คลิปวีดีโอทั้งหมด

Date : 07 / 05 / 2018

  • Date : 07 / 05 / 2018
    คลิปหนังสั้น รวมพลังหาร 2 "ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์" ปลุกจิตสำนึกแบ่งปันพลังงาน สร้างวัฒนธรรมหาร 2

    "ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์"

    คลิปหนังสั้น รวมพลังหาร 2  "ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์" เล่าเรื่องราวเชิงเสียดสี จากวลี “ใครๆก็ทำ” ที่เป็นข้ออ้างในพฤติกรรมการใช้พลังงานของคนในสังคมแห่งเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อเข้าข้างตัวเองว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่สิ่งผิดเพราะใครๆก็ทำกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมๆกันทิ้งไว้แล้วหันไปทำอย่างอื่น การใช้รถคนละคัน ออฟฟิศที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงาน แต่ผู้ใช้กลับยังเปิดแอร์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆทิ้งไว้ในระหว่างเวลาพัก การใช้ลิฟต์เพียงคนเดียวโดยไม่รอผู้อื่น จอดรถยนต์โดยไม่ดับเครื่องยนต์ เปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้ในระหว่างทำอาหาร หรือใช้มือถือหรือแทปเล็ตดูรายการบันเทิงคนเดียวในห้อง

    คลิปหนังสั้นนี้ จึงตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องทำเหมือนคนอื่น” เพื่อกระตุกจิตสำนึกให้คนกลับมาสำรวจพฤติกรรม การใช้พลังงานของตนเอง และเกิดการยั้งคิดก่อนทำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงาน ไปสู่การร่วมกันสร้างวัฒนธรรมประหยัดพลังงาน เช่น ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ ไปทางเดียวกันใช้รถคันเดียวกัน ใช้อุปกรณ์สื่อสารดูรายการบันเทิงด้วยกัน เพื่อปลูกจิตสำนึกแบ่งปันการใช้พลังงานร่วมกัน ก่อให้เกิด “วัฒนธรรมหารสอง” ที่นอกจากจะประหยัดและลดการใช้พลังงานลงแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและสังคมให้เป็นมิตรและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย

    โลกนี้จะดีขึ้น เมื่อมีคนกล้าคิดต่างอย่างสร้างสรรค์ และกล้าลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง การประหยัดพลังงานก็เช่นเดียวกัน หันมาร่วมมือร่วมใจกันสร้าง "วัฒนธรรมหารสอง" เพื่อใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า

    #ยิ่งใช้ร่วมกันยิ่งประหยัดชัวร์ #วัฒนธรรมประหยัด #วัฒนธรรมหาร2 #ยิ่งใช้ร่วมกัน #ยิ่งประหยัดชัวร์ #รวมพลังหาร2 #ประหยัดชัวร์ #สำนักงานนโยบายเเละแผนพลังงาน #ENC #energysaving #sharing #economy #shortfilm

  • Date : 07 / 05 / 2018
    คลิปหนังสั้น รวมพลังหาร 2 "ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์" ปลุกจิตสำนึกแบ่งปันพลังงาน สร้างวัฒนธรรมหาร 2

    "ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์"

    คลิปหนังสั้น รวมพลังหาร 2  "ยิ่งใช้ร่วมกัน ยิ่งประหยัดชัวร์" เล่าเรื่องราวเชิงเสียดสี จากวลี “ใครๆก็ทำ” ที่เป็นข้ออ้างในพฤติกรรมการใช้พลังงานของคนในสังคมแห่งเทคโนโลยีในปัจจุบัน เพื่อเข้าข้างตัวเองว่าพฤติกรรมที่ทำอยู่นั้นไม่ใช่สิ่งผิดเพราะใครๆก็ทำกัน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมๆกันทิ้งไว้แล้วหันไปทำอย่างอื่น การใช้รถคนละคัน ออฟฟิศที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อประหยัดพลังงาน แต่ผู้ใช้กลับยังเปิดแอร์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆทิ้งไว้ในระหว่างเวลาพัก การใช้ลิฟต์เพียงคนเดียวโดยไม่รอผู้อื่น จอดรถยนต์โดยไม่ดับเครื่องยนต์ เปิดประตูตู้เย็นทิ้งไว้ในระหว่างทำอาหาร หรือใช้มือถือหรือแทปเล็ตดูรายการบันเทิงคนเดียวในห้อง


    คลิปหนังสั้นนี้ จึงตั้งคำถามว่า “ทำไมต้องทำเหมือนคนอื่น” เพื่อกระตุกจิตสำนึกให้คนกลับมาสำรวจพฤติกรรม การใช้พลังงานของตนเอง และเกิดการยั้งคิดก่อนทำ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงาน ไปสู่การร่วมกันสร้างวัฒนธรรมประหยัดพลังงาน เช่น ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้ ไปทางเดียวกันใช้รถคันเดียวกัน ใช้อุปกรณ์สื่อสารดูรายการบันเทิงด้วยกัน เพื่อปลูกจิตสำนึกแบ่งปันการใช้พลังงานร่วมกัน ก่อให้เกิด “วัฒนธรรมหารสอง” ที่นอกจากจะประหยัดและลดการใช้พลังงานลงแล้ว ยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวและสังคมให้เป็นมิตรและแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย

     

    โลกนี้จะดีขึ้น เมื่อมีคนกล้าคิดต่างอย่างสร้างสรรค์ และกล้าลงมือทำให้เกิดขึ้นจริง การประหยัดพลังงานก็เช่นเดียวกัน หันมาร่วมมือร่วมใจกันสร้าง "วัฒนธรรมหารสอง" เพื่อใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่า

     

    #ยิ่งใช้ร่วมกันยิ่งประหยัดชัวร์ #วัฒนธรรมประหยัด #วัฒนธรรมหาร2 #ยิ่งใช้ร่วมกัน #ยิ่งประหยัดชัวร์ #รวมพลังหาร2 #ประหยัดชัวร์ #สำนักงานนโยบายเเละแผนพลังงาน #ENC #energysaving #sharing #economy #shortfilm

     

Date : 24 / 04 / 2018

  • Date : 24 / 04 / 2018
    ความสำคัญของแหล่งก๊าซธรรมชาติ ที่คนไทยควรได้รู้

    ก๊าซธรรมชาติ ถือเป็นทรัพยากรพลังงานที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถแปรสภาพเป็น LPG หรือก๊าซหุงต้ม เพื่อใช้ในครัวเรือน และเป็น NGV เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคขนส่ง ในขณะเดียวกัน ยังนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม ทั้งเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต และเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เช่น ปิโตรเคมี ซึ่งสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ สบู่ ผงซักฟอก บรรจุภัณฑ์พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

    สำหรับประเทศไทย ก๊าซฯ กว่า 70% ที่ใช้อยู่ มาจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย 2 แหล่ง คือ แหล่งเอราวัณและบงกช ซึ่งจะหมดอายุสัมปทานลงในปี 2565 กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะที่มีภารกิจในการจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ จึงได้จัดหาผู้ประกอบการมาร่วมบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติทั้งสองแหล่งนี้ เพื่อให้สามารถผลิตและนำก๊าซฯมาใช้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดประมูลภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ การกำหนดปริมาณการผลิตขั้นต่ำ และกำหนดราคาก๊าซฯที่เป็นธรรมและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยทุกคน

    ก๊าซธรรมชาติและแหล่งก๊าซฯของไทย มีความสำคัญอย่างไร ติดตามได้จากคลิปวิดีโอ 

     

  • Date : 24 / 04 / 2018
    ความสำคัญของแหล่งก๊าซธรรมชาติของไทย ที่คนไทยควรได้รู้

    ความสำคัญของแหล่งก๊าซธรรมชาติ ที่คนไทยควรได้รู้

    ก๊าซธรรมชาติ ถือเป็นทรัพยากรพลังงานที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ เพราะนอกจากจะนำมาเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าแล้ว ยังสามารถแปรสภาพเป็น LPG หรือก๊าซหุงต้ม เพื่อใช้ในครัวเรือน และเป็น NGV เพื่อใช้ประโยชน์ในภาคขนส่ง ในขณะเดียวกัน ยังนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม ทั้งเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต และเป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เช่น ปิโตรเคมี ซึ่งสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ สบู่ ผงซักฟอก บรรจุภัณฑ์พลาสติก ชิ้นส่วนยานยนต์ และอุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ

    นอกจากนั้น ก๊าซธรรมชาติ ยังมีการเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่าปิโตรเลียมชนิดอื่นๆ จึงนับว่าเป็นพลังงานที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    สำหรับประเทศไทย ก๊าซฯ กว่า 70% ที่ใช้อยู่ มาจากแหล่งผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย 2 แหล่ง คือ แหล่งเอราวัณและบงกช ซึ่งปัจจุบัน มีกำลังการผลิตรวมกันราว 2,110 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน ซึ่งก๊าซฯ จากสองแหล่งสำคัญนี้ สร้างประโยชน์ให้แก่ประเทศไทยมายาวนานกว่า 30 ปี ทั้งในด้านความมั่นคงทางพลังงาน ที่ทำให้ไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ ลดรายจ่ายจากการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และสร้างรายได้ให้แก่รัฐในรูปของค่าภาคหลวง โดยรวมเป็นมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท และยังส่งเสริมให้เกิดการจ้างงาน จากทั้งในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมาก

    อย่างไรก็ตาม แหล่งปิโตรเลียมทั้ง 2 แหล่งนี้ จะหมดอายุสัมปทานลงในปี 2565 ซึ่งหากการสำรวจและผลิตไม่มีความต่อเนื่อง ก๊าซฯ ก็จะหายไปจากระบบการผลิตถึง 70% ซึ่งย่อมกระทบไปถึงก๊าซหุงต้มในภาคครัวเรือน เชื้อเพลิงอุตสาหกรรม NGV ในภาคขนส่ง และ กระทบต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้าของประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต่อเนื่องอื่นๆ

    ดังนั้น กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ในฐานะที่มีภารกิจในการจัดหาก๊าซธรรมชาติให้เพียงพอต่อต่อความต้องการใช้ในประเทศ จึงได้จัดหาผู้ประกอบการมาร่วมบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติทั้งสองแหล่งนี้ เพื่อให้สามารถผลิตและนำก๊าซฯมาใช้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยการเปิดประมูลภายใต้ระบบแบ่งปันผลผลิต หรือ PSC ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ การกำหนดปริมาณการผลิตขั้นต่ำ และกำหนดราคาก๊าซฯที่เป็นธรรมและมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนคนไทยทุกคน

Date : 24 / 08 / 2017

Date : 13 / 07 / 2017