ข่าวทั้งหมด

Date : 02 / 10 / 2017

  • Date : 02 / 10 / 2017
    กรมเชื้อเพลิงฯ เปิดช่องทีโออาร์ ให้รายเล็กร่วมประมูลแหล่งเอราวัณ บงกช
    กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เตรียมหารือ บางจากฯ และพลังโสภณ นำข้อมูลปรับปรุง ทีโออาร์ ประมูล แหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ บงกช ให้รายเล็กสามารถเข้าร่วมประมูลได้ โดยคาดว่า จะสรุปร่างทีโออาร์ได้ในเดือน ต.ค. 2560 นี้ ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีพลังงานและคณะรัฐมนตรี ต่อไป
     
    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมฯเตรียมเดินสายหารือกับผู้ประกอบการธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของไทย โดยล่าสุดจะไปพบกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือBCP และบริษัท พลังโสภณ จำกัด เพื่อรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอในการเข้าร่วมประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ (แหล่งบงกช หมดอายุ 2566 และเอราวัณ หมดอายุปี 2565) และจะนำมาประกอบกับการจัดทำเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) หลังจากสัปดาห์ที่แล้วได้เดินสายหารือกับผู้ประกอบการปิโตรเลียมในญี่ปุ่นคือบริษัท Mitsui Oil Exploration มาแล้ว
     
    "เราก็จะไปหารือว่าเขามีข้อเสนอการเปิดประมูลอะไรบ้าง ทั้งบางจากฯ พลังโสภณ และบริษัทคนไทย เพื่อนำมาเขียนใน TOR ซึ่งเขาประมูลเองคงยาก แต่ถ้าเข้ามาร่วมกับพันธมิตรก็น่าจะได้"นายวีระศักดิ์ กล่าว
     
    อย่างไรก็ตามเชื่อว่า การประมูลแหล่งเอราวัณ และบงกช จะมีผู้ยื่นเสนอมากกว่า 2 ราย นอกเหนือจาก บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และกลุ่มเชฟรอน ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานแหล่งบงกช และเอราวัณ ตามลำดับในปัจจุบัน
     
    ทั้งนี้หลังจากที่ออกไปเดินสายพบบริษัท Mitsui Oil Exploration จำกัด ของญี่ปุ่น ทางบริษัทมิตซุยให้ความสนใจที่จะยื่นประมูลเช่นกัน ขณะที่ บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม ของ ยูเออี ก็มีความสนใจที่จะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านปิโตรเลียมด้วย
     
    ทั้งนี้ในช่วงนี้กรมเชื้อเพลิงจะเดินสายเพื่อหารือกับผู้ประกอบการปิโตรเลียม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเตรียมการจัดทำ TOR ให้มีความเหมาะสมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก และรายใหญ่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ ซึ่งคาดว่าการจัดทำ TOR ที่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการปิโตรเลียม จะแล้วเสร็จในกลางเดือนต.ค. 2560 หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ก่อนจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
     
    การจัดทำ TOR จะดำเนินการขนานกันไปกับการออกประกาศประมูลปิโตรเลียมในรูปแบบของ ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่การประมูลปิโตรเลียมของไทยมีเพียงระบบสัมปทานเพียงอย่างเดียว โดยรายละเอียดของ PSC อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมครม. และออกในราชกิจจานุเบกษาต่อไป เมื่อกระบวนการทั้ง 2 เสร็จ ก็จะออกประกาศ TOR  หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือน
  • Date : 02 / 10 / 2017
    "อนันตพร"มอบนโยบายปี2561 วางบทบาทกระทรวงพลังงานช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ1ล้านล้าน
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ มอบนโยบายปีงบประมาณ 2561 ให้หน่วยงานในกำกับดูแล ทั้งกฟผ.และ ปตท. ปรับโครงสร้างองค์กร บุคลากร ให้ทันต่อโลกเทคโนโลยี 4.0 เพื่อให้งานด้านพลังงานเป็นกลไกสำคัญในสร้างการเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ที่คาดว่าปี2561จะเกิดการลงทุนด้านพลังงานในประเทศโดยรวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท  
     
    เมื่อวันที่2 ตุลาคม 2560 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบนโยบายประจำปี 2561แก่ผู้บริหารระดับสูงใน หน่วยงานที่กำกับดูแลรวมทั้งงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยมี นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่  นำคณะเข้ารับฟังนโยบายอย่างพร้อมเพรียง  หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้นำคณะผู้บริหารร่วมกันถ่ายภาพ แสดงสัญลักษณ์การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ในโอกาสครบรอบ 15 ปี วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพลังงาน และก้าวสู่ปีที่ 16 ในวันที่ 3 ต.ค. 2560 เพื่อย้ำเตือนให้ทุกคนยึดถือ เรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักในการทำงาน
     
    โดย พลเอกอนันตพร ได้กล่าวมอบนโยบายสำคัญว่า อยากเห็นกระทรวงพลังงานมีส่วนช่วยให้เกิดการแข่งขันลงทุนทางธุรกิจ สร้างการเติบโตให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP)มากขึ้น โดยคาดว่าการลงทุนด้านพลังงานในปี 2561 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน จะมียอดรวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ดังนั้นแนวทางการดำเนินงานต่อจากนี้จึงต้องการให้เกิดการปรับองค์กร ปรับบุคลากร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของโลกและทันต่อนโยบายพลังงาน 4.0 (การใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มด้านพลังงาน) พร้อมกันนี้อยากเห็นประเทศไทยเน้นการผลิตพลังงานในประเทศมากกว่าการมุ่งนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า 
     
    สำหรับการคาดการณ์ราคาพลังงานในปี 2561นั้น มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากปัญหาภัยพิบัติในประเทศต่างๆ ทำให้ทั่วโลกจะใช้พลังงานสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานยังมีเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ดูแลราคาไม่ให้แกว่งตัวรุนแรงเกินไป  โดยราคาก๊าซหุงต้ม(LPG)โลกในเดือนต.ค. 2560 นี้ ก็มีแนวโน้มสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2(ก.ย.-ต.ค.2560) จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยกันพิจารณาหาแนวทางที่ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งถ้ากระทรวงพลังงานสามารถคงราคาเดิมไว้ได้ก็จะพยายามไม่เปลี่ยนแปลง 
     
    ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประชาชนได้รับ สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มได้ในวงเงิน 45 บาทต่อ 3 เดือน ดังนั้นช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อเพราะยังมีเวลาถึง 3 เดือนที่จะใช้ส่วนลดในแต่ละครั้ง ส่วนโครงการซื้อก๊าซ LPG ราคาถูกสำหรับกลุ่มหาบเร่แผงลอยนั้นยังสามารถใช้ได้ถึงสิ้นปี 2560 แต่มาตรการหลังจากนั้นคงต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไรต่อไป
     

Date : 01 / 10 / 2017

  • Date : 01 / 10 / 2017
    ปตท.เปิดรับพนักงานใหม่ตั้งเกณฑ์มีความคิดสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยีดิจิทัล รองรับEnergy4.0
    ปตท.เปิดรับพนักงานใหม่ 1-2%ของจำนวนพนักงานที่มีอยู่ประมาณ4,700คนทุกปี(ประมาณปีละ100คน ) เพื่อทดแทนพนักงานที่ลาออกและเกษียณอายุงาน โดยตั้งเกณฑ์ คุณสมบัติ เน้นความคิดสร้างสรรค์สูงและก้าวทันเทคโนโลยีดิจิทัล รองรับทิศทางพลังงาน 4.0  ส่วนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงได้มีแผนงานและกระบวนการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สานต่องานไว้เสมอ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
     
    นายกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคลและศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.ยังมีการเปิดรับพนักงานใหม่อย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 1-2%ของจำนวนพนักงานที่มีอยู่ ทั่วโลกประมาณ 4,700 คน  เพื่อทดแทนจำนวนพนักงานที่ลาออกและเกษียณอายุ โดยเกณฑ์การรับพนักงานรุ่นใหม่ในปัจจุบัน จะเน้นในเรื่องการมีความคิดสร้างสรรค์สูง และต้องเป็นบุคคลที่ทันสมัย  ก้าวทันเทคโนโลยีดิจิทัล  เพื่อรองรับการทำงานยุคพลังงาน 4.0 นอกจากนี้พนักงานใหม่ต้องเป็นคนที่ตัดสินใจรอบคอบ เพราะปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ทุกโครงการถือเป็นสมบัติของชาติ
     
    โดยที่ผ่านมาฝ่ายบุคคลมีแผนงานการเตรียมบุคลากรให้พร้อม โดยก่อนที่พนักงานหรือผู้บริหารจะลาออกหรือเกษียณล่วงหน้า 1 ปี จะมีการวางบุคคลที่จะเข้ามาทดแทนและเรียนรู้ส่งมอบงานกันก่อน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดและสานต่อกันได้ทันทีที่เกิดการปรับเปลี่ยนพนักงาน  ซึ่งในปี 2560 นี้ มีพนักงานที่จะเกษียณประมาณ 100 คน และได้มีการเตรียมบุคคลไว้ตั้งแต่เดือนม.ค. 2560 แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาด้านการทำงานต่อเนื่องแต่อย่างใด
     
    สำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ ปตท.นั้น ปกติจะทราบล่วงหน้าว่าแต่ละตำแหน่งจะเกษียณเมื่อใด  ซึ่งจะมีการเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าเป็นปี ส่วนตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่(CEO) ที่เป็นตำแหน่งที่มาจากคณะกรรมการสรรหา และเปิดให้บุคคลภายนอกสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ ดังนั้น ปตท.เองก็มีหน้าที่เตรียมบุคลากรให้พร้อมให้มีความสามารถและศักยภาพที่จะเข้าร่วมแข่งขันชิงตำแหน่งเช่นกัน

Date : 30 / 09 / 2017

  • Date : 30 / 09 / 2017
    แหล่งสินภูฮ่อมซ่อมบำรุงเสร็จเร็วกว่าแผน 1 วัน จ่ายก๊าซฯ ได้ตามปกติแล้ว

    แหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมซ่อมบำรุงเสร็จเร็วกว่าแผน 1 วัน จ่ายก๊าซฯ ได้ตามปกติแล้ว ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

    นายศักดิ์เฉลิม สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ผลิตแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม จังหวัดอุดรธานี  ได้หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติระหว่างวันที่ 23-30 กันยายน 2560 เพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์ประจำปี นั้น ขณะนี้ผู้ผลิตฯ ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ 1 วัน ทำให้สถานีจ่ายก๊าซธรรมชาติหลักน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ผลิตและจ่ายก๊าซเอ็นจีวีเพื่อจัดส่งให้กับสถานีบริการเอ็นจีวีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ผู้ผลิตฯ หยุดจ่ายก๊าซฯ เพื่อดำเนินการซ่อมบำรุง ปตท. ได้ประสานงานและวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยจัดสรรก๊าซจากสถานีก๊าซธรรมชาติหลักแก่งคอย จ.สระบุรี ไปทดแทนให้กับสถานีบริการเอ็นจีวีที่ได้รับผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถวางแผนการใช้ก๊าซเอ็นจีวีให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถเครื่องยนต์ 2 ระบบ (น้ำมัน และ ก๊าซฯ) พิจารณาเลือกใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อบริหารจัดการให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

    “ปตท. ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ใช้รถเอ็นจีวีที่สนับสนุนการดำเนินงานตลอดระยะเวลาการซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯสินภูฮ่อม เป็นอย่างดี และขอขอบคุณบริษัทผู้ผลิตฯ ที่เร่งการซ่อมบำรุงเสร็จเร็วกว่าแผนฯ จนทำให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็วมา ณ โอกาสนี้” นายศักดิ์เฉลิมกล่าว

Date : 29 / 09 / 2017

  • Date : 29 / 09 / 2017
    "อารีพงศ์"กอดอำลา"ธรรมยศ"ฝาก4งานเร่งด่วนให้ปลัดพลังงานคนใหม่รับสานต่อ

    วันสุดท้ายการทำงานปลัดกระทรวงพลังงาน “อารีพงศ์” กอดอำลา "ธรรมยศ" ฝาก 4 งานเร่งด่วนให้ปลัดพลังงานคนใหม่สานต่อให้จบ ทั้งเรื่องการเปิดประมูลแหล่งปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ เรื่องไฟฟ้าที่ต้องปรับตัวให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เรื่องน้ำมันที่ต้อง บูรณาการด้านความปลอดภัยกับกระทรวงที่เกี่ยวข้อง  และเรื่องของพลังงานทดแทนที่ต้องเดินอย่างมีจังหวะ อย่าถาโถมให้เร็วเกินไป  ขณะ “ธรรมยศ” รับปากสานต่องานด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ

    เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการทำงานในตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงาน ของนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน ได้มีพิธีลงนามในหนังสือเพื่อส่งมอบงานให้กับนายธรรมยศ ศรีช่วย ว่าที่ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ที่จะเริ่มเข้ารับหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2560 เป็นต้นไป และการกล่าวอำลาตำแหน่ง โดยมีผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานที่กำกับดูแล รวมทั้ง กฟผ. ปตท. และข้าราชการกระทรวงพลังงาน เข้าร่วมงาน

    นายอารีพงศ์ กล่าวให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ว่า เรื่องเร่งด่วนที่ได้ส่งมอบให้ปลัดพลังงานคนใหม่ดูแลเป็นพิเศษมี 4 เรื่อง คือ 1. การเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ (แหล่งเอราวัณ หมดอายุในปี 2565 และแหล่งบงกช หมดอายุ 2566) เพื่อให้การเปิดสำรวจเปิดดำเนินการได้ตามกฎหมายปิโตรเลียมฉบับใหม่ และช่วยสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ 2.เรื่องไฟฟ้า การกำหนดนโยบายจะต้องปรับตัวมากกว่าเดิม เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ภาคเอกชนสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เอง ดังนั้นการกำกับด้านไฟฟ้าจะต้องมองมิติใหม่ๆ ขึ้น

    3.เรื่องน้ำมัน  ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันนโยบายด้านน้ำมันเดินไปด้วยดีตามแผน แต่ก็อยากให้พิจารณาด้านความปลอดภัยมากขึ้นและทำงานร่วมกับกระทรวงที่เกี่ยวข้องแบบบูรณาการ เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแต่ละครั้ง จะมีหลายหน่วยงานที่ต้องร่วมรับผิดชอบและแก้ไขปัญหา ซึ่งการบูรณาการแก้ไขปัญหาจะช่วยให้เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติได้รวดเร็ว และ 4. เรื่องพลังงานทดแทน อยากฝากให้เดินหน้าต่อไป แต่ต้องเดินอย่างมีจังหวะอย่าโถมเร็วเกินไป  เพราะเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามามากขึ้นมีผลต่อต้นทุนการผลิตให้ลดต่ำลง และประสิทธิภาพที่ดีขึ้นด้วย     

    นอกจากนี้อยากฝากให้สานต่อด้านการกระจายเชื้อเพลิงเพื่อความมั่นคงพลังงานของประเทศ และก้าวไปข้างหน้าตามนโยบายพลังงาน 4.0 ที่เน้นการนำนวัตกรรมมาพัฒนาพลังงานให้ก้าวหน้าขึ้น และขอให้ทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติบ้านเมืองให้สำเร็จ

    นายธรรมยศ กล่าวว่า ตั้งแต่ปลัดอารีพงศ์ได้เข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานเมื่อวันที่ 28 มิ.ย. 2557 ได้ริเริ่มงานสำคัญไว้ 2 เรื่อง ที่ต้องยกให้เป็นเครดิตว่าเป็นผลงานของปลัดอารีพงศ์ คือการบูรณาการแผนพลังงานทั้ง 5 ด้าน (แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า แผนบริหารจัดการน้ำมัน แผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและแผนอนุรักษ์พลังงาน) ด้วยวิธีการที่เชื่อมโยงแผนพลังงานทั้งหมดเข้าด้วยกัน และแต่ละหน่วยงานสามารถรู้ขอบเขตความรับผิดชอบ รู้จุดเริ่มและจุดจบของแผน ทำให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน   อีกเรื่องที่สำคัญคือการวางแผนเรื่องการพัฒนาบุลคากรของกระทรวงพลังงาน โดยการริเริ่มหลักสูตรการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้ก้าวขึ้นไปสู่ตำแหน่งผู้บริหารเพื่อทดแทนบุคลากรที่เกษียณอายุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ ในบทบาทที่จะมารับตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ก็พร้อมที่จะสานต่องานที่ปลัดอารีพงศ์ได้ริเริ่มไว้ โดยยืนยันจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศชาติต่อไป

    ในส่วนงานสำคัญเรื่องการเปิดสำรวจปิโตรเลียมที่จะหมดอายุนั้น ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ในฐานะที่จะต้องมานั่งเป็นประธานคณะกรรมการปิโตรเลียม ตามตำแหน่งแทนปลัดอารีพงศ์  นั้น ทางปลัดอารีพงศ์ ก็ได้เชิญให้เข้าร่วมประชุมในคณะกรรมการปิโตรเลียมด้วยทุกครั้ง ซึ่งทำให้ทราบเรื่องและการเตรียมความพร้อมในเรื่องนี้ อยู่พอสมควรแล้ว  โดยขั้นตอนในส่วนของกระทรวงพลังงานนั้น ใกล้แล้วเสร็จแล้ว  ส่วนจะออกประกาศเชิญชวนเอกชนให้เข้าร่วมการประมูลได้เมื่อไหร่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับขั้นตอนการพิจารณากฎหมายของคณะกรรมการกฤษฏีกา