บทความที่เกี่ยวข้อง

คำต่อคำ เปิดมุมมอง "ชาญศิลป์ ตรีนุชกร " ว่าที่ซีอีโอ ปตท.คนที่9

เปิดมุมมอง “ชาญศิลป์ ตรีนุชกร” ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ. ซีอีโอคนที่ 9 ของ ปตท. ต่อจาก นายเทวินทร์ วงศ์วานิช ในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 โดยเป็นการให้สัมภาษณ์ถึงงานสำคัญที่จะเข้ามาดำเนินงานในตำแหน่ง ซีอีโอ เป็นครั้งแรกกับสื่อมวลชนสายพลังงานระหว่างการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ของปตท. ที่จัดขึ้น เมื่อเร็วๆนี้

สิ่งที่จะทำหลังจากเข้ารับตำแหน่ง CEO ใหม่ปตท. คืออะไร?

สิ่งที่ผมจะต่อยอดมากขึ้นก็คือเรื่อง ดิจิทัล เป็นเรื่องพื้นฐาน โดยปลายปีนี้(2561)จะมีแผนเรื่องการลงทุนด้านนี้ชัดเจนมากขึ้น ช่วงแรกที่ผมมา ก็คงต้องศึกษาข้อมูลเยอะหน่อย ดูว่าอะไรดีไม่ดีก่อน เราไม่กล้าถลำไปมาก เพราะดิจิทัลมาเร็วมาก ถ้าเข้าเร็วจะทำให้เสียโอกาสบางอย่าง ถ้าเข้าช้าก็ไม่ได้อีก ดังนั้นตรงนี้มีความสำคัญมาก

ความท้าทายในธุรกิจยุคดิจิทัลคืออะไร?

ความท้าทายมีสองด้าน ด้านแรกเป็นความท้าทายเรื่องการเรียนรู้ด้านดิจิทัล เทคโนโลยี และเรื่องของกระบวนการทางความคิด (Mindset) โดยเฉพาะคนที่เคยทำธุรกิจเดิมๆ แล้วสำเร็จ ก็ไม่อยากเปลี่ยนแปลงมาก

สำหรับเรื่องเทคโนโลยีนั้น โดยพื้นฐานคนของ ปตท.มาจากช่าง วิศวกร ดังนั้น การเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัล ผมว่าไม่ยาก แต่การเปลี่ยนเรื่อง Mindset ไปทำธุรกิจอื่นที่ไม่เคยทำ ตรงนี้ต่างหากที่จะไม่กล้า แต่วันนี้ ปตท. ยังไม่ได้ลงไปทำอะไรที่ใหญ่เกินไป เราเพียงทดสอบ ทดลองและไปจับมือกับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และเราเลือกหาทางที่เหมาะสมกับ ปตท.เช่น การทราบล่วงหน้าว่าอุปกรณ์ใดจะเสียและแก้ไขได้ก่อน ทำให้ไม่เกิดปัญหา การหยุดกระบวนการผลิตนอกแผน (Unplanned shutdown) ก็จะช่วยลดการสูญเสียลงได้มาก

อีกเรื่องที่เราเริ่มเอาไปทำก็คือ เกี่ยวกับธุรกิจน้ำมัน ปตท.ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย นำหุ่นยนต์เข้าไปในท่อน้ำมันเพื่อตรวจสอบอุปกรณ์ แต่ก่อนเราตรวจสอบท่อน้ำมันจากข้างนอก ตอนนี้เรามองเข้าไปข้างในเลยว่าตรงไหนเป็นอย่างไร ถ้าอุปกรณ์ไหนไม่ดีสามารถซ่อมได้เลย

อย่างกรณีปล่องโรงงานหรือปล่องหลุมขุดเจาะที่อยู่สูงมาก ปตท.ก็ร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ทำโดรนขึ้นมาเพื่อสำรวจรอบๆ ถ้าตรงไหนเริ่มเสีย ก็เริ่มเข้าไปแก้ไข เหล่านี้คือเทคโนโลยีที่ ปตท. พยายามเอามาช่วยในธุรกิจ และตอนนี้มีหลายเรื่องที่จะนำมาช่วย หากถามว่ายากไหม ก็ต้องบอกว่ายาก ถามว่าสนุกไหมและทำได้ไหม ก็เรียกว่ามีโอกาสทำได้สูงและสนุกมาก และมีทีมด้านวิศวกร ที่คุณเทวินทร์กับคณะกรรมการ (บอร์ด) มีวิสัยทัศน์ตั้งทีมนี้มา โดยมีผมรับหน้าที่ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม เมื่อ 3-4 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีอะไรน่าสนุก น่าติดตาม ตื่นเต้น และน่าจะเป็นโซลูชั่นของ ปตท. หลายเรื่อง และจะเริ่มออกดอกผลให้เห็นปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562 นี้

นโยบายเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติจะมีผลกระทบต่อธุรกิจ ปตท.หรือไม่?

เป็นธรรมดาของประเทศเจริญมากขึ้นเรื่อยๆ การแข่งขันเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับ ปตท.ก็เริ่มมาจากการต้องแข่งขันกับบริษัทน้ำมันระดับโลกต่างๆ ที่เข้ามาในไทยตั้งแต่ 40 ปีที่แล้ว ดังนั้น เราอยู่บนความแข่งขันมาโดยตลอด ปตท.ก็ต้องปรับตัว ซึ่งการเปิดเสรีก๊าซฯอาจทำให้มีผลกระทบต่อรายได้บ้าง แต่การปรับตัวของเราก็ต้องร่วมมือกับคนอื่น รวมถึงผู้มีส่วนได้เสียกับ ปตท. และต้องตามนโยบายของภาครัฐด้วย ซึ่งสุดท้ายก็ต้องดูแลความต้องการลูกค้าให้ได้ หาโซลูชั่นที่ลูกค้าต้องการให้ได้ และดูว่าเราเหมาะตรงไหน เสียมาเก็ตแชร์บ้าง ก็ต้องเสีย แต่ต้องเลือกที่เหมาะสมและค่อยๆ เดินไป

ในขณะเดียวกัน เราก็พยายามทำส่วนแบ่งการตลาดให้ใหญ่ขึ้น เหมือนหลายๆ ธุรกิจ แต่ก่อนเคยขายน้ำมันได้ 5 ล้านลิตรต่อวัน วันนี้เป็น 20 ล้านลิตร ค่อยเพิ่มปริมาณและส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น การเติบโตของคนชั้นกลาง ก็ทำให้ส่วนแบ่งตลาด ปตท. ใหญ่ขึ้น และผู้บริโภคก็ได้ประโยชน์ อันนี้คือเสน่ห์ของการแข่งขัน 

จะมีโครงการใหม่อะไรเกิดขึ้นหรือไม่?  

ทางด้านก๊าซธรรมชาติ กำลังมีโครงการที่จะเอาก๊าซธรรมชาติมาสร้างมูลค่าเพิ่ม แทนที่จะไปเผาอย่างเดียว ก็อาจจะนำมาทำความเย็น มาใช้ในธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น ปลูกดอกไม้ (เมืองหนาว) เป็นต้น

มองทิศทางรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทยอย่างไร?

สำหรับประเทศไทยที่จะใช้พลังงานสะอาด ก็ยังมีเวลาที่จะปรับตัว เนื่องจากต้องรอเทคโนโลยีแบตเตอรี่และชิ้นส่วนรถยนต์ ปัจจุบันค่ายรถญี่ปุ่นก็ยังไม่ไปทางรถ EV ร้อยเปอร์เซ็นต์ ยังเป็นไฮบริด ฉะนั้นเราไม่สามารถเปลี่ยนรถยนต์เหมือนมือถือได้ เพราะราคามันแพงกว่ากันมาก ซึ่งเป็นจุดที่สำคัญมากที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป

สาเหตุธุรกิจปาล์มในต่างประเทศที่ไม่ประสบความสำเร็จและความคืบหน้าคดีไปถึงไหน

 

(คดีการซื้อขายที่ดินเพื่อปลูกปาล์มนํ้ามันที่อินโดนีเซียของบริษัท ปตท.กรีน เอ็นเนอร์ยี่ฯ (PTTGE) ที่เข้าไปดำเนิน 5 โครงการ ตั้งแต่ปี2550 ว่ามีผู้ใดกระทำความผิด และสร้างความเสียหายให้กับ ปตท.จากการขายที่ดินในราคาตํ่ากว่าท้องตลาด)

เรื่องคดีคงพูดไม่ได้เพราะอยู่ในชั้นศาล ซึ่งตอนนั้นที่ลงทุนธุรกิจปาล์ม เพราะราคาน้ำมันดิบแพงมากประมาณ 90-100 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และก็มองว่าราคาจะขึ้นไปเรื่อยๆ ซึ่งในเวลานั้นมองว่าทางเลือกพลังงานที่ดีที่สุด และเป็นเรื่องของไบโอดีเซล จึงเป็นเรื่องที่ต้องเข้าไปลงมือทำ เพราะผลผลิตมันมาก แต่หลังจากนั้นราคาปาล์มก็ปรับลงมา ราคาน้ำมันดิบก็ตกลง  สิ่งที่เราไปลงทุนก็ไม่มีผลตอบแทนตามที่ต้องการ และอีกอย่างเราไม่ถนัด ฉะนั้นเป็นจุดที่ทำให้ ปตท.พิจารณาว่า เราจะลงทุนต่อหรือขายกิจการ โดยนโยบายของบอร์ด ก็จะให้ขายไป เพื่อให้มีรายได้กลับมา และ ปตท.ก็ไม่ได้เดินหน้าธุรกิจนี้ต่อ

แนวทางการบริหารงานอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ?

ผมทำงานอยู่ปตท.เป็นปีที่ 36 และทำมา 19 ตำแหน่ง เป็นกรรมการมา 16 บริษัท เป็นประธานกรรมการมา 5 บริษัท และเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ไม่ใช่ธุรกิจเป้าหมายหลักของ ปตท.มา 3 บริษัท ทำให้เห็นภาพรวมของบริษัท แต่ลึกๆแล้วบางเรื่องเราก็ต้องทำงานเป็นทีม ผมไม่ได้เป็นซุปเปอร์แมน ผมทำงานเป็นทีมและทีมเราก็เติบโตไปด้วยกัน เรารู้นิสัยกันมา ใช้ชุดความคิดและสปิริตในการทำงานด้วยกัน ก็มีทั้งเก่งและดีอยู่ด้วยกัน และเราก็จะทำงานเป็นทีมต่อไป

 

 

กลับสู่บทความทั้งหมด