บทความที่เกี่ยวข้อง

รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า(E Tuk Tuk )10คันแรก ได้ฤกษ์วิ่งให้บริการจริง ปลายปีนี้

รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (E Tuk Tuk) 10คันแรก ได้ฤกษ์วิ่งให้บริการจริงปลายปีนี้
 
หลังจากที่กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน อนุมัติส่งเสริมการเปลี่ยนรถสามล้อเครื่องยนต์เป็นรถสามล้อไฟฟ้า( E-Tuk Tuk ) มาเมื่อวันที่ 14ก.ย. 2559  ภายในเดือนธ.ค. 2560นี้ คนกรุงเทพฯจะได้ทดลองใช้บริการ รถสามล้อไฟฟ้า หรือเรียกกันภาษาชาวบ้านว่า ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า 10 คันแรก ที่เข้าร่วมโครงการ ในขณะที่อีก 90คัน จะเปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ ต้นปี2561


โครงการเปลี่ยนรถสามล้อเครื่องยนต์เป็นรถสามล้อไฟฟ้า( E-Tuk Tuk ) ล็อตแรก จำนวน10 คันนั้น ทางสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) คาดหวังว่าจะเป็นการจุดประกายให้ทั้งรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 1,641คัน และรถยนต์สามล้อรับจ้างที่มีอยู่ทั่วประเทศ 20,395 คันซึ่งเดิมใช้ก๊าซแอลพีจี และน้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ทะยอยเปลี่ยนมาเป็นรถสามล้อที่ใช้ไฟฟ้า ในที่สุด ภายในปี 2564 นี้

นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)และในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า หลังจาก สนพ. เปิดตัว โครงการ E-TukTuk  โดยประกาศเปิดรับสมัครผู้ร่วมโครงการในล็อตแรกจำนวน 10 คัน ซึ่งจะได้สิทธิ์เปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กประเภทที่ใช้น้ำมันและก๊าซแอลพีจีเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าฟรี ระหว่างวันที่ 4-31 ต.ค. 2560 นั้น ปรากฎว่ามีผู้ประกอบการรถตุ๊กตุ๊กเข้าร่วมโครงการจำนวน 30 คัน ซึ่งเกินกว่าเป้าหมาย ซึ่งขณะนี้ทีมงานอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติผู้ร่วมโครงการ เพื่อคัดเลือกให้เหลือเพียง 10 คัน 

โดยทั้ง 10 คันดังกล่าว จะเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าต้นแบบที่คาดว่าจะออกมาขับให้บริการประชาชนจริงได้ภายในปี2560 นี้ และยังเป็นการทดสอบสมรรถนะรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ก่อนจะเปิดรับสมัครล็อตที่ 2  อีก 90คัน ช่วงต้นปี 2561 ต่อไป 

ส่วนการให้การส่งเสริม ในล็อตที่2  จำนวน 90คัน นั้น  กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานจะให้การสนับสนุนวงเงิน 85% ของราคารถ แต่ไม่เกินราคากลางตามสเปกรถ คือให้สูงสุดประมาณ 300,000 บาทต่อคัน และส่วนที่เหลือผู้ประกอบการที่สมัครเข้าร่วมโครงการจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง
ความสำคัญของโครงการE Tuk Tuk คือจะให้ผู้ประกอบการทราบถึงทิศทางรถยนต์ในอนาคตจะก้าวไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า เพราะทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ดังนั้นการให้บริการการเดินทางด้วยด้วยรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าจะเป็นจุดสนใจของนักท่องเที่ยวให้มาใช้บริการมากขึ้นได้  

ในขณะที่ นายยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวเสริมว่า โครงการ E TukTuk ของกระทรวงพลังงาน ถือเป็นช่องทางกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากรถตุ๊กตุ๊กที่ใช้น้ำมันและก๊าซแอลพีจี ไปเป็นตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าได้เร็วขึ้น หากไม่มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ คาดว่าอีก 20-30 ปี ก็ยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง นอกจากนี้จะช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมการผลิตรถตุ๊กตุ๊กในเมืองไทยให้มีผู้ผลิตมากขึ้นจากปัจจุบันมีอยู่ เพียง 5-6 บริษัทเท่านั้น ซึ่งผลิตรถตุ๊กตุ๊กได้เพียง 10-100 คันต่อปี เพราะมีข้อจำกัดด้านกฎระเบียบต่างๆ ของรัฐ อีกทั้งหากอุตสาหกรรมรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้าได้รับการพัฒนาเชื่อว่าจะช่วยต่อยอดไปสู่การส่งออกมากขึ้นได้ 

ผู้สื่อข่าวศูนย์ข่าวพลังงาน ( Energy News Center - ENC ) รายงานว่า โครงการสนับสนุนการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กให้เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (E TukTuk) นั้น กระทรวงพลังงานได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ประมาณ 70 ล้านบาทในการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายในการเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าที่ใช้น้ำมันและก๊าซLPG ให้เป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า ภายใน 5 ปี เพื่อลดการใช้น้ำมันและลดการปล่อยมลพิษ โดยจะนำร่อง 100 คันแรกภายในปี 2561 และจะทยอยเปลี่ยนให้ครบ 22,000 คันทั่วประเทศภายใน 5 ปี
 
โดย การดำเนินโครงการนำร่องเปลี่ยนรถตุ๊กตุ๊กเก่าเป็นรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า 100 คันแรกแบ่งเป็น 2 ระยะคือ ระยะที่ 1 ระยะสาธิตเทคโนโลยี สนับสนุนกลุ่มรถตุ๊กตุ๊กประเภทรับจ้างจำนวน 10 คัน ผู้ขอรับการสนับสนุนจะต้องมีคุณสมบัติผ่านข้อกำหนดของโครงการฯ และจะได้รับการสนับสนุนในอัตราสูงสุด แต่ไม่เกินราคากลางของโครงการตามสเปกรถ สูงสุด 350,000 บาทต่อคัน  สำหรับระยะที่ 2 ระยะทดลองตลาด สนับสนุนผู้สนใจ ทั้งกลุ่มประเภทรถรับจ้างและประเภทส่วนบุคคล อาทิ รถที่ให้บริการในโรงแรมและคอนโดมีเนียม จำนวน 90 คัน โดยให้การสนับสนุน 85% แต่ไม่เกินราคากลางตามสเปกรถ สูงสุดประมาณ 300,000 บาทต่อคัน

สำหรับ สมรรถนะรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า เบื้องต้นใช้แบตเตอรี่ที่ทำให้รถวิ่งได้ 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้าบ้าน 1 ครั้ง และความเร็ววิ่งได้เท่ากับรถตุ๊กตุ๊กปัจจุบัน เฉลี่ย 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

กลับสู่บทความทั้งหมด