บทความที่เกี่ยวข้อง

CEO ปตท. แจง 8 ประเด็น แก้ข้อกล่าวหาจากกระแสโซเชียล

CEO ปตท. ออกโรงแจง 8 ประเด็นข้อกล่าวหา ปตท. ในกระแสโซเชียล ระบุ ปตท. ชี้แจงข้อเท็จจริงกับสังคมมาโดยตลอด แต่ยังมีขบวนการตั้งใจโจมตี ปตท. อย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้คิดพิจารณาก่อนแชร์ข้อมูลในเครือข่าย และช่วยกันปกป้องสังคมจากผู้มีเจตนาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ไม่ตกเป็นเครื่องมือบั่นทอนความมั่นคงทางพลังงานของไทย

นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้เผยแพร่ข้อความบนเฟสบุ๊กเพจ Tevin at PTT (https://www.facebook.com/tevinatptt/posts/1841289582569276) โดยมีเนื้อหาชี้แจงสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น จนส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไทยและกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน กระทั่งเกิดกระแสโจมตี ปตท. และรณรงค์ให้หยุดเติมน้ำมัน ปตท. และมีการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน หรือ ข้อมูลที่ไม่ครบถ้วน เพื่อสร้างความเข้าใจผิดและสร้างความเสียหายแก่ ปตท. ถึงขั้นมีการเผยแพร่ข่าวปลอมว่า ปตท. ไม่สนใจคนไทยและจะปลดพนักงาน 

โดยนายเทวินทร์ ชี้แจงว่า ที่ผ่านมา ได้มีการชี้แจงข้อเท็จจริงต่างๆ กับสังคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะประเด็นโจมตี ปตท. ในกระแสโซเชียล ซึ่งรวบรวมได้ 8 ข้อ แต่ก็ยังมีขบวนการที่ตั้งใจโจมตี ปตท. มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีคนจำนวนหนึ่งที่อ่าน Hate Speech เหล่านั้นแล้วคล้อยตาม จนตกเป็นเครื่องมือในการบั่นทอนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และทำลายองค์กรไทยด้วยกันเอง ซึ่งนายเทวินทร์บอกว่า เขียนเรื่องนี้ เพื่อจุดประกายให้คนในสังคมตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรดี จะ หยุดเติม ปตท. ตามกระแส หรือ ตั้งสติ ใช้ปัญญา พิจารณาเหตุผล และแชร์ข้อเท็จจริงในเครือข่ายตามที่เห็นว่าเหมาะสม และ ช่วยกันปกป้องสังคม ด้วยการประจานและต่อต้านผู้ที่มีเจตนาแอบแฝง  

ทั้งนี้ ข้อกล่าวหา 8 ประเด็น ที่นายเทวินทร์ นำมาชี้แจงบนเฟสบุ๊กเพจของตนเอง มีดังนี้  (***หมายเหตุ: ข้อความทั้ง 8 ประเด็น ด้านล่างนี้ เป็นข้อความของนายเทวินทร์ จากบทความบนเพจ Tevin at PTT โดยไม่มีการตัดทอน)

 

ชี้แจงข้อกล่าวหา 8 ประเด็น

1. ปตท. ขายน้ำมันแพงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ?

ตอบ: มีทั้งแพงกว่าและถูกกว่า

- เมื่อเปรียบเทียบราคากับเพื่อนบ้าน มาเลเซียต่ำที่สุด สิงคโปร์สูงที่สุด ในขณะที่ประเทศอื่นๆใกล้เคียงกับเรา

- ปัจจัยของราคาขายปลีกคือ ต้นทุนเนื้อน้ำมันและค่าการตลาดของผู้ค้าที่จะไม่ต่างกัน ที่แตกต่างมากคือภาษีที่แต่รัฐบาลแต่ละประเทศกำหนด

- มาเลเซียมีรายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซมาก จึงแทบไม่เก็บภาษีผู้ใช้ในประเทศ

- สิงคโปร์เก็บเยอะ เพราะต้องการจำกัดการใช้รถยนต์

- ไทยและประเทศอื่นๆเป็นผู้นำเข้าน้ำมัน จึงเก็บภาษีสรรพสามิตมาเป็นงบรัฐ สำหรับสร้าง/ซ่อมถนน และพัฒนาระบบขนส่งมวลชนให้คนส่วนใหญ่

- สำหรับราคาในประเทศไทย ปั๊ม ปตท. ไม่เคยสูงกว่าปั๊มต่างชาติ และจะต่ำกว่าเป็นบางวัน

 

2. ปตท. ส่งออกน้ำมันถูกกว่าที่ขายในประเทศ ?

ตอบ: ราคาส่งออกใกล้เคียงกับราคาหน้าโรงกลั่นที่ขายในประเทศ

- ราคาที่ ปตท. ส่งออกเป็นราคาตลาดในภูมิภาค ซึ่งจะสะท้อนราคาเนื้อน้ำมันเป็นหลัก ยังไม่รวมภาษีสรรพามิต

- เพื่อนบ้านที่ซื้อไป ก็ขายที่ปั๊มในราคาที่สูงขึ้น เพราะต้องบวกภาษีในประเทศเขา

- สิงคโปร์ ซึ่งนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น ก็ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปในราคาที่ต่ำกว่าที่ขายในประเทศเช่นกัน

 

3. ปตท. แอบขึ้นราคาน้ำมันต่อเนื่อง โดยไม่บอกประชาชน ?

ตอบ: ไม่จริง

- การขึ้นราคาขายปลีกในประเทศเป็นไปตามราคาตลาดโลก

- ไทยมีโรงกลั่นเอง แต่ต้องนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น

- ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา น้ำมันดิบโลกมีราคาสูงขึ้น 20 %

- ปตท.ปรับราคาขายปลีกเท่าที่จำเป็นเพื่อรักษาค่าการตลาดประมาณ 1.60-1.80 บาทต่อลิตร

- ตั้งแต่ 6 เม.ย. ปตท. ปรับขึ้นราคา 6 ครั้ง ราคาต่ำกว่าปั๊มต่างประเทศรวม 9 วัน

- ในอดีต ปตท.เป็นหนึ่งในผู้ค้าไม่กี่รายที่ประกาศการปรับราคาล่วงหน้าเพื่อประโยชน์ของผู้บริโภค

- ตั้งแต่ 26 เม.ย. กระทรวงพลังงานขอความร่วมมือผู้ค้าทุกรายไม่ให้ประกาศล่วงหน้าเพื่อสร้างการแข่งขันด้านราคา ปตท. จึงปฏิบัติตาม โดยไม่มีเจตนาปิดบังแต่อย่างใด

- ปัจจุบัน กระทรวงพลังงานได้ผ่อนผันเรื่องนี้ ปตท.จึงกลับมาประกาศล่วงหน้าสำหรับการปรับราคาลงในวันที่ 26 พ.ค. นี้

 

4. ปตท. กำไรเยอะ จากการผูกขาดขายน้ำมันแพง ?

ตอบ: ไม่จริง

- ธุรกิจค้าขายน้ำมันเป็นตลาดเสรี มีผู้ค้ามากมายกว่า 30 ราย แต่ละรายมีสิทธิตั้งราคาเอง

- ค่าการตลาด 1.60-1.80 บาท/ลิตร แบ่งให้ Dealers เจ้าของปั๊มแล้ว ยังไม่คุ้มค่าการลงทุน ทุกปั๊มจึงต้องเปิดร้านสะดวกซื้อและร้านค้าอื่นเพิ่มขึ้นเพื่อหารายได้เสริม

- กำไรทั้งหมดของปตท.มาจากธุรกิจน้ำมันเพียง 10 % ที่เหลือเป็นผลตอบแทนจากการลงทุนจำนวนมากในธุรกิจก๊าซ สำรวจและผลิต โรงกลั่นและปิโตรเคมี

- ณ สิ้นปี 2560 ปตท. มีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น (Total Assets) 2.23 ล้านล้านบาท มีกำไร 135,000 ล้าน คิดเป็นผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) 6 % ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของการทำธุรกิจทั่วไป

 

5. ปตท. ผลิตก๊าซและน้ำมันในประเทศมากมาย ควรเอามาอุดหนุนราคา ?

ตอบ: ไม่ควร

- เพราะ ปตท.สผ. (บ.ลูกของ ปตท.) มีสัดส่วนการผลิตก๊าซและน้ำมัน 30% ของผู้ผลิตในประเทศ เทียบเท่าเพียง 10% ของการใช้พลังงานทั้งหมด

- รายได้จะไม่เพียงพอที่จะนำมาอุดหนุนราคาได้อย่างมีนัยสำคัญ

- นอกจากนั้นยังต้องสำรองรายได้สำหรับการขยายการลงทุนเพื่อความมั่นคงทางพลังงานในอนาคต

 

6. คุณภาพน้ำมันและบริการของ ปตท. ต่ำกว่ามาตรฐาน ?

ตอบ: ไม่จริง

- ปตท. พัฒนาคุณภาพน้ำมันสูงกว่ามาตรฐานทั่วไป ทั้งเรื่องประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

- ปตท. เป็นผู้นำด้านการสรรหาสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการและอำนวยความสะดวก ปลอดภัยของลูกค้า

 

7. ปตท. มุ่งแต่ทำกำไร ไม่เคยช่วยเหลือสังคม ?

ตอบ: ไม่จริง

- ปั๊ม ปตท. เปิดพื้นที่ให้เกษตรกร ชาวนา ชาวสวนนำผลิตภัณฑ์มาวางขายตรงให้ลูกค้า โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

- ปั๊ม ปตท. จัดกิจกรรม เช่น ห้องน้ำ 20 บาท โครงการแยกขยะ เพื่อนำรายได้ไปช่วยสถานศึกษาในชุมชน

- ปตท. ตั้งบริษัท Social Enterprise เพื่อสนับสนุนวิสาหกิจชุมชนให้สร้างรายได้ร่วมกับธุรกิจของ ปตท.

- ปตท. ร่วมกิจกรรมดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง เช่น ปลูกป่า หญ้าแฝก รางวัลลูกโลกสีเขียว โรงเรียนวิทยาศาสตร์กำเนิดวิทย์ สถาบันวิทยสิริเมธี ป่าในกรุง ฟื้นฟูคุ้งบางกะเจ้า จัดประกวดศิลปกรรม ปตท. ทุกปี สนับสนุนสมาคมกีฬา 5 ประเภท ทำโครงการ Pride of Thailand

 

8. นายทุน / นักการเมือง เป็นเจ้าของ ปตท. ?

ตอบ: ไม่จริง

- รัฐบาลไทย โดยกระทรวงการคลังและกองทุนวายุภักษ์ ถือหุ้น ปตท. ประมาณ 63.5 %

- อีก 32 % ถือโดยสถาบันการเงิน/กองทุน

- ที่เหลือ 4.5 % คือนักลงทุนรายย่อย

 

กลับสู่บทความทั้งหมด