินลิกไนต์ เป็นเชื้อเพลิง ที่กรมควบคุมมลพิษ ได้ใช้เครื่องมือ ตรวจวัดคุณภาพอากาศแล้ว ก็พบว่าเป็นพื้นที่ที่มีคุณภาพอากาศดีติดอันดับต้นๆของประเทศ  หมายความว่า โรงไฟฟ้าแม่เมาะสามารถบริหารจัดการได้เป็นอย่างดี และ ผู้ร่วมงานประชุมวิชาการนานาชาติ CM& USD 2017  ในครั้งนี้ ต่างได้มาเห็นและพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ว 
 
สำหรับความคืบหน้าของ แผนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินที่จังหวัดกระบี่ และที่อำเภอเทพา จ.สงขลา นั้น นายถาวร กล่าวว่า ยังคงดำเนินการไปตามขั้นตอน  โดยพื้นที่ภาคใต้นั้น จะเห็นว่ากำลังการผลิตในพื้นที่  มีน้อยกว่าความต้องการใช้ที่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในอนาคต  ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากภาคกลางที่จัดส่งไปช่วยผ่านระบบสายส่งไฟฟ้าแรงสูง  อีกส่วนก็ต้องอาศัยไฟฟ้าจากประเทศมาเลเซียมาช่วย 
 
นายถาวร กล่าวว่า ถ่านหินมีความจำเป็นสำหรับการใช้ในประเทศ โดยจะใช้เท่าไหร่ ในสัดส่วนเท่าไหร่ ก็ต้องดูในมิติของสิ่งแวดล้อม  เรื่องของราคาพลังงาน ราคาค่าไฟฟ้า  โดยโรงไฟฟ้าถ่านหินจะทำให้ประเทศมีราคาค่าไฟฟ้าที่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้   ถามว่าในอนาคตที่ก๊าซในอ่าวไทยจะลดปริมาณลง ก๊าซจากเมียนมาก็จะลดลง ถ้าจะใช้แอลเอ็นจี มาทดแทนได้หรือไม่ ก็บอกว่าได้ แต่ค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้นอย่างแน่นอน   อยากให้ดูตัวอย่างประเทศมาเลเซีย  เขามีก๊าซ มีน้ำมัน แต่ประเทศเขาส่งออก  สัดส่วนถ่านหินในอดีตเขาใช้ไม่ถึง10% แต่ ปัจจุบันใช้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนถึง40%  ราคาค่าไฟฟ้าของมาเลเซียจึงถูกกว่าประเทศไทย 
 
"ปัจจุบันเราใช้ก๊าซผลิตไฟฟ้าประมาณ60% ถ้าก๊าซไม่มีจะเกิดอะไรขึ้น เราก็ต้องนำเข้าแอลเอ็นจีเข้ามาทดแทน  แต่แอลเอ็นจี นั้นมีราคาแพงกว่าถ่านหิน  ถึงบอกว่า อย่าโลกสวย ต้องดูความเป็นจริง ว่าบริบทของประเทศเราเป็นอย่างไร  ต้องดูข้อมูลให้ครบถ้วน อย่าดูแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง  กฟผ.ที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติและประชาชน  ถามหน่อยว่า พลังงานทดแทน พอมีแสงแดด โรงไฟฟ้าของกฟผ. ก็ต้องลดกำลังการผลิต เพราะมีไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์มาแทน   แต่พอช่วงเย็นกำลังการผลิตจากแสงอาทิตย์เริ่มตกลง โรงไฟฟ้าของกฟผ. ก็ต้องเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนรถเฟอรารี่  เพื่อมาชดเชย กำลังการผลิตที่หายไป จากระบบ ถ้าการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์ ไม่มาเกี่ยวข้องกับระบบรวม หรือมีระบบสายส่งเอง ก็จะไม่เป็นปัญหา  ที่นี่เขาผลิตโดยไม่ต้องลงทุนสร้างสายส่ง  แต่มาใช้สายส่งของกฟผ. ก็คือเงินของประชาชน  สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนส่วนเพิ่ม ไม่มีโซลาร์เซลล์ โรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ก็สามารถเดินเครื่องได้เต็มที่ และผลิตไฟฟ้าด้วยต้นทุนที่ถูกกว่าโซลาร์เซลล์   กฟผ.นั้นเห็นด้วยกับการส่งเสริมพลังงานทดแทน แต่ต้องมีในสัดส่วนที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระกับประชาชน  " นายถาวร กล่าว 
 
สำหรับการ ประชุม CM&USD 2017 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น ถือเป็นการร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการทำเหมืองเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมแสดงนวัตกรรมด้านอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถ่านหินของไทยสู่ระดับสากล โดยมีนักวิชาการ นักวิจัยและผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ ตลอดจนนักศึกษาจากสถาบันการศึกษาชั้นนำด้านวิศวกรรมเหมืองแร่ของไทยและต่างประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น อินเดียและเยอรมนี เข้าร่วมงานกว่า 350 คน 
 
 ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าว มีหัวข้อการสัมมนาด้านการพัฒนาและการใช้ประโยชน์จากการทำเหมืองถ่านหิน รวมถึงการบรรยายพิเศษจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 5 เรื่อง ได้แก่  1) การทำเหมืองถ่านหินภายใต้พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.2560 โดยนายวิษณุ ทับเที่ยง รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.)  2) พลังงานหมุนเวียนจะสามารถแทนที่พลังงานจากถ่านหินทั้งหมดในอุตสาหกรรมโลกได้หรือไม่ โดย รศ.ดร.ภิญโญ มีชำนะ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ  3) โรงไฟฟ้าถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด หรือเทคโนโลยี HELE (High Efficiency, Low Emission) โดย Mr. Mikio Ando วิศวกรอาวุโส ฝ่ายวางแผนเชิงกลยุทธ์และสารสนเทศจากศูนย์พลังงานถ่านหิน ประเทศญี่ปุ่น  4) ความท้าทายของการเริ่มต้นการวิจัยและพัฒนา และความร่วมมือระหว่างประเทศของการทำเหมืองถ่านหินในประเทศอินเดีย โดย Prof. Dr. Khanindra Pathak กรรมการอิสระจาก Coal India Limited Department of Mining Engineering Indian Institute of Technology (IIT) เมืองฆารคปุระ ประเทศอินเดีย และ 5) ความสำคัญ ความท้าทายและแนวทางการแก้ไขปัญหาในการปิดเหมือง โดย Mr. Karl Kleineberg จากสถาบันเทคโนโลยี จอร์จ อกริโคลา สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี                                        
          
 
กลับสู่ข่าวทั้งหมด