บทความที่เกี่ยวข้อง

สนพ.โชว์นวัตกรรมพลังงาน Energy4.0 ที่กองทุนอนุรักษ์ฯสนับสนุนในงานASE2018

  • Date : 2018-06-07 10:23:33

สนพ.โชว์นวัตกรรมพลังงานEnergy 4.0 ที่กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานให้การสนับสนุน ในงานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทนASE2018 ที่ไบเทค โดยมีไฮไลท์ ทั้งรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงานรถยนต์และกระเป๋าเป้ผลิตพลังงานจากการเดิน พร้อมเผยกองทุนฯ เตรียมปล่อยงบ 1 หมื่นล้านประจำปี 2562 ให้นักวิจัยและพัฒนาด้านพลังงานร่วมขอทุนสนับสนุนผลงาน คาดเปิดรับสมัครกลางเดือน มิ.ย. 2561 นี้

งานแสดงเทคโนโลยีและการประชุมนานาชาติด้านพลังงานทดแทนASEAN Sustainable Energy Week 2018 (ASE2018) ซึ่งจัดขึ้นที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ระหว่างวันที่6-9มิ.ย.2561 นั้น ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง โดยการออกบูธจัดนิทรรศการ กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมชมงานจำนวนมาก

 

(ซ้าย)  ท็อป จรณ โสรัตน์ พระเอกช่อง3   (ขวา) ทวารัฐ สูตะบุตร ผอ.สนพ.

 

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) เปิดเผยว่า นิทรรศการของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่จัดแสดงในงาน ASE2018 นั้นได้นำนวัตกรรมที่กองทุนฯ ได้ให้การสนับสนุนมาจัดแสดงเป็นบางส่วน จากโครงการที่กองทุนฯได้สนับสนุนในปี 2561 ทั้งหมดกว่า 30 โครงการ วงเงินประมาณ 300 ล้านบาท

โดยนวัตกรรมที่คัดเลือกมาจัดแสดงที่สำคัญได้แก่ 1.รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า(E-Tuk Tuk) 2.ระบบกักเก็บพลังงาน(Energy storage)สำหรับรถยนต์ และ 3. กระเป๋าเป้สำหรับเจ้าหน้าที่เดินป่าด้านความมั่นคงและภัยพิบัติ ที่สามารถชาร์จไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์และเก็บพลังงานจากการเดินร่วมด้วย เป็นต้น

ส่วนในปี 2562 นี้ สำนักงานบริหารกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จะเปิดให้ผู้ที่สนใจพัฒนาเทคโนโลยีด้านพลังงานมาขอใช้งบประมาณที่ตั้งไว้รวม 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดรับสมัครประมาณกลางเดือน มิ.ย. 2561 นี้ โดยสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ สนพ. ( http://www.eppo.go.th )

สำหรับรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ที่นำมาจัดแสดงนั้น เป็นโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าที่ใช้น้ำมันและก๊าซLPG มาเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าฟรี 100 คัน ภายในปี 2561 และทยอยเปลี่ยนให้ครบทั่วประเทศ 22,000 คันภายใน 5 ปี โดยปัจจุบันเปลี่ยนแล้ว 30 คัน

ทั้งนี้รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าจะมีต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเพียง 60 สตางค์ต่อกิโลเมตร ซึ่งถูกกว่ารถตุ๊กตุ๊กทั่วไปที่มีต้นทุนค่าเชื้อเพลิง 2 บาทต่อกิโลเมตร อีกทั้งค่าซ่อมบำรุงโดยรวมถูกกว่ารถตุ๊กตุ๊กที่ใช้น้ำมันหรือLPG ในสัดส่วน 7% เนื่องจากอะไหล่สำคัญมีเพียงมอเตอร์และแบตเตอรี่ เท่านั้น

ขณะที่ระบบกักเก็บพลังงานสำหรับรถยนต์ เป็นผลงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ที่มีจุดเด่นตรงที่Energy storage สามารถใช้แอพพลิเคชั่นทางมือถือกำหนดเวลาชาร์จไฟฟ้าจากโซลาร์เซลล์หรือไฟฟ้าบ้านเข้า Energy Storage ได้ตามความต้องการ ก่อนจะนำไฟฟ้าสำรองจาก Energy Storage ไปใช้งานกับรถยนต์ต่อไป ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะช่วยประหยัดค่าไฟฟ้าได้ เนื่องจากสามารถเลือกชาร์จไฟฟ้าเข้า Energy Storage ได้ในช่วงoff-peak ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยประเทศลดpeak ไฟฟ้าได้ด้วย อย่างไรก็ตาม ระบบที่นำมาแสดงในงานยังเป็นต้นแบบเท่านั้น และคาดว่าจะทดลองชาร์จจริง เดือน ก.ย. 2561 นี้ 

และในส่วนของกระเป๋าเป้สำหรับเจ้าหน้าที่เดินป่าและภัยพิบัติ เป็นเป้ที่สามารถผลิตพลังงานสำรองได้เอง 2 ทางคือ การผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์เซลล์ที่ติดไว้กับกระเป๋าเป้ขนาด 10 วัตต์ และเครื่องเพียโซอิเล็กทริค ซึ่งเป็นเครื่องเก็บพลังงานจากแรงสั่นสะเทือนของการเดิน ขนาด 200 มิลลิวัตต์ ซึ่งรวมเป็นแบตเตอรี่สำรองไฟฟ้าได้นาน 3-4 วัน ซึ่งสามารถนำพลังงานไปใช้ในด้านแสงสว่าง ระบบ GPS และวิทยุสื่อสาร เป็นต้น โดยมีน้ำหนักอุปกรณ์และกระเป๋าเป้รวม 10 กิโลกรัม ทั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและวิจัยเป็นต้นแบบ ก่อนจะพัฒนาเพื่อใช้ได้จริงต่อไป

ใครที่ยังไม่ได้มีโอกาสเข้าร่วมชมงานASE2018 และบูธ ของ สนพ. ในส่วนของกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ พลังงาน ซึ่งโชว์นวัตกรรมพลังงาน Energy 4.0 ยังมีเวลาเหลือจนถึงวันเสาร์ที่9มิ.ย.2561 นี้เท่านั้น

 

 

 

กลับสู่บทความทั้งหมด