บทความที่เกี่ยวข้อง

ตาม ENC ลงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ (6 ) : เชฟรอนกับมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม

ตามทีมข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน Energy News Center – ENC มาลงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณครั้งนี้ ประเด็นที่ไม่เล่าถึงไม่ได้ และจะต้องขีดเส้นใต้เอาไว้เลย คือเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานของชาวเอราวัณที่เข้มข้นระดับโลก

เริ่มตั้งแต่ที่เดินทางมาถึงศูนย์ขนส่งทางอากาศของ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นผู้รับสัมปทาน และผู้ดำเนินการ (operator) แหล่งเอราวัณ ซึ่งอยู่ติดกับสนามบินนครศรีธรรมราช เพื่อโดยสารเฮลิคอปเตอร์ต่อไปยังแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณกลางอ่าวไทย  ขั้นตอนแรกผู้โดยสารและสัมภาระจะต้องผ่านเครื่องสแกนเพื่อความปลอดภัย

และหลังจากที่เช็คอินที่เคาน์เตอร์เพื่อตรวจสอบรายชื่อแล้ว ผู้โดยสารทุกคนก็จะต้องมานั่งฟังคำชี้แจงถึงการปฏิบัติตัวให้ถูกต้องในขณะที่อยู่บนเครื่องเฮลิคอปเตอร์ รับแจกเสื้อชูชีพเพื่อสวมใส่ และที่อุดหู(ear plug) ซึ่งเป็นอุปกรณ์ป้องกันเสียงดัง ก่อนที่จะไปเป่าตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ โดยทางทีมข่าวได้รับคำแนะนำมาก่อนล่วงหน้าแล้วว่าห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในคืนก่อนเดินทาง เพราะถ้าหากตรวจวัดแล้วมีระดับแอลกอฮอล์เกิน ทางเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้เดินทาง

เฮลิคอปเตอร์ใช้เวลาบินประมาณ 50 นาที ก็มาถึงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ คณะที่ร่วมเดินทางทุกคนก็จะมารวมกันที่ห้องประชุม เพื่อรับชมวีดีโอพรีเซนเทชั่น ที่บรรยายถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบนแท่น และแนวทางการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องทั้งในยามปกติและเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และทุกคนจะต้องติดบัตร ซึ่งจะมีรหัสบอกเอาไว้ว่าในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน จะต้องไปรวมตัวกันที่จุดใด

ทีมข่าวได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนแท่นผลิตเอราวัณ จึงได้เข้าใจมากขึ้นถึงวัฒนธรรมการทำงานของเชฟรอนที่ให้ความสำคัญกับเรื่องความปลอดภัยและปกป้องสิ่งแวดล้อม โดยทุกคนยึดหลักทำงานทุกงานให้ปลอดภัย เมื่อเห็นการปฏิบัติงานที่เป็นอันตรายหรือไม่ปลอดภัย พนักงานมีสิทธิ์แจ้งให้เพื่อนร่วมงานหยุดทำงานได้ (stop work authority) แม้ว่าอีกฝ่ายนั้นจะมีตำแหน่งสูงกว่าก็ตาม โดยพนักงานหลายคนบอกเราว่า การคำนึงถึงความปลอดภัยยังติดตัวพวกเขาออกไปยามที่ใช้ชีวิตกับครอบครัวด้วย เช่น การขับรถ หรือการเตือนคนในครอบครัวเมื่อเห็นว่ากำลังทำกิจกรรมที่อาจไม่ปลอดภัย เป็นต้น

 

ฝ่ายบริหารของเชฟรอน มองว่าการป้องกันความผิดพลาดไม่ให้เกิดขึ้น แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จะเป็นการช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้  เพราะอุบัติเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากความผิดพลาดเล็กๆ หลายๆ จุดในช่วงเวลาเดียวกันนั่นเอง ซึ่งบริษัทเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องที่เห็นว่าอาจจะเป็นจุดอ่อนต่อความปลอดภัย และสามารถนำเสนอแนวทางในการวางมาตรการป้องกัน โดยนอกจากความปลอดภัยต่อตัวพนักงานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

สำหรับสถิติด้านความปลอดภัยของแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณนั้น ได้มีการฉลองสถิติ 13.6 ล้านชั่วโมงการทำงานโดยปราศจากการบาดเจ็บจนถึงขั้นหยุดงาน ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงมาตรฐานการทำงานว่าให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยมากเพียงใด

 

มาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับ World Class

 

นอกจากความปลอดภัยในการทำงานแล้ว การปกป้องสิ่งแวดล้อมนับเป็นเรื่องที่เชฟรอนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก สิ่งหนึ่งที่ทีมข่าว ENC เห็นที่แท่นเอราวัณ คือมีถังขยะเรียงเป็นสีตามประเภทของขยะ ตั้งไว้ตามบริเวณต่างๆ ซึ่งผู้บริหารของเชฟรอนได้บอกกับทีมข่าวว่าหนึ่งในเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมของเชฟรอนคือ Zero Waste, Zero Burn บนแท่นปิโตรเลียมกลางอ่าวไทยของเชฟรอนจึงมีการจัดการระบบบำบัดขยะและของเสียต่างๆ มีการแยกขยะ และจัดการขยะแต่ละประเภทอย่างถูกต้อง โดยจะไม่มีการเผาขยะบนแท่นหรือปล่อยของเสียลงทะเลอย่างเด็ดขาด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เชฟรอนได้พัฒนาและนำเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ เช่น เทคโนโลยีการอัดน้ำกลับลงหลุมผลิต 100% ที่เชฟรอนนำมาใช้เป็นครั้งแรกที่แหล่งเอราวัณในปี 2540 เทคนิคนี้เป็นการนำน้ำที่ขึ้นมาตามธรรมชาติพร้อมกับการผลิตปิโตรเลียม มาผ่านกระบวนการเพิ่มแรงดันเพื่ออัดกลับลงไปสู่หลุมผลิตที่เลิกทำการผลิตแล้ว เทคโนโลยีนี้เกิดขึ้นในระบบปิดทั้งหมด จึงถือเป็นวิธีการจัดการกับน้ำที่ขึ้นมากับการผลิตก๊าซธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสูงสุด และได้กลายเป็นมาตรฐานการดำเนินงานของอุตสาหกรรมในปัจจุบันนอกจากนั้น เชฟรอนยังได้นำระบบมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลกอย่างระบบ WellSafe มาใช้ในการขุดเจาะ โดยระบบนี้ดัดแปลงมาจากระบบ SubSafe ที่ใช้ดูแลความปลอดภัยของกองเรือดำน้ำพลังงานปรมาณูสหรัฐฯ เพื่อให้มั่นใจว่าการขุดเจาะหลุมจะมีความปลอดภัยสูง ไม่เกิดอุบัติเหตุการพลุ่งจากหลุมที่ควบคุมไม่ได้ (Well Blowout) อันเป็นอันตรายอันดับหนึ่งของการเจาะหลุมปิโตรเลียม

คุณไพโรจน์ กวียานันท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด กล่าวว่า อ่าวไทยเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สองของเชฟรอน เราจึงมุ่งมั่นปกป้องรักษาสภาพแวดล้อมในอ่าวไทย โดยตลอดระยะเวลามากกว่า 55 ปี ของการดำเนินการในประเทศไทย ไม่เคยมีอุบัติการณ์ครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นเลย

ในตอนสุดท้ายซึ่งเป็นตอนที่ 7 ของการติดตาม ENC ลงแท่นผลิตปิโตรเลียมเอราวัณ จะนำบทสัมภาษณ์พนักงานที่ทำงานประจำอยู่บนแท่นผลิต ว่ามีหลักการทำงานและใช้ชีวิตบนแท่นอย่างไรให้มีความสุข ในภารกิจที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ

 

กลับสู่บทความทั้งหมด