ข่าวทั้งหมด

Date : 03 / 10 / 2017

  • Date : 03 / 10 / 2017
    PTTGC America ลงนามMOU กับ JobsOhio เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนรัฐโอไฮโอ
    PTTGC America ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ลงนาม MOU กับ JobsOhio เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา หลังจากที่บริษัทได้ดำเนินการพัฒนาโครงการก่อสร้าง Petrochemical Complex มากว่า2ปีแล้ว โดยพิธีดังกล่าว ที่มีนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ร่วมเป็นสักขีพยาน
     
    พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (Memorandum of Understanding) ระหว่าง นายทศพร บุณยพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท PTTGC America LLC. และ Mr. John Minor President and Chief Investment Officer, JobsOhio  หน่วยงานด้านการส่งเสริมการลงทุนในรัฐโอไฮโอ เพื่อร่วมกันศึกษา วางแผน และจัดทำโครงการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในพื้นที่โครงการและบริเวณใกล้เคียงในรัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา  จัดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดี ซี  วันที่ 3 ตุลาคม 2560  โดยมีนายกรัฐมนตรีของไทย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโดนัลด์ ทรัมป์ ร่วมเป็นสักขีพยาน  ซึ่งนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ก็ได้ร่วมในคณะนักธุรกิจไทยติดตามนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ ไปในครั้งนี้ด้วย 
     
    ทั้งนี้PTTGC America ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) ได้ดำเนินการพัฒนาโครงการก่อสร้าง Petrochemical Complex  ณ รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา  มาเป็นเวลากว่า 2 ปี แล้ว และมีความคืบหน้าเป็นไปตามแผนการศึกษาความเป็นไปได้ด้านการลงทุน  โดยโครงการดังกล่าว จะก่อให้เกิดการสร้างงาน ทั้งในช่วงก่อสร้างและเมื่อโครงการแล้วเสร็จ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชุมชนในรัฐโอไฮโอ ในระยะยาว 
     
     
    นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC)จับมือกับนายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 
     

Date : 02 / 10 / 2017

  • Date : 02 / 10 / 2017
    กรมเชื้อเพลิงฯ เปิดช่องทีโออาร์ ให้รายเล็กร่วมประมูลแหล่งเอราวัณ บงกช
    กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เตรียมหารือ บางจากฯ และพลังโสภณ นำข้อมูลปรับปรุง ทีโออาร์ ประมูล แหล่งปิโตรเลียมเอราวัณ บงกช ให้รายเล็กสามารถเข้าร่วมประมูลได้ โดยคาดว่า จะสรุปร่างทีโออาร์ได้ในเดือน ต.ค. 2560 นี้ ก่อนนำเสนอรัฐมนตรีพลังงานและคณะรัฐมนตรี ต่อไป
     
    นายวีระศักดิ์ พึ่งรัศมี อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า กรมฯเตรียมเดินสายหารือกับผู้ประกอบการธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมของไทย โดยล่าสุดจะไปพบกับบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือBCP และบริษัท พลังโสภณ จำกัด เพื่อรับฟังความคิดเห็น และข้อเสนอในการเข้าร่วมประมูลแหล่งสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุ (แหล่งบงกช หมดอายุ 2566 และเอราวัณ หมดอายุปี 2565) และจะนำมาประกอบกับการจัดทำเอกสารเชิญชวนประมูล (TOR) หลังจากสัปดาห์ที่แล้วได้เดินสายหารือกับผู้ประกอบการปิโตรเลียมในญี่ปุ่นคือบริษัท Mitsui Oil Exploration มาแล้ว
     
    "เราก็จะไปหารือว่าเขามีข้อเสนอการเปิดประมูลอะไรบ้าง ทั้งบางจากฯ พลังโสภณ และบริษัทคนไทย เพื่อนำมาเขียนใน TOR ซึ่งเขาประมูลเองคงยาก แต่ถ้าเข้ามาร่วมกับพันธมิตรก็น่าจะได้"นายวีระศักดิ์ กล่าว
     
    อย่างไรก็ตามเชื่อว่า การประมูลแหล่งเอราวัณ และบงกช จะมีผู้ยื่นเสนอมากกว่า 2 ราย นอกเหนือจาก บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) และกลุ่มเชฟรอน ซึ่งเป็นผู้ได้รับสัมปทานแหล่งบงกช และเอราวัณ ตามลำดับในปัจจุบัน
     
    ทั้งนี้หลังจากที่ออกไปเดินสายพบบริษัท Mitsui Oil Exploration จำกัด ของญี่ปุ่น ทางบริษัทมิตซุยให้ความสนใจที่จะยื่นประมูลเช่นกัน ขณะที่ บริษัท มูบาดาลา ปิโตรเลียม ของ ยูเออี ก็มีความสนใจที่จะใช้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านปิโตรเลียมด้วย
     
    ทั้งนี้ในช่วงนี้กรมเชื้อเพลิงจะเดินสายเพื่อหารือกับผู้ประกอบการปิโตรเลียม เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเตรียมการจัดทำ TOR ให้มีความเหมาะสมเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็ก และรายใหญ่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ ซึ่งคาดว่าการจัดทำ TOR ที่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการปิโตรเลียม จะแล้วเสร็จในกลางเดือนต.ค. 2560 หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อรัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน ก่อนจะนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป
     
    การจัดทำ TOR จะดำเนินการขนานกันไปกับการออกประกาศประมูลปิโตรเลียมในรูปแบบของ ระบบแบ่งปันผลผลิต (PSC) ซึ่งเพิ่มเติมจากปัจจุบันที่การประมูลปิโตรเลียมของไทยมีเพียงระบบสัมปทานเพียงอย่างเดียว โดยรายละเอียดของ PSC อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังจากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมครม. และออกในราชกิจจานุเบกษาต่อไป เมื่อกระบวนการทั้ง 2 เสร็จ ก็จะออกประกาศ TOR  หลังจากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการคัดเลือก ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 6-7 เดือน
  • Date : 02 / 10 / 2017
    "อนันตพร"มอบนโยบายปี2561 วางบทบาทกระทรวงพลังงานช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ1ล้านล้าน
    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ มอบนโยบายปีงบประมาณ 2561 ให้หน่วยงานในกำกับดูแล ทั้งกฟผ.และ ปตท. ปรับโครงสร้างองค์กร บุคลากร ให้ทันต่อโลกเทคโนโลยี 4.0 เพื่อให้งานด้านพลังงานเป็นกลไกสำคัญในสร้างการเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศ ที่คาดว่าปี2561จะเกิดการลงทุนด้านพลังงานในประเทศโดยรวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท  
     
    เมื่อวันที่2 ตุลาคม 2560 พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้มอบนโยบายประจำปี 2561แก่ผู้บริหารระดับสูงใน หน่วยงานที่กำกับดูแลรวมทั้งงการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) บริษัทปตท.จำกัด(มหาชน) และคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน โดยมี นายธรรมยศ ศรีช่วย ปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่  นำคณะเข้ารับฟังนโยบายอย่างพร้อมเพรียง  หลังจากนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานก็ได้นำคณะผู้บริหารร่วมกันถ่ายภาพ แสดงสัญลักษณ์การต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่น ในโอกาสครบรอบ 15 ปี วันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพลังงาน และก้าวสู่ปีที่ 16 ในวันที่ 3 ต.ค. 2560 เพื่อย้ำเตือนให้ทุกคนยึดถือ เรื่องของความซื่อสัตย์สุจริตเป็นหลักในการทำงาน
     
    โดย พลเอกอนันตพร ได้กล่าวมอบนโยบายสำคัญว่า อยากเห็นกระทรวงพลังงานมีส่วนช่วยให้เกิดการแข่งขันลงทุนทางธุรกิจ สร้างการเติบโตให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(GDP)มากขึ้น โดยคาดว่าการลงทุนด้านพลังงานในปี 2561 ของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน จะมียอดรวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท ดังนั้นแนวทางการดำเนินงานต่อจากนี้จึงต้องการให้เกิดการปรับองค์กร ปรับบุคลากร เพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีของโลกและทันต่อนโยบายพลังงาน 4.0 (การใช้นวัตกรรมสร้างมูลค่าเพิ่มด้านพลังงาน) พร้อมกันนี้อยากเห็นประเทศไทยเน้นการผลิตพลังงานในประเทศมากกว่าการมุ่งนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า 
     
    สำหรับการคาดการณ์ราคาพลังงานในปี 2561นั้น มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น จากปัญหาภัยพิบัติในประเทศต่างๆ ทำให้ทั่วโลกจะใช้พลังงานสูงขึ้น ซึ่งกระทรวงพลังงานยังมีเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ดูแลราคาไม่ให้แกว่งตัวรุนแรงเกินไป  โดยราคาก๊าซหุงต้ม(LPG)โลกในเดือนต.ค. 2560 นี้ ก็มีแนวโน้มสูงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2(ก.ย.-ต.ค.2560) จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปช่วยกันพิจารณาหาแนวทางที่ไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ซึ่งถ้ากระทรวงพลังงานสามารถคงราคาเดิมไว้ได้ก็จะพยายามไม่เปลี่ยนแปลง 
     
    ส่วนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ประชาชนได้รับ สามารถนำไปใช้เป็นส่วนลดซื้อก๊าซหุงต้มได้ในวงเงิน 45 บาทต่อ 3 เดือน ดังนั้นช่วงนี้ไม่จำเป็นต้องรีบซื้อเพราะยังมีเวลาถึง 3 เดือนที่จะใช้ส่วนลดในแต่ละครั้ง ส่วนโครงการซื้อก๊าซ LPG ราคาถูกสำหรับกลุ่มหาบเร่แผงลอยนั้นยังสามารถใช้ได้ถึงสิ้นปี 2560 แต่มาตรการหลังจากนั้นคงต้องหารือกับกระทรวงการคลังว่าจะช่วยเหลือได้อย่างไรต่อไป
     

Date : 01 / 10 / 2017

  • Date : 01 / 10 / 2017
    ปตท.เปิดรับพนักงานใหม่ตั้งเกณฑ์มีความคิดสร้างสรรค์ ก้าวทันเทคโนโลยีดิจิทัล รองรับEnergy4.0
    ปตท.เปิดรับพนักงานใหม่ 1-2%ของจำนวนพนักงานที่มีอยู่ประมาณ4,700คนทุกปี(ประมาณปีละ100คน ) เพื่อทดแทนพนักงานที่ลาออกและเกษียณอายุงาน โดยตั้งเกณฑ์ คุณสมบัติ เน้นความคิดสร้างสรรค์สูงและก้าวทันเทคโนโลยีดิจิทัล รองรับทิศทางพลังงาน 4.0  ส่วนตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงได้มีแผนงานและกระบวนการเตรียมความพร้อมบุคลากรให้สานต่องานไว้เสมอ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
     
    นายกฤษณ์ อิ่มแสง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ทรัพยากรบุคคลและศักยภาพองค์กร บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ปตท.ยังมีการเปิดรับพนักงานใหม่อย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 1-2%ของจำนวนพนักงานที่มีอยู่ ทั่วโลกประมาณ 4,700 คน  เพื่อทดแทนจำนวนพนักงานที่ลาออกและเกษียณอายุ โดยเกณฑ์การรับพนักงานรุ่นใหม่ในปัจจุบัน จะเน้นในเรื่องการมีความคิดสร้างสรรค์สูง และต้องเป็นบุคคลที่ทันสมัย  ก้าวทันเทคโนโลยีดิจิทัล  เพื่อรองรับการทำงานยุคพลังงาน 4.0 นอกจากนี้พนักงานใหม่ต้องเป็นคนที่ตัดสินใจรอบคอบ เพราะปตท.เป็นรัฐวิสาหกิจ ที่ทุกโครงการถือเป็นสมบัติของชาติ
     
    โดยที่ผ่านมาฝ่ายบุคคลมีแผนงานการเตรียมบุคลากรให้พร้อม โดยก่อนที่พนักงานหรือผู้บริหารจะลาออกหรือเกษียณล่วงหน้า 1 ปี จะมีการวางบุคคลที่จะเข้ามาทดแทนและเรียนรู้ส่งมอบงานกันก่อน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ไม่สะดุดและสานต่อกันได้ทันทีที่เกิดการปรับเปลี่ยนพนักงาน  ซึ่งในปี 2560 นี้ มีพนักงานที่จะเกษียณประมาณ 100 คน และได้มีการเตรียมบุคคลไว้ตั้งแต่เดือนม.ค. 2560 แล้ว ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาด้านการทำงานต่อเนื่องแต่อย่างใด
     
    สำหรับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ ปตท.นั้น ปกติจะทราบล่วงหน้าว่าแต่ละตำแหน่งจะเกษียณเมื่อใด  ซึ่งจะมีการเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้าเป็นปี ส่วนตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่(CEO) ที่เป็นตำแหน่งที่มาจากคณะกรรมการสรรหา และเปิดให้บุคคลภายนอกสามารถสมัครเข้าแข่งขันได้ ดังนั้น ปตท.เองก็มีหน้าที่เตรียมบุคลากรให้พร้อมให้มีความสามารถและศักยภาพที่จะเข้าร่วมแข่งขันชิงตำแหน่งเช่นกัน

Date : 30 / 09 / 2017

  • Date : 30 / 09 / 2017
    แหล่งสินภูฮ่อมซ่อมบำรุงเสร็จเร็วกว่าแผน 1 วัน จ่ายก๊าซฯ ได้ตามปกติแล้ว

    แหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อมซ่อมบำรุงเสร็จเร็วกว่าแผน 1 วัน จ่ายก๊าซฯ ได้ตามปกติแล้ว ตั้งแต่ 18.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

    นายศักดิ์เฉลิม สิทธิวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่ผู้ผลิตแหล่งก๊าซธรรมชาติสินภูฮ่อม จังหวัดอุดรธานี  ได้หยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติระหว่างวันที่ 23-30 กันยายน 2560 เพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์ประจำปี นั้น ขณะนี้ผู้ผลิตฯ ได้ดำเนินการซ่อมบำรุงอุปกรณ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ 1 วัน ทำให้สถานีจ่ายก๊าซธรรมชาติหลักน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ผลิตและจ่ายก๊าซเอ็นจีวีเพื่อจัดส่งให้กับสถานีบริการเอ็นจีวีในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ได้ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 29 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา

    ทั้งนี้ ในช่วงเวลาที่ผู้ผลิตฯ หยุดจ่ายก๊าซฯ เพื่อดำเนินการซ่อมบำรุง ปตท. ได้ประสานงานและวางแผนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ โดยจัดสรรก๊าซจากสถานีก๊าซธรรมชาติหลักแก่งคอย จ.สระบุรี ไปทดแทนให้กับสถานีบริการเอ็นจีวีที่ได้รับผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน และประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้รถวางแผนการใช้ก๊าซเอ็นจีวีให้ทราบล่วงหน้า รวมทั้งขอความร่วมมือจากผู้ใช้รถเครื่องยนต์ 2 ระบบ (น้ำมัน และ ก๊าซฯ) พิจารณาเลือกใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงในช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อบริหารจัดการให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

    “ปตท. ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้ใช้รถเอ็นจีวีที่สนับสนุนการดำเนินงานตลอดระยะเวลาการซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯสินภูฮ่อม เป็นอย่างดี และขอขอบคุณบริษัทผู้ผลิตฯ ที่เร่งการซ่อมบำรุงเสร็จเร็วกว่าแผนฯ จนทำให้สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็วมา ณ โอกาสนี้” นายศักดิ์เฉลิมกล่าว