บทความที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก “ระบบส่ง” เส้นเลือดใหญ่เชื่อมโยงไฟฟ้าทั่วไทย

รู้จัก “ระบบส่ง” เส้นเลือดใหญ่เชื่อมโยงไฟฟ้าทั่วไทย

กระทรวงพลังงานกำลังอยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว (Thailand Power Development Plan) หรือ  PDP ฉบับใหม่ แทนแผน PDP 2015 ซึ่งเป็นฉบับปัจจุบัน ที่กำหนดใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558-2579 โดยเตรียมสรุปคาดการณ์ความต้องการใช้ไฟฟ้าระยะยาวของประเทศ (LOAD FORECAST) ภายในสิ้นเดือน พ.ย. 2560 นี้ เพื่อนำไปจัดทำแผน PDP ฉบับใหม่ดังกล่าว ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้จริงกลางปี 2561

สำหรับแผน PDP นั้น จัดทำขึ้นเพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าของประเทศ เพื่อให้มีความมั่นคงครอบคลุมทั้งระบบผลิตไฟฟ้า ระบบส่งไฟฟ้า และระบบจำหน่ายไฟฟ้า โดยมีค่าไฟฟ้าในระดับที่เหมาะสม สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง และไม่เป็นภาระกับประชาชนมากเกินไป  

นอกจากโรงไฟฟ้าต่างๆ ที่เป็นหน่วยผลิตพลังงานไฟฟ้าสำหรับอาคารบ้านเรือนและอุตสาหกรรมต่างๆแล้ว ระบบส่งไฟฟ้า นับเป็นองค์ประกอบสำคัญยิ่งของการพัฒนาพลังงานไฟฟ้า เพราะเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่เชื่อมโยงไฟฟ้าจากแหล่งผลิตต่างๆ จากหลากหลายเชื้อเพลิง ไปยังผู้ใช้ทุกทิศทั่วไทย  

“ระบบส่งไฟฟ้าแรงสูงของการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)” ทำหน้าที่ส่งนำกระแสไฟฟ้าจากระบบผลิตไปยังระบบจำหน่าย คือการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยจะปรับขนาดแรงดันไฟฟ้าก่อนส่งถึงผู้ใช้ไฟฟ้า ทุกภาคส่วนทุกครัวเรือนอย่างเหมาะสมต่อไป 

 

ระบบส่งไฟฟ้า มีส่วนประกอบ คือ สายส่งไฟฟ้า และเสาไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วยโครงเหล็กและลูกถ้วย นอกจากนั้น ยังมีหม้อแปลงไฟฟ้า ลานไกไฟฟ้า และสถานีไฟฟ้าแรงสูง โดยมี “ศูนย์ควบคุมระบบไฟฟ้า”เป็นหน่วยงานที่บริหารการเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าทุกแห่งในระบบในช่วงเวลาต่าง และจากเชื้อเพลิงที่หลากหลาย ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน ดีเซล และน้ำมันเตา ตลอดจนพลังน้ำ พลังลมและพลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยศูนย์แห่งนี้ จะควบคุมการจ่ายไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพตามหลักมาตรฐานสากล กล่าวคือ  “ไฟฟ้าไม่ดับ – ไฟฟ้าไม่ตก” และให้ได้สมดุลกับความต้องการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศ

 

ปัจจุบันสายส่งไฟฟ้าแรงสูงของ กฟผ. มีความยาวรวมกันกว่า 33,300 วงจรกิโลเมตร โดยมีโครงข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ เช่น สายส่งระดับแรงดันไฟฟ้า 115,000 โวลต์ 230,000 โวลต์ และ 500,000 โวลต์  ซึ่งถ้านำมาโยงตามแนวขอบเขตแดนประเทศไทย จะได้เกือบ 4 รอบ

สำหรับเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง ได้พัฒนาจากเสาไม้ซุงในอดีต มาสู่เสาส่งโครงเหล็กอย่างที่เห็นในปัจจุบัน โดยแบ่งเป็นเสาประเภทวงจรคู่ ขนาด 500 และ 230 กิโลวัตต์ และวงจรเดี่ยว ขนาด 115 และ 69 กิโลวัตต์ 

 

 

ระบบส่งไฟฟ้า จึงควรต้องได้รับการดูแลระวังรักษาให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา บางครั้งอาจเกิดปัญหาจากภัยทางธรรมชาติ เช่น ฟ้าผ่า หรือ ภัยจากสัตว์ เช่น งู และนก หรือ ภัยจากคน อันเกิดจากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความประมาทคึกคะนอง ทั้งการรุกล้ำปลูกสร้างอาคาร บ้านเรือนและไม้ยืนต้นเกินข้อกำหนดแนวเขตเดินสายส่งไฟฟ้า การเล่นว่าว ยิงนกที่เกาะสายไฟฟ้า การเผาไร่อ้อย เผาวัชพืชและจุดกองไฟใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า การลักขโมยถอดชิ้นส่วนของโครงเสาส่งไฟฟ้า การปีนป่ายเสาส่งไฟฟ้า รวมถึงการปล่อยโคมลอยและจุดบั้งไฟใกล้แนวสายส่งไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงและอุปกรณ์เกิดขัดข้องและเสียหาย อันอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน  ตลอดจนกระทบต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้าโดยรวมของประเทศได้  ดังนั้น ข้อปฏิบัติเบื้องต้นในการดูแลรักษาเสาส่งไฟฟ้าแรงสูง และเพื่อความปลอดภัยด้วย คือ ห้ามเข้าใกล้สายส่งไฟฟ้าแรงสูงในระยะรัศมี 4 เมตร   

 

ทั้งนี้ ตามแผน PDP 2015 กฟผ. มีโครงการและแผนงานพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าที่ต้องดําเนินการในช่วงเวลาตามแผน ประกอบด้วย โครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าเพื่อสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น จํานวน 9 โครงการ โครงการพัฒนาระบบส่งไฟฟ้าเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า จํานวน 7 โครงการ  โครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน จํานวน 5 โครงการ  โครงการระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรองรับการเชื่อมต่อโรงไฟฟ้า จํานวน 9 โครงการ (เพื่อรองรับการซื้อไฟฟ้าจาก IPP, SPP และซื้อไฟฟ้าต่างประเทศ) โครงการเชื่อมโยงระบบส่งไฟฟ้าระหว่างประเทศแบบระบบต่อระบบ (Grid to Grid) โครงการพัฒนาระบบโครงข่ายไฟฟ้าสมาร์ทกริด (Smart Grid)

ซึ่งโครงการพัฒนาระบบส่งทั้งหมดนี้ มีโครงการก่อสร้างและปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าที่ได้รับอนุมัติแล้ว 19 โครงการ โดยอยู่ระหว่างดำเนินโครงการ 14 โครงการ เช่น โครงการขยายระบบไฟฟ้าในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ระยะที่ 2 (GBAS2) โครงการระบบส่งเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังน้ำเขื่อนน้ำงึม 3 และน้ำเทิน 1 (NNG3-NTN1) โครงการระบบส่งเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPPP) และโครงการพัฒนาระบบส่งในต่างจังหวัดต่างๆ และโครงการที่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินการ 5 โครงการ อาทิ โครงการระบบส่งไฟฟ้าเพื่อรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าพลังความร้อนมายกก (MKTP) นอกจากนั้น มีโครงการที่อยู่ระหว่างขออนุมัติดำเนินการ จำนวน 4 โครงการ ระบบส่งสำหรับโครงการทดแทนโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ระยะที่ 1 และ ระยะที่ 2 และโครงการปรับปรุงระบบส่งไฟฟ้าบริเวณภาคใต้ตอนล่างเพื่อเสริมความมั่นคงระบบไฟฟ้า

ทั้งนี้ หากโครงการพัฒนาระบบส่งทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์ตามแผน ก็จะส่งผลให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของประเทศในระยะยาว

 

กลับสู่บทความทั้งหมด